"วรศิษฏ์ " เสนอ พ.ร.บ.การศึกษา เท่าเทียม ปิดช่องโหว่ ทำให้ การศึกษาไทยสมบูรณ์

"วรศิษฏ์ " เสนอ พ.ร.บ.การศึกษา เท่าเทียม ปิดช่องโหว่ ทำให้ การศึกษาไทยสมบูรณ์

"วรศิษฎ์ " ชี้ ภท.เสนอ พ.ร.บ.การศึกษาเท่าเทียม ช่วยแก้ปัญหาระบบการศึกษา ปิดช่องโหว่ ทำให้การศึกษาไทยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมมอบโอกาสให้เด็กเติบโตอย่างเท่าเทียมกัน วันที่ 12 กันยายน 2567 ในการประชุมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ในฐานะสมาชิกรัฐสภา อภิปรายขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่เห็นความสําคัญของการศึกษาและได้บรรจุไว้ในนโยบายรัฐบาล ซึ่งสมาชิกพรรคภูมิใจไทยกําลังจะเสนอนโยบายการปฏิวัติการศึกษา เพราะวันนี้ระบบการศึกษาไทยมีปัญหาแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม คือ 1.ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา เด็กยากจน บางคนอยู่ห่างไกลเข้าถึงการศึกษาได้ยาก 2.ครูไม่ตรงสาย โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็ก 3.หลักสูตรเน้นการท่องจํา ผลคะแนนการทดสอบ PISA จาก 81 ประเทศ ไทยอยู่ลําดับที่ 58 ปัญหาที่ 4 หลักสูตรไม่ตรงกับตลาดแรงงาน และไม่เท่าทันตามโลก และ 5. ค่าใช้จ่ายในการเรียนสูง แม้รัฐบาลจะอุดหนุนเงินเพื่อการศึกษา แต่มีค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งค่าอุปกรณ์ ค่ากิจกรรม จึงเกิดคําถามว่าถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะทําให้การศึกษาในไทยเป็นของนักเรียนทุกคน . นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า พวกเราได้ร่างกฎหมายชื่อว่าพ.ร.บ.การศึกษาเท่าเทียม ประกอบไปด้วย 3 กลไกคือ 1.ดิจิทัลแพลตฟอร์ม เปรียบเสมือนห้องเรียนพร้อมกับครูผู้สอนไว้ให้สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สนับสนุนให้เด็กนักเรียนมีแท็บเล็ตใช้ทุกคน ดิจิทัลแพลตฟอร์มจะเข้ามาแก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ สักวันหนึ่งเราอาจจะเห็นน้องๆ เหล่านั้นสามารถเขียนแอปแล้วขายสร้างรายได้ให้ตัวเองได้ หรือเป็นนักลงทุนที่มีคุณภาพ และการสร้างหลักสูตรที่มีใบรับรองทักษะ เป็นหลักสูตรที่เขียนขึ้นมาเพื่อรับรองความรู้เฉพาะด้านที่จะไปเชื่อมต่อกับเอกชน คนที่เข้าไปเรียนอาจจะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษจากบริษัท เพราะถือเป็นผู้ที่มีความรู้อย่างที่บริษัทต้องการ 2.เครดิตแบงก์ ธนาคารหน่วยกิต วิชาที่เรียนผ่านแพลตฟอร์มผ่านการวัดผลแล้วก็จะถูกส่งมาเก็บไว้ที่เครดิตแบงก์ และสามารถไปเทียบโอนเวลาไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้วรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนมันไม่ใช่ โดยไม่ต้องไปเรียนซ้ำทำให้ประหยัดเวลาเรียนไปอีกหนึ่งปี 3.พอร์ตโฟลิโอแอพ เปรียบเสมือนกล่องที่บรรจุความสําเร็จของทุกคน ถ้ามีพอร์ตโฟลิโอแอพตัวนี้ทุกอย่างจบ ไม่ต้องไปจ้างบริษัททําเสียเงิน 5000 -10,000 บาท นอกจากนี้ยังทําหน้าที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลให้ด้วยว่าถ้าจะจบหลักสูตรนี้ต้องเรียนวิชาอะไรบ้าง หรืออยากจะทํางานแบบนี้เราควรจะจบหลักสูตรอะไร หรือแม้แต่ข้อมูลความต้องการของตลาดแรงงานในปัจจุบันและอนาคต และเมื่อไปสมัครงานนาจ้างก็แค่โหลดข้อมูลจากแอพตัวนี้จะรู้หมดว่าเรียนอะไร มีสกิลเซ็ตด้านไหนมาบ้าง นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า นี่คือ 3 กลไกหลักในการปฏิวัติการศึกษาที่พรรคภูมิใจไทยกําลังจะนําเสนอ จะเห็นว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้ คือทางออกที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาไทย ลดต้นทุน ลดข้อจํากัด แก้ปัญหาบุคลากรเรียนในสิ่งที่อยากจะเรียน และที่สําคัญที่สุดก็คือเรียนจบมาแล้วได้ทํางานที่ตัวเองอยากจะทํา หลายคนอาจจะสงสัยว่าจะเอางบประมาณมาจากไหน จริงแล้วใช้งบฯ ไม่มาก แต่ถ้าไม่พอเราอาจจะนำภาษีจากธุรกิจใต้ดินขึ้นมาบนดินมาอุดหนุนการศึกษา และสิ่งที่ต้องคํานวณมากกว่าต้นทุนของภาครัฐคือต้นทุนของครอบครัว ต้นทุนของพี่น้องประชาชนชาวไทยซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วมากกว่าต้นทุนของภาครัฐอย่างมหาศาล วันนี้ที่บอกว่าเรียนฟรีไม่มีจริง ผู้ปกครองต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา "ข้อมูลทางสถิติบอกชัดเจนว่า หนี้ครัวเรือนของประเทศไทย 40% มาจากการศึกษา และนี่คือเหตุผลสําคัญที่สุดว่าทําไมวันนี้พรรคภูมิใจไทยจําเป็นต้องปฏิวัติการศึกษา สิ่งที่เสนอไปไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องเปลี่ยนระบบการศึกษาทั้งหมด แล้วเปลี่ยนมาใช้สิ่งที่ผมได้พูดถึง แต่เราสามารถใช้ระบบเดิมที่ดีอยู่ควบคู่กันไปได้ ผมเชื่อมั่นว่าพ.ร.บ.การศึกษาเท่าเทียมจะเป็นเครื่องมือที่จะมาปิดช่องโหว่ปัญหา และทําให้ระบบการศึกษาไทยสมบูรณ์ยิ่งขึ้น สิ่งที่ทําวันนี้ไม่ได้มองว่ามันเป็นแค่เรื่องของการแก้ปัญหาระบบการศึกษา แต่เป็นการมอบโอกาสให้เด็กทุกคนสามารถสร้างชีวิตและเติบโตได้อย่างเท่าเทียมกัน และถ้าเราทําสำเร็จ เราก็จะสร้างความหวังและอนาคตที่ดีให้กับประเทศไทย ได้อย่างแน่นอน" นายวรศิษฎ์ กล่าว