วันที่ 13 กันยายน 2567 ในการประชุมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ สมาชิกพรรคภูมิใจไทยหมายเลขสมาชิก 301005491 ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อภิปรายว่า ตลอดระยะเวลา 2 วัน ตนและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนทีมงานผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามรับฟังในข้ออภิปรายของท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ข้ออภิปรายที่ได้รับฟังเป็นสิ่งที่ดี มีทั้งชื่นชมและข้อเสนอแนะ ซึ่งในส่วนการแถลงนโยบายที่ทุกท่านคงได้อ่านแล้ว เป็นนโยบายที่เรามีการดําเนินการมาแล้ว ในการแถลงนโยบาย สิ่งที่เพิ่มเติมเป็นสิ่งที่สมาชิกอภิปรายไม่ว่าจะเรื่องการสร้างความเท่าเทียม การลดภาระทั้งของนักเรียน ผู้ปกครอง และเรื่องการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ เช่น AI ซึ่งถ้าดูนโยบายแล้วคงจะเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษา และในส่วนที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดในกระทรวง อว. สังกัดท้องถิ่น และที่อยู่ในเอกชน ได้ให้ความร่วมมือกันอย่างดีในการทํางานภายใต้นโยบาย "เรียนดี มีความสุข" ซึ่งความสุขเป็นสิ่งสําคัญในการทํางานทุกอย่าง
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า เพราะฉะนั้นอยากยืนยันว่าสิ่งที่เราทํามา เรียนดี มีความสุข ลดภาระครู และบุคลากรทางการศึกษา การแก้ไขหนี้ก็มีการดําเนินการได้ผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนั้นในเรื่องครูคืนถิ่นในการจับคู่ย้าย การปรับวิทยฐานะ มีการประเมินมีการดําเนินการที่รวดเร็วขึ้นแต่คุณภาพคงเดิม เรื่องลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครองกำลังดําเนินการอยู่ เช่น เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime และเรื่องอื่นๆ มีการดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการดําเนินการทางการศึกษา เราอยากให้รวดเร็วเหมือนที่คําพูดเราเชิญชวนกันมา ปฏิวัติการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ แต่อย่างไรก็ตามในการดําเนินการก็ต้องใช้ระยะเวลาในการดําเนินการ เหมือนคําโบราณที่ว่า กรุงโรมไม่อาจสร้างได้ภายในวันเดียว ก็เช่นเดียวกัน การศึกษาก็ไม่อาจสร้างได้ภายในวันเดียว
"ขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่ไว้วางใจให้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีสโลแกนว่า ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ ขอนำเรียนไปยังท่านสมาชิกที่อภิปรายว่าจะทําได้จริงหรือไม่ ก็ขอให้เชื่อใจและมั่นใจว่าสิ่งใดที่รัฐบาลแถลงนโยบายไปแล้ว ผมในฐานที่เป็นรัฐมนตรี ร่วมคณะรัฐมนตรี ก็จะนํานโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ไปดําเนินงานขับเคลื่อนให้มีการทําจริง และให้ตอบสนองในเรื่องของการศึกษา ไม่ว่าผลการศึกษาที่ต่อไปอาจจะเป็น PISA มาทดสอบ ผมเชื่อมั่นว่าคะแนนจะสูงขึ้น เด็กและเยาวชนของเราจะมีคุณภาพการศึกษาขึ้น จึงอยากให้ที่ประชุมมีความมั่นใจในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาในครั้งนี้ และตลอด 1 ปีที่ผ่านมาขอขอบคุณไปยังคุณครูและบุคลากรการศึกษา ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการและสังกัดหน่วยงานอื่น ที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเราให้ดียิ่งขึ้น ผมเชื่อมั่นภายใต้นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี จะมีการดําเนินการขับเคลื่อนไปตามเจตนารมณ์ การศึกษาเท่าเทียม" พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าว

13 กันยายน 2567 เวลา 22:47
"เพิ่มพูน" ขอมั่นใจ นโยบาย ศธ. ทำได้จริงดั่งสโลแกน ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ
"พล.ต.อ.เพิ่มพูน" ขอให้มั่นใจนโยบายที่รัฐบาลแถลงจะทำจริง เชื่อผลการประเมิน PISA คะแนนจะสูงขึ้น การศึกษาเท่าเทียม พรรคภูมิใจไทย พูดแล้วทำ
วันที่ 13 กันยายน 2567 ในการประชุมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ สมาชิกพรรคภูมิใจไทยหมายเลขสมาชิก 301005491 ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อภิปรายว่า ตลอดระยะเวลา 2 วัน ตนและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนทีมงานผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามรับฟังในข้ออภิปรายของท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ข้ออภิปรายที่ได้รับฟังเป็นสิ่งที่ดี มีทั้งชื่นชมและข้อเสนอแนะ ซึ่งในส่วนการแถลงนโยบายที่ทุกท่านคงได้อ่านแล้ว เป็นนโยบายที่เรามีการดําเนินการมาแล้ว ในการแถลงนโยบาย สิ่งที่เพิ่มเติมเป็นสิ่งที่สมาชิกอภิปรายไม่ว่าจะเรื่องการสร้างความเท่าเทียม การลดภาระทั้งของนักเรียน ผู้ปกครอง และเรื่องการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ เช่น AI ซึ่งถ้าดูนโยบายแล้วคงจะเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษา และในส่วนที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดในกระทรวง อว. สังกัดท้องถิ่น และที่อยู่ในเอกชน ได้ให้ความร่วมมือกันอย่างดีในการทํางานภายใต้นโยบาย "เรียนดี มีความสุข" ซึ่งความสุขเป็นสิ่งสําคัญในการทํางานทุกอย่าง
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า เพราะฉะนั้นอยากยืนยันว่าสิ่งที่เราทํามา เรียนดี มีความสุข ลดภาระครู และบุคลากรทางการศึกษา การแก้ไขหนี้ก็มีการดําเนินการได้ผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนั้นในเรื่องครูคืนถิ่นในการจับคู่ย้าย การปรับวิทยฐานะ มีการประเมินมีการดําเนินการที่รวดเร็วขึ้นแต่คุณภาพคงเดิม เรื่องลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครองกำลังดําเนินการอยู่ เช่น เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime และเรื่องอื่นๆ มีการดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการดําเนินการทางการศึกษา เราอยากให้รวดเร็วเหมือนที่คําพูดเราเชิญชวนกันมา ปฏิวัติการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ แต่อย่างไรก็ตามในการดําเนินการก็ต้องใช้ระยะเวลาในการดําเนินการ เหมือนคําโบราณที่ว่า กรุงโรมไม่อาจสร้างได้ภายในวันเดียว ก็เช่นเดียวกัน การศึกษาก็ไม่อาจสร้างได้ภายในวันเดียว
"ขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่ไว้วางใจให้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีสโลแกนว่า ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ ขอนำเรียนไปยังท่านสมาชิกที่อภิปรายว่าจะทําได้จริงหรือไม่ ก็ขอให้เชื่อใจและมั่นใจว่าสิ่งใดที่รัฐบาลแถลงนโยบายไปแล้ว ผมในฐานที่เป็นรัฐมนตรี ร่วมคณะรัฐมนตรี ก็จะนํานโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ไปดําเนินงานขับเคลื่อนให้มีการทําจริง และให้ตอบสนองในเรื่องของการศึกษา ไม่ว่าผลการศึกษาที่ต่อไปอาจจะเป็น PISA มาทดสอบ ผมเชื่อมั่นว่าคะแนนจะสูงขึ้น เด็กและเยาวชนของเราจะมีคุณภาพการศึกษาขึ้น จึงอยากให้ที่ประชุมมีความมั่นใจในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาในครั้งนี้ และตลอด 1 ปีที่ผ่านมาขอขอบคุณไปยังคุณครูและบุคลากรการศึกษา ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการและสังกัดหน่วยงานอื่น ที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเราให้ดียิ่งขึ้น ผมเชื่อมั่นภายใต้นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี จะมีการดําเนินการขับเคลื่อนไปตามเจตนารมณ์ การศึกษาเท่าเทียม" พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าว
วันที่ 13 กันยายน 2567 ในการประชุมรัฐสภา เพื่อให้คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ สมาชิกพรรคภูมิใจไทยหมายเลขสมาชิก 301005491 ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อภิปรายว่า ตลอดระยะเวลา 2 วัน ตนและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตลอดจนทีมงานผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการได้ติดตามรับฟังในข้ออภิปรายของท่านสมาชิกรัฐสภาผู้ทรงเกียรติ ข้ออภิปรายที่ได้รับฟังเป็นสิ่งที่ดี มีทั้งชื่นชมและข้อเสนอแนะ ซึ่งในส่วนการแถลงนโยบายที่ทุกท่านคงได้อ่านแล้ว เป็นนโยบายที่เรามีการดําเนินการมาแล้ว ในการแถลงนโยบาย สิ่งที่เพิ่มเติมเป็นสิ่งที่สมาชิกอภิปรายไม่ว่าจะเรื่องการสร้างความเท่าเทียม การลดภาระทั้งของนักเรียน ผู้ปกครอง และเรื่องการนําเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ เช่น AI ซึ่งถ้าดูนโยบายแล้วคงจะเห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษา และในส่วนที่ไม่ได้สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สังกัดในกระทรวง อว. สังกัดท้องถิ่น และที่อยู่ในเอกชน ได้ให้ความร่วมมือกันอย่างดีในการทํางานภายใต้นโยบาย "เรียนดี มีความสุข" ซึ่งความสุขเป็นสิ่งสําคัญในการทํางานทุกอย่าง
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า เพราะฉะนั้นอยากยืนยันว่าสิ่งที่เราทํามา เรียนดี มีความสุข ลดภาระครู และบุคลากรทางการศึกษา การแก้ไขหนี้ก็มีการดําเนินการได้ผลที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ตั้งแต่ต้นทาง นอกจากนั้นในเรื่องครูคืนถิ่นในการจับคู่ย้าย การปรับวิทยฐานะ มีการประเมินมีการดําเนินการที่รวดเร็วขึ้นแต่คุณภาพคงเดิม เรื่องลดภาระของนักเรียนและผู้ปกครองกำลังดําเนินการอยู่ เช่น เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา Anywhere Anytime และเรื่องอื่นๆ มีการดําเนินการอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการดําเนินการทางการศึกษา เราอยากให้รวดเร็วเหมือนที่คําพูดเราเชิญชวนกันมา ปฏิวัติการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ แต่อย่างไรก็ตามในการดําเนินการก็ต้องใช้ระยะเวลาในการดําเนินการ เหมือนคําโบราณที่ว่า กรุงโรมไม่อาจสร้างได้ภายในวันเดียว ก็เช่นเดียวกัน การศึกษาก็ไม่อาจสร้างได้ภายในวันเดียว
"ขอขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่ไว้วางใจให้มาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีสโลแกนว่า ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ ขอนำเรียนไปยังท่านสมาชิกที่อภิปรายว่าจะทําได้จริงหรือไม่ ก็ขอให้เชื่อใจและมั่นใจว่าสิ่งใดที่รัฐบาลแถลงนโยบายไปแล้ว ผมในฐานที่เป็นรัฐมนตรี ร่วมคณะรัฐมนตรี ก็จะนํานโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้ ไปดําเนินงานขับเคลื่อนให้มีการทําจริง และให้ตอบสนองในเรื่องของการศึกษา ไม่ว่าผลการศึกษาที่ต่อไปอาจจะเป็น PISA มาทดสอบ ผมเชื่อมั่นว่าคะแนนจะสูงขึ้น เด็กและเยาวชนของเราจะมีคุณภาพการศึกษาขึ้น จึงอยากให้ที่ประชุมมีความมั่นใจในนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาในครั้งนี้ และตลอด 1 ปีที่ผ่านมาขอขอบคุณไปยังคุณครูและบุคลากรการศึกษา ที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการและสังกัดหน่วยงานอื่น ที่ให้ความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเราให้ดียิ่งขึ้น ผมเชื่อมั่นภายใต้นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี จะมีการดําเนินการขับเคลื่อนไปตามเจตนารมณ์ การศึกษาเท่าเทียม" พลตำรวจเอก เพิ่มพูน กล่าว