วันที่ 25 กันยายน 2567 นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรเรื่องอุทกภัยซ้ำซากพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะตำบลกระบี่ใหญ่ และตำบลทับปริก ที่เกิดขึ้นในทุกฤดูฝนมาตั้งแต่ปี 2554 มาจนถึงปัจจุบัน โดยน้ำป่าจะเข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนกว่า 2 หมื่นคน จำนวนทั้งสื้น 1 หมื่นกว่าหลังคาเรือน ทำลายพืชผลทางการเกษตร และการเชื่อมต่อระหว่างสนามบิน สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมทางฝั่งอันดามัน จึงขอเรียนประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานช่วยเร่งพิจารณาจัดสรรและอนุมัติงบประมาณในการขุดลอกคลองจากห้วยโต้ ตำบลทับปริก ที่เป็นต้นน้ำ ไปยังคลองใหญ่ซึ่งเป็นปลายน้ำในเขตเทศบลเมืองกระบี่ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรเป็นการด่วน นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการะบายน้ำลดความเสี่ยงน้ำหลากท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ยังจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในการกักเก็บในคลองกระบี่ใหญ่ เพื่อใช้แก้ปัญหาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้ง เป็นการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำให้กับชาวกระบี่ รวมทั้งภาคธุรกิการท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดต้นๆ ที่สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศ จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผลลัพธ์จะคุ้มค่าแน่นอน
"ผมอยากใช้โอกาสนี้เล่าให้ทุกท่านได้รับทราบว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุอุทกภัย ทางฝ่ายทหารจะเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่เข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่ยเหลือและอยู่ช่วยประสานงานร่วมกับทั้งตำรวจ กู้ชีพ กู้ภัย จิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จนลุล่วงไปด้วยดี และมาหาอุทกภัยที่กําลังถล่มภาคเหนือของไทยโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย บรรดาเหล่าทหารกล้ากําลังเสี่ยงชีวิตฝ่าน้ำหลากเข้าไปช่วยพี่น้องประชาชน ผมในฐานะสส.และคนไทยคนหนึ่ง จึงอยากขอกล่าวคําขอบคุณไปยังกองทัพไทย ที่พวกท่านไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชนในยามยากลําบาก สมกับประโยคที่ว่า ยามศึกเรารบยามสงบเราฝึกพัฒนาและช่วยเหลือประชาชน" นายกิตติ กล่าวและว่า นอกจากนี้อยากขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สินและความช่วยเหลือต่างๆ ผ่านทางหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมทั้งจิตอาสาโดยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกันเพื่อกอบกู้สถานการณ์ให้กลับมาปกติโดยเร็ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของพี่น้องชาวไทยอีกครั้ง

25 กันยายน 2567 เวลา 11:44
"สส.กิตติ" เร่งจัดงบฯ ขดลอกคลองแก้น้ำท่วมซ้ำซาก ขอบคุณกองทัพส่งทหารช่วยน้ำท่วม
"สส.กิตติ" หารือสภา เร่งจัดงบฯ ขุดลอกคลองแก้น้ำท่วมซ้ำซากในฤดูฝน และแก้ปัญหาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้ง สร้างความเสียหายต่อประชาชน ภาคธุรกิจและการท่องเที่ยว พร้อมขอบคุณทหารและทุกหน่วยเข้าช่วยน้ำท่วมภาคเหนือ
วันที่ 25 กันยายน 2567 นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรเรื่องอุทกภัยซ้ำซากพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะตำบลกระบี่ใหญ่ และตำบลทับปริก ที่เกิดขึ้นในทุกฤดูฝนมาตั้งแต่ปี 2554 มาจนถึงปัจจุบัน โดยน้ำป่าจะเข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนกว่า 2 หมื่นคน จำนวนทั้งสื้น 1 หมื่นกว่าหลังคาเรือน ทำลายพืชผลทางการเกษตร และการเชื่อมต่อระหว่างสนามบิน สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมทางฝั่งอันดามัน จึงขอเรียนประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานช่วยเร่งพิจารณาจัดสรรและอนุมัติงบประมาณในการขุดลอกคลองจากห้วยโต้ ตำบลทับปริก ที่เป็นต้นน้ำ ไปยังคลองใหญ่ซึ่งเป็นปลายน้ำในเขตเทศบลเมืองกระบี่ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรเป็นการด่วน นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการะบายน้ำลดความเสี่ยงน้ำหลากท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ยังจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในการกักเก็บในคลองกระบี่ใหญ่ เพื่อใช้แก้ปัญหาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้ง เป็นการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำให้กับชาวกระบี่ รวมทั้งภาคธุรกิการท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดต้นๆ ที่สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศ จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผลลัพธ์จะคุ้มค่าแน่นอน
"ผมอยากใช้โอกาสนี้เล่าให้ทุกท่านได้รับทราบว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุอุทกภัย ทางฝ่ายทหารจะเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่เข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่ยเหลือและอยู่ช่วยประสานงานร่วมกับทั้งตำรวจ กู้ชีพ กู้ภัย จิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จนลุล่วงไปด้วยดี และมาหาอุทกภัยที่กําลังถล่มภาคเหนือของไทยโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย บรรดาเหล่าทหารกล้ากําลังเสี่ยงชีวิตฝ่าน้ำหลากเข้าไปช่วยพี่น้องประชาชน ผมในฐานะสส.และคนไทยคนหนึ่ง จึงอยากขอกล่าวคําขอบคุณไปยังกองทัพไทย ที่พวกท่านไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชนในยามยากลําบาก สมกับประโยคที่ว่า ยามศึกเรารบยามสงบเราฝึกพัฒนาและช่วยเหลือประชาชน" นายกิตติ กล่าวและว่า นอกจากนี้อยากขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สินและความช่วยเหลือต่างๆ ผ่านทางหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมทั้งจิตอาสาโดยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกันเพื่อกอบกู้สถานการณ์ให้กลับมาปกติโดยเร็ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของพี่น้องชาวไทยอีกครั้ง
วันที่ 25 กันยายน 2567 นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรเรื่องอุทกภัยซ้ำซากพื้นที่จังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะตำบลกระบี่ใหญ่ และตำบลทับปริก ที่เกิดขึ้นในทุกฤดูฝนมาตั้งแต่ปี 2554 มาจนถึงปัจจุบัน โดยน้ำป่าจะเข้าท่วมบ้านเรือนของพี่น้องประชาชนกว่า 2 หมื่นคน จำนวนทั้งสื้น 1 หมื่นกว่าหลังคาเรือน ทำลายพืชผลทางการเกษตร และการเชื่อมต่อระหว่างสนามบิน สร้างความเสียหายให้กับอุตสาหกรรมทางฝั่งอันดามัน จึงขอเรียนประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานช่วยเร่งพิจารณาจัดสรรและอนุมัติงบประมาณในการขุดลอกคลองจากห้วยโต้ ตำบลทับปริก ที่เป็นต้นน้ำ ไปยังคลองใหญ่ซึ่งเป็นปลายน้ำในเขตเทศบลเมืองกระบี่ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตรเป็นการด่วน นอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการะบายน้ำลดความเสี่ยงน้ำหลากท่วมบ้านเรือนพี่น้องประชาชน ยังจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำในการกักเก็บในคลองกระบี่ใหญ่ เพื่อใช้แก้ปัญหาภัยแล้งในช่วงหน้าแล้ง เป็นการสร้างความมั่นคงทางทรัพยากรน้ำให้กับชาวกระบี่ รวมทั้งภาคธุรกิการท่องเที่ยวอีกด้วย เพราะจังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดต้นๆ ที่สร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้กับประเทศ จึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผลลัพธ์จะคุ้มค่าแน่นอน
"ผมอยากใช้โอกาสนี้เล่าให้ทุกท่านได้รับทราบว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุอุทกภัย ทางฝ่ายทหารจะเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่เข้าพื้นที่เพื่อให้ความช่ยเหลือและอยู่ช่วยประสานงานร่วมกับทั้งตำรวจ กู้ชีพ กู้ภัย จิตอาสา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จนลุล่วงไปด้วยดี และมาหาอุทกภัยที่กําลังถล่มภาคเหนือของไทยโดยเฉพาะจังหวัดเชียงราย บรรดาเหล่าทหารกล้ากําลังเสี่ยงชีวิตฝ่าน้ำหลากเข้าไปช่วยพี่น้องประชาชน ผมในฐานะสส.และคนไทยคนหนึ่ง จึงอยากขอกล่าวคําขอบคุณไปยังกองทัพไทย ที่พวกท่านไม่เคยทอดทิ้งพี่น้องประชาชนในยามยากลําบาก สมกับประโยคที่ว่า ยามศึกเรารบยามสงบเราฝึกพัฒนาและช่วยเหลือประชาชน" นายกิตติ กล่าวและว่า นอกจากนี้อยากขอขอบคุณพี่น้องชาวไทยที่ร่วมกันบริจาคทรัพย์สินและความช่วยเหลือต่างๆ ผ่านทางหน่วยงานรัฐและเอกชน รวมทั้งจิตอาสาโดยมีนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี สส.ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกันเพื่อกอบกู้สถานการณ์ให้กลับมาปกติโดยเร็ว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นรอยยิ้มและความสุขของพี่น้องชาวไทยอีกครั้ง