วันที่ 26 กันยายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตอบกระทู้ถามสด ของนางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคแรงงานทั้งใน และนอกระบบ รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ส่งผลให้หลายบริษัทต้องปิดกิจการ และบางโรงงานยังไม่สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้ ทางกระทรวงแรงงานโดยเฉพาะประกันสังคม จะมีการเยียวยาอย่างไร ว่า จากการที่นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ไปดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดน่าน แพร่ พะเยา เชียงราย แล้วอาจจะมีทางภาคเหนือ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร ซึ่งขณะนี้เลยไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก ซึ่งได้รับผลกระทบ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทางสำนักงานประกันสังคม มีมาตรการในการที่จะดูแลผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 และ 40 ให้ช่วยเหลือเยียวยา 50% ของค่าจ้าง ในแต่ละวันที่ผู้ประกันตนเสียหาย ถึงแม้นว่าผู้ประกันตนรายนั้นยังทํางาน หรือหยุดไม่สามารถไปทํางานได้ จะเยียวยา 50% ของค่าจ้าง ในแต่ละวันของผู้ประกันตน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีการเดินทางไปมอบถุงยังชีพให้กับจังหวัดต่างๆ ที่ประสบกับอุทกภัยโดยเฉพาะ เรามีผู้ให้การสนับสนุนโดยการบริจาคน้ำดื่มในจังหวัดต่างๆ แล้วถึง 105,000 ขวด ไซส์ขนาด 1.5 ลิตรต่อขวด และทําข้าวกล่องแจกไม่น้อยกว่า 5,000 กล่อง และที่สําคัญไปกว่านั้นหลังจากอุทกภัยผ่านไปแล้ว กระทรวงแรงงานเรามีหน้าที่ก็คือเข้าไปช่วยซ่อมแซมบํารุงรักษาโดยเฉพาะบ้านที่เกิดอุทกภัยระบบไฟในบ้านเสียหาย โดยทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มีการระดมช่างในทุกจังหวัดของภาคเหนือ เข้าไประดมช่วย ซึ่งขณะนี้เรากําลังปฏิบัติการอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวานนี้ผมได้ลงพื้นที่ที่อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และที่ อ.แม่สาย มีกําหนดว่าจะลงไปในวันที่ 4 ต.ค. ที่จะเข้าไปซ่อมบํารุงได้ การซ่อมบํารุงตรงนี้เราจะมีการดูเรื่องระบบไฟฟ้าในบ้าน ซ่อมเครื่องมือ เครื่องใช้ ที่เกี่ยวกับภาคการเกษตร และที่สําคัญคือยานพาหนะ โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ จะไปทําการถ่ายน้ำมันเครื่องแล้วซ่อมบํารุงให้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทางกระทรวงแรงงาน ได้ขอรับบริจาค จากบริษัทต่างๆ ที่ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม อาหารแห้ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง หัวเทียน หรืออุปกรณ์สายไฟฟ้าต่างๆ
“ขณะนี้ทางประกันสังคม มีการลงนามในเอ็มโอยู กับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในเรื่องของการช่วยเหลือเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำให้กับผู้ประกันตน ตามมาตรา 33, 39 และ 40 ซึ่งเราจะให้กู้คนละไม่เกิน 2 ล้านบาท ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยใน 5 ปีแรกคือ 1.59% ส่วนในปีที่ 6 ถึงปีที่ 8 MRR - 2 ปีที่ 9 เป็นต้นไป MRR - 0.5 ซึ่งคิดว่าตรงนี้จะเป็นการบรรเทา เบาบาง สําหรับการที่จะช่วยให้กับผู้ประกันตน ของสำนักงานประกันสังคม”
นายพิพัฒน์ ชี้แจงคำถามต่อมาถึงสภาพอากาศแปรปรวน ต้องมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีกในอนาคตทางกระทรวงแรงงานมีมาตรการรองรับ หรือ Emergency Plan หรือไม่ ว่า คําว่าโลกเดือด หรือ Climate Change เราจะเห็นว่าปัญหาอุทกภัย วาตภัย จะเกิดความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราเห็นว่าไต้ฝุ่นลูกที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปี พัดเข้ามาสู่ภูมิภาคของเรา ในระยะเวลาที่ผ่านมาไม่นาน สร้างความเสียหายให้ทั้งประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน ประเทศเมียนมา และประเทศเวียดนาม ซึ่งเกิดความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สิน เป็นจํานวนมาก ประเทศไทย เจอพายุท้ายๆ แต่ด้วยความที่ปีนี้เราเจอกับพายุเข้ามาในภูมิภาคหลายๆ ครั้งด้วยกัน ขณะนี้เห็นอยู่ว่ามีพายุเข้ามา ถึงแม้จะเป็นแค่มรสุม ทําให้จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดลําพูน เริ่มประสบอุทกภัย
“กระทรวงแรงงานมีการที่จะคุย และพูดถึงการสร้างอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพอิสระ ผมเองได้กําชับผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปว่าการที่เราจะพูดถึงการสร้างอาชีพอิสระสิ่งที่เราจะต้องเอามาเป็นเป้าหมาย ในแต่ละตําบล หนึ่งตําบล หนึ่งกลุ่มอาชีพอิสระ โดยให้ยึดถือนโยบาย BCG เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เราจะพยายามใช้วัสดุที่เป็นของธรรมชาติที่เราหาได้ในพื้นที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นตําบล อําเภอ หรือในหมู่บ้านเข้ามาเพื่อทําการประกอบ และใช้ และเมื่อใช้เสร็จสามารถนํากลับมาใช้ใหม่ นี่คือเป็นการช่วยในการลดเรื่องของสภาวะโลกร้อน และอีกส่วนหนึ่งมีการรณรงค์ และหารือผ่านไปทางอาสาสมัครแรงงาน ซึ่งมีหนึ่งตําบลหนึ่งอาสาสมัครแรงงาน พยายามให้ความรู้ความสามารถ ข้อมูลว่าอาสาสมัครแรงงานควรจะเข้าไปแนะนําอย่างไร ในการรณรงค์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม เรื่องการลดโลกร้อนให้ได้ ถึงแม้กระทรวงแรงงานจะไม่ได้เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการดูแลเรื่องของสภาวะแวดแวดล้อม แต่ก็เป็นส่วนที่จะเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งในการที่จะเข้าไปเกี่ยว เพราะผู้ใช้แรงงานถึง 40 ล้านคน ไม่ว่าธุรกิจอะไร หรือกิจกรรมอะไร หรือธุรกรรมอะไร ผู้ใช้แรงงานทั้ง 40 ล้านคน ต้องมีส่วนเกี่ยวเนื่องไปในทุกมิติ ทุกกิจกรรม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางกระทรวงแรงงานโดยผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พยายามที่จะไปให้ความรู้ว่าอะไรควรจะทํา อะไรไม่ควรจะทํา และอะไรที่คิดว่าเมื่อทําไปแล้วไม่สร้างมลภาวะให้กับโลกใบนี้ หรือประเทศของเราให้มากกว่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
“ ขอย้อนเล็กน้อย ผมเคยอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีความคิด และมีการกระทําว่า ถ้าการท่องเที่ยวเราจะมีการท่องเที่ยวอย่างไรในการลดในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมาอยู่ที่กระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงานก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่จะต้องไปเชื่อมต่อกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะเป็นผู้ที่กําหนดหลักสูตร และนําไปปฏิบัติ และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะเป็นผู้จัดการอบรม หรือสัมมนาให้กับแรงงานต่างๆ เหล่านั้น ซึ่งถ้าเราให้ความรู้เป็นเบื้องต้นไปกับผู้ใช้แรงงานแล้ว ผมมั่นใจว่า เราสามารถลดเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้ แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้น สิ่งที่พวกเรากําลังสร้างหนึ่งอาชีพอิสระ ต่อหนึ่งตําบล เราพยายามปกป้องเพื่อให้ไม่กระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ผมถึงให้นโยบายแต่ละตําบลว่า เอานโยบาย BCG มาเป็นตัวจับ เมื่อจับได้แล้วผมเชื่อว่า เราเอาธรรมชาติมาใช้ไม่รบกวนสิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติและไม่ไปรบกวนสิ่งที่จะทําให้เกิดธรรมชาติให้ผิดเพี้ยน นั่นคือจะเป็นที่มาของการช่วยเหลือ และสนับสนุนการต่อสู้ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือ Climate Change”
ขณะที่ นางสาวผกามาศ กล่าวสุดท้ายว่า โลกของเราอยู่ใน ยุค “โลกเดือด” ย่อมเกิดสภาพอากาศแปรปรวนขึ้นทุกวัน ซึ่งแม้ประเทศไทย จะเป็นประเทศที่มีภัยพิบัติค่อนข้างต่ำกว่าประเทศอื่น แต่คงหลีกหนีไม่พ้น เราจึงจะต้องเตรียมแผน เพื่อที่รองรับเรื่องของภัยพิบัติ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่สามารถที่จะรีรอ เพียงแต่ไปกู้ภัย เมื่อเหตุได้เกิดไปแล้ว จึงอยากขอฝากให้ทางรัฐบาลและภาครัฐ ได้พิจารณาดําเนินเพื่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วย

26 กันยายน 2567 เวลา 17:12
"พิพัฒน์" แจงกระทู้สด ก.แรงงาน ด้าน "ผกามาศ" แนะรัฐหามาตรการป้องกันด่วน
“พิพัฒน์” แจงกระทู้สด ก.แรงงาน มีหลายมาตรการช่วยผู้รับผลกระทบจากอุทกภัย MOU ประกันสังคม และธนาคารอาคารสงเคราะห์ ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ประกันตน วงเงินคนละ 2 ล้าน ดอกเบี้ยถูก แจงใช้นโยบาย BCG สร้างอาชีพอิสระ สู้สภาวะ โลกเดือด ! ด้าน “ผกามาศ” แนะรัฐหามาตรการป้องกันด่วน
วันที่ 26 กันยายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตอบกระทู้ถามสด ของนางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคแรงงานทั้งใน และนอกระบบ รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ส่งผลให้หลายบริษัทต้องปิดกิจการ และบางโรงงานยังไม่สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้ ทางกระทรวงแรงงานโดยเฉพาะประกันสังคม จะมีการเยียวยาอย่างไร ว่า จากการที่นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ไปดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดน่าน แพร่ พะเยา เชียงราย แล้วอาจจะมีทางภาคเหนือ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร ซึ่งขณะนี้เลยไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก ซึ่งได้รับผลกระทบ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทางสำนักงานประกันสังคม มีมาตรการในการที่จะดูแลผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 และ 40 ให้ช่วยเหลือเยียวยา 50% ของค่าจ้าง ในแต่ละวันที่ผู้ประกันตนเสียหาย ถึงแม้นว่าผู้ประกันตนรายนั้นยังทํางาน หรือหยุดไม่สามารถไปทํางานได้ จะเยียวยา 50% ของค่าจ้าง ในแต่ละวันของผู้ประกันตน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีการเดินทางไปมอบถุงยังชีพให้กับจังหวัดต่างๆ ที่ประสบกับอุทกภัยโดยเฉพาะ เรามีผู้ให้การสนับสนุนโดยการบริจาคน้ำดื่มในจังหวัดต่างๆ แล้วถึง 105,000 ขวด ไซส์ขนาด 1.5 ลิตรต่อขวด และทําข้าวกล่องแจกไม่น้อยกว่า 5,000 กล่อง และที่สําคัญไปกว่านั้นหลังจากอุทกภัยผ่านไปแล้ว กระทรวงแรงงานเรามีหน้าที่ก็คือเข้าไปช่วยซ่อมแซมบํารุงรักษาโดยเฉพาะบ้านที่เกิดอุทกภัยระบบไฟในบ้านเสียหาย โดยทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มีการระดมช่างในทุกจังหวัดของภาคเหนือ เข้าไประดมช่วย ซึ่งขณะนี้เรากําลังปฏิบัติการอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวานนี้ผมได้ลงพื้นที่ที่อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และที่ อ.แม่สาย มีกําหนดว่าจะลงไปในวันที่ 4 ต.ค. ที่จะเข้าไปซ่อมบํารุงได้ การซ่อมบํารุงตรงนี้เราจะมีการดูเรื่องระบบไฟฟ้าในบ้าน ซ่อมเครื่องมือ เครื่องใช้ ที่เกี่ยวกับภาคการเกษตร และที่สําคัญคือยานพาหนะ โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ จะไปทําการถ่ายน้ำมันเครื่องแล้วซ่อมบํารุงให้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทางกระทรวงแรงงาน ได้ขอรับบริจาค จากบริษัทต่างๆ ที่ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม อาหารแห้ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง หัวเทียน หรืออุปกรณ์สายไฟฟ้าต่างๆ
“ขณะนี้ทางประกันสังคม มีการลงนามในเอ็มโอยู กับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในเรื่องของการช่วยเหลือเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำให้กับผู้ประกันตน ตามมาตรา 33, 39 และ 40 ซึ่งเราจะให้กู้คนละไม่เกิน 2 ล้านบาท ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยใน 5 ปีแรกคือ 1.59% ส่วนในปีที่ 6 ถึงปีที่ 8 MRR - 2 ปีที่ 9 เป็นต้นไป MRR - 0.5 ซึ่งคิดว่าตรงนี้จะเป็นการบรรเทา เบาบาง สําหรับการที่จะช่วยให้กับผู้ประกันตน ของสำนักงานประกันสังคม”
นายพิพัฒน์ ชี้แจงคำถามต่อมาถึงสภาพอากาศแปรปรวน ต้องมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีกในอนาคตทางกระทรวงแรงงานมีมาตรการรองรับ หรือ Emergency Plan หรือไม่ ว่า คําว่าโลกเดือด หรือ Climate Change เราจะเห็นว่าปัญหาอุทกภัย วาตภัย จะเกิดความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราเห็นว่าไต้ฝุ่นลูกที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปี พัดเข้ามาสู่ภูมิภาคของเรา ในระยะเวลาที่ผ่านมาไม่นาน สร้างความเสียหายให้ทั้งประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน ประเทศเมียนมา และประเทศเวียดนาม ซึ่งเกิดความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สิน เป็นจํานวนมาก ประเทศไทย เจอพายุท้ายๆ แต่ด้วยความที่ปีนี้เราเจอกับพายุเข้ามาในภูมิภาคหลายๆ ครั้งด้วยกัน ขณะนี้เห็นอยู่ว่ามีพายุเข้ามา ถึงแม้จะเป็นแค่มรสุม ทําให้จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดลําพูน เริ่มประสบอุทกภัย
“กระทรวงแรงงานมีการที่จะคุย และพูดถึงการสร้างอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพอิสระ ผมเองได้กําชับผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปว่าการที่เราจะพูดถึงการสร้างอาชีพอิสระสิ่งที่เราจะต้องเอามาเป็นเป้าหมาย ในแต่ละตําบล หนึ่งตําบล หนึ่งกลุ่มอาชีพอิสระ โดยให้ยึดถือนโยบาย BCG เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เราจะพยายามใช้วัสดุที่เป็นของธรรมชาติที่เราหาได้ในพื้นที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นตําบล อําเภอ หรือในหมู่บ้านเข้ามาเพื่อทําการประกอบ และใช้ และเมื่อใช้เสร็จสามารถนํากลับมาใช้ใหม่ นี่คือเป็นการช่วยในการลดเรื่องของสภาวะโลกร้อน และอีกส่วนหนึ่งมีการรณรงค์ และหารือผ่านไปทางอาสาสมัครแรงงาน ซึ่งมีหนึ่งตําบลหนึ่งอาสาสมัครแรงงาน พยายามให้ความรู้ความสามารถ ข้อมูลว่าอาสาสมัครแรงงานควรจะเข้าไปแนะนําอย่างไร ในการรณรงค์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม เรื่องการลดโลกร้อนให้ได้ ถึงแม้กระทรวงแรงงานจะไม่ได้เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการดูแลเรื่องของสภาวะแวดแวดล้อม แต่ก็เป็นส่วนที่จะเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งในการที่จะเข้าไปเกี่ยว เพราะผู้ใช้แรงงานถึง 40 ล้านคน ไม่ว่าธุรกิจอะไร หรือกิจกรรมอะไร หรือธุรกรรมอะไร ผู้ใช้แรงงานทั้ง 40 ล้านคน ต้องมีส่วนเกี่ยวเนื่องไปในทุกมิติ ทุกกิจกรรม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางกระทรวงแรงงานโดยผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พยายามที่จะไปให้ความรู้ว่าอะไรควรจะทํา อะไรไม่ควรจะทํา และอะไรที่คิดว่าเมื่อทําไปแล้วไม่สร้างมลภาวะให้กับโลกใบนี้ หรือประเทศของเราให้มากกว่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
“ ขอย้อนเล็กน้อย ผมเคยอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีความคิด และมีการกระทําว่า ถ้าการท่องเที่ยวเราจะมีการท่องเที่ยวอย่างไรในการลดในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมาอยู่ที่กระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงานก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่จะต้องไปเชื่อมต่อกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะเป็นผู้ที่กําหนดหลักสูตร และนําไปปฏิบัติ และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะเป็นผู้จัดการอบรม หรือสัมมนาให้กับแรงงานต่างๆ เหล่านั้น ซึ่งถ้าเราให้ความรู้เป็นเบื้องต้นไปกับผู้ใช้แรงงานแล้ว ผมมั่นใจว่า เราสามารถลดเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้ แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้น สิ่งที่พวกเรากําลังสร้างหนึ่งอาชีพอิสระ ต่อหนึ่งตําบล เราพยายามปกป้องเพื่อให้ไม่กระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ผมถึงให้นโยบายแต่ละตําบลว่า เอานโยบาย BCG มาเป็นตัวจับ เมื่อจับได้แล้วผมเชื่อว่า เราเอาธรรมชาติมาใช้ไม่รบกวนสิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติและไม่ไปรบกวนสิ่งที่จะทําให้เกิดธรรมชาติให้ผิดเพี้ยน นั่นคือจะเป็นที่มาของการช่วยเหลือ และสนับสนุนการต่อสู้ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือ Climate Change”
ขณะที่ นางสาวผกามาศ กล่าวสุดท้ายว่า โลกของเราอยู่ใน ยุค “โลกเดือด” ย่อมเกิดสภาพอากาศแปรปรวนขึ้นทุกวัน ซึ่งแม้ประเทศไทย จะเป็นประเทศที่มีภัยพิบัติค่อนข้างต่ำกว่าประเทศอื่น แต่คงหลีกหนีไม่พ้น เราจึงจะต้องเตรียมแผน เพื่อที่รองรับเรื่องของภัยพิบัติ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่สามารถที่จะรีรอ เพียงแต่ไปกู้ภัย เมื่อเหตุได้เกิดไปแล้ว จึงอยากขอฝากให้ทางรัฐบาลและภาครัฐ ได้พิจารณาดําเนินเพื่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วย
วันที่ 26 กันยายน 2567 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ตอบกระทู้ถามสด ของนางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยาภาคแรงงานทั้งใน และนอกระบบ รวมถึงผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย ส่งผลให้หลายบริษัทต้องปิดกิจการ และบางโรงงานยังไม่สามารถกลับมาประกอบธุรกิจได้ ทางกระทรวงแรงงานโดยเฉพาะประกันสังคม จะมีการเยียวยาอย่างไร ว่า จากการที่นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ไปดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางภาคเหนือ ตั้งแต่จังหวัดน่าน แพร่ พะเยา เชียงราย แล้วอาจจะมีทางภาคเหนือ จ.สุโขทัย จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร ซึ่งขณะนี้เลยไปถึงจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดตาก ซึ่งได้รับผลกระทบ
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ทางสำนักงานประกันสังคม มีมาตรการในการที่จะดูแลผู้ประกันตน โดยเฉพาะผู้ประกันตนตามมาตรา 33, 39 และ 40 ให้ช่วยเหลือเยียวยา 50% ของค่าจ้าง ในแต่ละวันที่ผู้ประกันตนเสียหาย ถึงแม้นว่าผู้ประกันตนรายนั้นยังทํางาน หรือหยุดไม่สามารถไปทํางานได้ จะเยียวยา 50% ของค่าจ้าง ในแต่ละวันของผู้ประกันตน เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน
นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน มีการเดินทางไปมอบถุงยังชีพให้กับจังหวัดต่างๆ ที่ประสบกับอุทกภัยโดยเฉพาะ เรามีผู้ให้การสนับสนุนโดยการบริจาคน้ำดื่มในจังหวัดต่างๆ แล้วถึง 105,000 ขวด ไซส์ขนาด 1.5 ลิตรต่อขวด และทําข้าวกล่องแจกไม่น้อยกว่า 5,000 กล่อง และที่สําคัญไปกว่านั้นหลังจากอุทกภัยผ่านไปแล้ว กระทรวงแรงงานเรามีหน้าที่ก็คือเข้าไปช่วยซ่อมแซมบํารุงรักษาโดยเฉพาะบ้านที่เกิดอุทกภัยระบบไฟในบ้านเสียหาย โดยทางกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ได้มีการระดมช่างในทุกจังหวัดของภาคเหนือ เข้าไประดมช่วย ซึ่งขณะนี้เรากําลังปฏิบัติการอยู่ที่จังหวัดเชียงราย เมื่อวานนี้ผมได้ลงพื้นที่ที่อําเภอเมือง จังหวัดเชียงราย และที่ อ.แม่สาย มีกําหนดว่าจะลงไปในวันที่ 4 ต.ค. ที่จะเข้าไปซ่อมบํารุงได้ การซ่อมบํารุงตรงนี้เราจะมีการดูเรื่องระบบไฟฟ้าในบ้าน ซ่อมเครื่องมือ เครื่องใช้ ที่เกี่ยวกับภาคการเกษตร และที่สําคัญคือยานพาหนะ โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ จะไปทําการถ่ายน้ำมันเครื่องแล้วซ่อมบํารุงให้ สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทางกระทรวงแรงงาน ได้ขอรับบริจาค จากบริษัทต่างๆ ที่ให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นน้ำดื่ม อาหารแห้ง โดยเฉพาะอุปกรณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันเครื่อง หัวเทียน หรืออุปกรณ์สายไฟฟ้าต่างๆ
“ขณะนี้ทางประกันสังคม มีการลงนามในเอ็มโอยู กับทางธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในเรื่องของการช่วยเหลือเงินกู้ในอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำให้กับผู้ประกันตน ตามมาตรา 33, 39 และ 40 ซึ่งเราจะให้กู้คนละไม่เกิน 2 ล้านบาท ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยใน 5 ปีแรกคือ 1.59% ส่วนในปีที่ 6 ถึงปีที่ 8 MRR - 2 ปีที่ 9 เป็นต้นไป MRR - 0.5 ซึ่งคิดว่าตรงนี้จะเป็นการบรรเทา เบาบาง สําหรับการที่จะช่วยให้กับผู้ประกันตน ของสำนักงานประกันสังคม”
นายพิพัฒน์ ชี้แจงคำถามต่อมาถึงสภาพอากาศแปรปรวน ต้องมีภัยพิบัติเกิดขึ้นอีกในอนาคตทางกระทรวงแรงงานมีมาตรการรองรับ หรือ Emergency Plan หรือไม่ ว่า คําว่าโลกเดือด หรือ Climate Change เราจะเห็นว่าปัญหาอุทกภัย วาตภัย จะเกิดความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราเห็นว่าไต้ฝุ่นลูกที่ใหญ่ที่สุดในรอบ 70 ปี พัดเข้ามาสู่ภูมิภาคของเรา ในระยะเวลาที่ผ่านมาไม่นาน สร้างความเสียหายให้ทั้งประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน ประเทศเมียนมา และประเทศเวียดนาม ซึ่งเกิดความเสียหายทั้งชีวิต และทรัพย์สิน เป็นจํานวนมาก ประเทศไทย เจอพายุท้ายๆ แต่ด้วยความที่ปีนี้เราเจอกับพายุเข้ามาในภูมิภาคหลายๆ ครั้งด้วยกัน ขณะนี้เห็นอยู่ว่ามีพายุเข้ามา ถึงแม้จะเป็นแค่มรสุม ทําให้จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลําปาง จังหวัดลําพูน เริ่มประสบอุทกภัย
“กระทรวงแรงงานมีการที่จะคุย และพูดถึงการสร้างอาชีพ โดยเฉพาะอาชีพอิสระ ผมเองได้กําชับผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงานไปว่าการที่เราจะพูดถึงการสร้างอาชีพอิสระสิ่งที่เราจะต้องเอามาเป็นเป้าหมาย ในแต่ละตําบล หนึ่งตําบล หนึ่งกลุ่มอาชีพอิสระ โดยให้ยึดถือนโยบาย BCG เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) เราจะพยายามใช้วัสดุที่เป็นของธรรมชาติที่เราหาได้ในพื้นที่ของเรา ไม่ว่าจะเป็นตําบล อําเภอ หรือในหมู่บ้านเข้ามาเพื่อทําการประกอบ และใช้ และเมื่อใช้เสร็จสามารถนํากลับมาใช้ใหม่ นี่คือเป็นการช่วยในการลดเรื่องของสภาวะโลกร้อน และอีกส่วนหนึ่งมีการรณรงค์ และหารือผ่านไปทางอาสาสมัครแรงงาน ซึ่งมีหนึ่งตําบลหนึ่งอาสาสมัครแรงงาน พยายามให้ความรู้ความสามารถ ข้อมูลว่าอาสาสมัครแรงงานควรจะเข้าไปแนะนําอย่างไร ในการรณรงค์เรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อม เรื่องการลดโลกร้อนให้ได้ ถึงแม้กระทรวงแรงงานจะไม่ได้เกี่ยวเนื่องโดยตรงกับการดูแลเรื่องของสภาวะแวดแวดล้อม แต่ก็เป็นส่วนที่จะเป็นจิ๊กซอว์ตัวหนึ่งในการที่จะเข้าไปเกี่ยว เพราะผู้ใช้แรงงานถึง 40 ล้านคน ไม่ว่าธุรกิจอะไร หรือกิจกรรมอะไร หรือธุรกรรมอะไร ผู้ใช้แรงงานทั้ง 40 ล้านคน ต้องมีส่วนเกี่ยวเนื่องไปในทุกมิติ ทุกกิจกรรม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทางกระทรวงแรงงานโดยผ่านกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน พยายามที่จะไปให้ความรู้ว่าอะไรควรจะทํา อะไรไม่ควรจะทํา และอะไรที่คิดว่าเมื่อทําไปแล้วไม่สร้างมลภาวะให้กับโลกใบนี้ หรือประเทศของเราให้มากกว่าที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
“ ขอย้อนเล็กน้อย ผมเคยอยู่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีความคิด และมีการกระทําว่า ถ้าการท่องเที่ยวเราจะมีการท่องเที่ยวอย่างไรในการลดในเรื่องของสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นเมื่อกลับมาอยู่ที่กระทรวงแรงงาน กระทรวงแรงงานก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานที่จะต้องไปเชื่อมต่อกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งจะเป็นผู้ที่กําหนดหลักสูตร และนําไปปฏิบัติ และบุคลากรที่มีส่วนเกี่ยวเนื่องกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน จะเป็นผู้จัดการอบรม หรือสัมมนาให้กับแรงงานต่างๆ เหล่านั้น ซึ่งถ้าเราให้ความรู้เป็นเบื้องต้นไปกับผู้ใช้แรงงานแล้ว ผมมั่นใจว่า เราสามารถลดเรื่องของสิ่งแวดล้อมได้ แต่ที่นอกเหนือไปกว่านั้น สิ่งที่พวกเรากําลังสร้างหนึ่งอาชีพอิสระ ต่อหนึ่งตําบล เราพยายามปกป้องเพื่อให้ไม่กระทบในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ผมถึงให้นโยบายแต่ละตําบลว่า เอานโยบาย BCG มาเป็นตัวจับ เมื่อจับได้แล้วผมเชื่อว่า เราเอาธรรมชาติมาใช้ไม่รบกวนสิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติและไม่ไปรบกวนสิ่งที่จะทําให้เกิดธรรมชาติให้ผิดเพี้ยน นั่นคือจะเป็นที่มาของการช่วยเหลือ และสนับสนุนการต่อสู้ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม หรือ Climate Change”
ขณะที่ นางสาวผกามาศ กล่าวสุดท้ายว่า โลกของเราอยู่ใน ยุค “โลกเดือด” ย่อมเกิดสภาพอากาศแปรปรวนขึ้นทุกวัน ซึ่งแม้ประเทศไทย จะเป็นประเทศที่มีภัยพิบัติค่อนข้างต่ำกว่าประเทศอื่น แต่คงหลีกหนีไม่พ้น เราจึงจะต้องเตรียมแผน เพื่อที่รองรับเรื่องของภัยพิบัติ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่สามารถที่จะรีรอ เพียงแต่ไปกู้ภัย เมื่อเหตุได้เกิดไปแล้ว จึงอยากขอฝากให้ทางรัฐบาลและภาครัฐ ได้พิจารณาดําเนินเพื่อสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทยด้วย