พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 34/2567 เมื่อวันพุธที่ 2 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom meeting ว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ยืบสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัสไฟไหม้ ก่อให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้กับครู นักเรียน และครอบครัวผู้สูญเสีย รวมทั้งผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการจะร่วมหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
- สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จากการรายงานของ ปภ. (วันที่ 16 สิงหาคม - 1 ตุลาคม 2567) มี 37 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ (เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา น่าน ลําพูน
ลําปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย นครพนม
ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม บึงกาฬ หนองบัวลําภู อุบลราชธานี ปราจีนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา นครศรีธรรมราช พังงา ตรัง และสตูล)
มีประชาชนได้รับผลกระทบ 181,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 49 ราย และบาดเจ็บ 28 ราย
โดยข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 26 กันยายน 2567 มีนักเรียน นักศึกษา ที่ประสบภัย 21,739 คน มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ประสบภัย 1,488 คน โดยจำนวนนี้มีสถานศึกษาและหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ รวม 256 แห่ง แบ่งเป็น
- สป. จำนวน 2 แห่ง
- สช. จำนวน 25 แห่ง
- สกร. จำนวน 43 แห่ง
- สพฐ. จำนวน 143 แห่ง
- สอศ. จำนวน 43 แห่ง
“กระทรวงศึกษาธิการ ได้รวบรวมงบประมาณ เพื่อของบกลางในการช่วยเหลือเยียวยาหน่วยงานและสถานศึกษา ศธ.ที่ประสบภัย จำนวน 262.7706 ล้านบาท พร้อมดำเนินการมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ใน 2 มาตรการ ได้แก่
มาตรการที่ 1 การช่วยเหลือเยียวยานักเรียน นักศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง เป็น “ค่าหนังสือ ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าอุปกรณ์การเรียน” ในอัตราเงินอุดหนุนรายหัว ของโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน แก่นักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง สพฐ. สช. (ยกเว้นโรงเรียนนานาชาติและ รร.ที่ไม่รับเงินอุดหนุน) สอศ.รัฐและเอกชน สกร. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
มาตรการที่ 2 การช่วยเหลือเยียวยานักเรียน นักศึกษา เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูอาคาร สถานที่ และวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน เป็น “ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้าง ห้องน้ำ ห้องสุขา และสภาพแวดล้อม ถนน หรือพื้นที่ในบริเวณสถานศึกษาที่ใช้สำหรับการจัดการเรียนการสอน” แก่หน่วยงาน สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง สป. สพฐ. สอศ. สช. และ สกร. ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย ให้กลับสู่สภาพปกติ สามารถปฏิบัติงาน และจัดการเรียนการสอนได้”
- ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา PISA ของ สพฐ. และ สสวท.
- การอบรมออนไลน์ “การสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาตร์ และคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น” ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม 2567 จำนวน 3 วิชา วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย ในรูปแบบผสมผสาน ทั้งออนไลน์และออนไซต์ หลักสูตร 5 วัน จำนวน 8 รุ่น ๆ รุ่นละ 40 คนต่อวิชา รวม 960 คน
- การติดตามการประชุมการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยชุดพัฒนาความฉลาดรู้ และ Computer Based Test ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในสถานศึกษาทุกแห่ง
- รายงานการขับเคลื่อนและนำนำชุดพัฒนาความฉลาดรู้ไปใช้ในห้องเรียน ภาคเรียนที่ 1/2567
- การต่อยอดคุณภาพ โรงเรียนพี่-โรงเรียนน้อง Learn to earn การศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต
“นอกจากให้มีการจัดทำคู่มือและบันทึกเทปในการสร้างข้อสอบตามแนวมาตรฐานสากลแล้ว จัดให้มีระบบประเมินภายหลังการอบรมว่า มีการนำความรู้และทักษะไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร พร้อมจัดระบบห้องเรียนออนไลน์เพื่อขยายผลในระดับพื้นที่ของ สพฐ. สอศ. สช. ด้วย”
สรุปเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนและครูโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม สพป.อุทัยธานี เขต 2
โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ได้พานักเรียนไปทัศนศึกษา จำนวน 112 คน ประกอบด้วย นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีครู นักการภารโรง และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เป็น ผู้ควบคุมเดินทางไปด้วย จำนวน 15 คน ซึ่งได้จ้างเหมารถบัส จำนวน 3 คัน
คันที่ 1 ประกอบด้วย นักเรียน 35 คน ครู 4 คน รวมเป็น 39 คน
คันที่ 2 ประกอบด้วย นักเรียน 39 คน ครู 6 คน รวมเป็น 45 คน
คันที่ 3 ประกอบด้วย นักเรียน 38 คน ครู 5 คน รวมเป็น 43 คน
- ในระหว่างเดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเดินทางไปศึกษาดูงานต่อ ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ) จังหวัดนนทบุรี ประมาณเวลา 12.05 น. รถบัสคันที่ 2 ได้เกิดอุบัติเหตุยางหน้าขวาระเบิด และชนเข้ากับแบริเออร์จนเกิดไฟลุกขึ้นที่ด้านหน้ารถก่อน และได้รุกลามไปทั้งคัน
- มีผู้ที่ไม่สามารถออกจากรถได้ จำนวน 23 ราย จำแนก เป็นครูและนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจำนวน 3 ราย และนักเรียน จำนวน 20 ราย ทีมกู้ภัยได้นำร่างไปพิสูจน์อัตลักษณ์ ณ สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ในส่วนของผู้ไม่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 19 คน จำแนกเป็น ครู 3 คน และ นักเรียน จำนวน 16 คน
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กนักเรียน จำนวน 3 ราย นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โดยมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด และมีหมอเด็กและหมอศัลยกรรมได้มาร่วมดูอาการ ส่วนครูที่มีอาการบาดเจ็บไม่ถึงขั้นรุนแรง แพทย์ให้สังเกตอาการที่บ้าน
- สำหรับเด็กที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 89 คน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประสานกับกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดรถส่งนักเรียนกลับจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริและความมั่นคง กองบัญชาการกองทัพไทย ไปยังโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จำนวน 3 คัน ในจำนวนนี้ มีนักเรียนจำนวน จำนวน 35 คน ที่ผู้ปกครองมารับกลับที่กรุงเทพมหานครและรับกลับระหว่างทาง โดยรถทั้ง 3 คัน เดินทางถึงโรงเรียน เวลา 20.45 นาที โดยสวัสดิภาพ และมีผู้ปกครองมารอรับเด็กกลับบ้าน
ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการ
- เบื้องต้นได้อำนวยความสะดวกที่พักแก่ญาติของผู้ประสบภัย ณ หอพัก สกสค. จำนวน 31 คน พร้อมอาหารว่างและน้ำดื่ม พร้อมมอบเจ้าหน้าที่ สพม.กท.1 ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติผู้ประสบเหตุ และสนับสนุนรถตู้รับส่งไป-กลับ โรงพยาบาลตำรวจ
- จัดพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ในสังกัด สพม.กท.1 จำนวน 12 คน ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติผู้ประสบเหตุ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ สถานบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ หอพัก สกสค. เพื่อให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ส่วนมาตรการระยะต่อไป
- งดทัศนศึกษา หากจำเป็นต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน จัดทำแผนเผชิญเหตุ พร้อมให้มีการซักซ้อมและปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด
- จัดพิธีสวดมนต์ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตและส่งผลบุญช่วยผู้บาดเจ็บ
- เตรียม มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” เพื่อยกย่อง ครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ แก่ครูผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ ได้กำชับทุกหน่วยงานให้ดำเนินการเรื่องสวัสดิการและสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิตอย่างรวดเร็วด้วย พร้อมขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชน ร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือดูแลครอบครัวผู้ประสบภัยต่อไป
2 ตุลาคม 2567 เวลา 15:13
สั่งงดทัศนศึกษาทันที
“เพิ่มพูน” ยืนสงบนิ่งเพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัสไฟไหม้ ก่อนการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 34/2567
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 34/2567 เมื่อวันพุธที่ 2 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom meeting ว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ยืบสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัสไฟไหม้ ก่อให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้กับครู นักเรียน และครอบครัวผู้สูญเสีย รวมทั้งผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการจะร่วมหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
- สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จากการรายงานของ ปภ. (วันที่ 16 สิงหาคม - 1 ตุลาคม 2567) มี 37 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ (เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา น่าน ลําพูน
ลําปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย นครพนม
ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม บึงกาฬ หนองบัวลําภู อุบลราชธานี ปราจีนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา นครศรีธรรมราช พังงา ตรัง และสตูล)
มีประชาชนได้รับผลกระทบ 181,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 49 ราย และบาดเจ็บ 28 ราย
โดยข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 26 กันยายน 2567 มีนักเรียน นักศึกษา ที่ประสบภัย 21,739 คน มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ประสบภัย 1,488 คน โดยจำนวนนี้มีสถานศึกษาและหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ รวม 256 แห่ง แบ่งเป็น
- สป. จำนวน 2 แห่ง
- สช. จำนวน 25 แห่ง
- สกร. จำนวน 43 แห่ง
- สพฐ. จำนวน 143 แห่ง
- สอศ. จำนวน 43 แห่ง
“กระทรวงศึกษาธิการ ได้รวบรวมงบประมาณ เพื่อของบกลางในการช่วยเหลือเยียวยาหน่วยงานและสถานศึกษา ศธ.ที่ประสบภัย จำนวน 262.7706 ล้านบาท พร้อมดำเนินการมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ใน 2 มาตรการ ได้แก่
มาตรการที่ 1 การช่วยเหลือเยียวยานักเรียน นักศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง เป็น “ค่าหนังสือ ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าอุปกรณ์การเรียน” ในอัตราเงินอุดหนุนรายหัว ของโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน แก่นักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง สพฐ. สช. (ยกเว้นโรงเรียนนานาชาติและ รร.ที่ไม่รับเงินอุดหนุน) สอศ.รัฐและเอกชน สกร. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
มาตรการที่ 2 การช่วยเหลือเยียวยานักเรียน นักศึกษา เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูอาคาร สถานที่ และวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน เป็น “ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้าง ห้องน้ำ ห้องสุขา และสภาพแวดล้อม ถนน หรือพื้นที่ในบริเวณสถานศึกษาที่ใช้สำหรับการจัดการเรียนการสอน” แก่หน่วยงาน สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง สป. สพฐ. สอศ. สช. และ สกร. ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย ให้กลับสู่สภาพปกติ สามารถปฏิบัติงาน และจัดการเรียนการสอนได้”
- ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา PISA ของ สพฐ. และ สสวท.
- การอบรมออนไลน์ “การสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาตร์ และคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น” ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม 2567 จำนวน 3 วิชา วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย ในรูปแบบผสมผสาน ทั้งออนไลน์และออนไซต์ หลักสูตร 5 วัน จำนวน 8 รุ่น ๆ รุ่นละ 40 คนต่อวิชา รวม 960 คน
- การติดตามการประชุมการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยชุดพัฒนาความฉลาดรู้ และ Computer Based Test ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในสถานศึกษาทุกแห่ง
- รายงานการขับเคลื่อนและนำนำชุดพัฒนาความฉลาดรู้ไปใช้ในห้องเรียน ภาคเรียนที่ 1/2567
- การต่อยอดคุณภาพ โรงเรียนพี่-โรงเรียนน้อง Learn to earn การศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต
“นอกจากให้มีการจัดทำคู่มือและบันทึกเทปในการสร้างข้อสอบตามแนวมาตรฐานสากลแล้ว จัดให้มีระบบประเมินภายหลังการอบรมว่า มีการนำความรู้และทักษะไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร พร้อมจัดระบบห้องเรียนออนไลน์เพื่อขยายผลในระดับพื้นที่ของ สพฐ. สอศ. สช. ด้วย”
สรุปเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนและครูโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม สพป.อุทัยธานี เขต 2
โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ได้พานักเรียนไปทัศนศึกษา จำนวน 112 คน ประกอบด้วย นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีครู นักการภารโรง และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เป็น ผู้ควบคุมเดินทางไปด้วย จำนวน 15 คน ซึ่งได้จ้างเหมารถบัส จำนวน 3 คัน
คันที่ 1 ประกอบด้วย นักเรียน 35 คน ครู 4 คน รวมเป็น 39 คน
คันที่ 2 ประกอบด้วย นักเรียน 39 คน ครู 6 คน รวมเป็น 45 คน
คันที่ 3 ประกอบด้วย นักเรียน 38 คน ครู 5 คน รวมเป็น 43 คน
- ในระหว่างเดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเดินทางไปศึกษาดูงานต่อ ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ) จังหวัดนนทบุรี ประมาณเวลา 12.05 น. รถบัสคันที่ 2 ได้เกิดอุบัติเหตุยางหน้าขวาระเบิด และชนเข้ากับแบริเออร์จนเกิดไฟลุกขึ้นที่ด้านหน้ารถก่อน และได้รุกลามไปทั้งคัน
- มีผู้ที่ไม่สามารถออกจากรถได้ จำนวน 23 ราย จำแนก เป็นครูและนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจำนวน 3 ราย และนักเรียน จำนวน 20 ราย ทีมกู้ภัยได้นำร่างไปพิสูจน์อัตลักษณ์ ณ สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ในส่วนของผู้ไม่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 19 คน จำแนกเป็น ครู 3 คน และ นักเรียน จำนวน 16 คน
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กนักเรียน จำนวน 3 ราย นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โดยมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด และมีหมอเด็กและหมอศัลยกรรมได้มาร่วมดูอาการ ส่วนครูที่มีอาการบาดเจ็บไม่ถึงขั้นรุนแรง แพทย์ให้สังเกตอาการที่บ้าน
- สำหรับเด็กที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 89 คน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประสานกับกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดรถส่งนักเรียนกลับจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริและความมั่นคง กองบัญชาการกองทัพไทย ไปยังโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จำนวน 3 คัน ในจำนวนนี้ มีนักเรียนจำนวน จำนวน 35 คน ที่ผู้ปกครองมารับกลับที่กรุงเทพมหานครและรับกลับระหว่างทาง โดยรถทั้ง 3 คัน เดินทางถึงโรงเรียน เวลา 20.45 นาที โดยสวัสดิภาพ และมีผู้ปกครองมารอรับเด็กกลับบ้าน
ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการ
- เบื้องต้นได้อำนวยความสะดวกที่พักแก่ญาติของผู้ประสบภัย ณ หอพัก สกสค. จำนวน 31 คน พร้อมอาหารว่างและน้ำดื่ม พร้อมมอบเจ้าหน้าที่ สพม.กท.1 ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติผู้ประสบเหตุ และสนับสนุนรถตู้รับส่งไป-กลับ โรงพยาบาลตำรวจ
- จัดพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ในสังกัด สพม.กท.1 จำนวน 12 คน ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติผู้ประสบเหตุ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ สถานบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ หอพัก สกสค. เพื่อให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ส่วนมาตรการระยะต่อไป
- งดทัศนศึกษา หากจำเป็นต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน จัดทำแผนเผชิญเหตุ พร้อมให้มีการซักซ้อมและปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด
- จัดพิธีสวดมนต์ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตและส่งผลบุญช่วยผู้บาดเจ็บ
- เตรียม มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” เพื่อยกย่อง ครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ แก่ครูผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ ได้กำชับทุกหน่วยงานให้ดำเนินการเรื่องสวัสดิการและสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิตอย่างรวดเร็วด้วย พร้อมขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชน ร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือดูแลครอบครัวผู้ประสบภัยต่อไป
พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่ากระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมประสานภารกิจกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 34/2567 เมื่อวันพุธที่ 2 ตุลาคม 2567 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ และออนไลน์ผ่านระบบ Zoom meeting ว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้ยืบสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถบัสไฟไหม้ ก่อให้เกิดความสูญเสียครั้งใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้กับครู นักเรียน และครอบครัวผู้สูญเสีย รวมทั้งผู้ปฏิบัติงาน ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษา โดยกระทรวงศึกษาธิการจะร่วมหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำอีก
- สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จากการรายงานของ ปภ. (วันที่ 16 สิงหาคม - 1 ตุลาคม 2567) มี 37 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ (เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ตาก พะเยา น่าน ลําพูน
ลําปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ เลย อุดรธานี หนองคาย นครพนม
ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม บึงกาฬ หนองบัวลําภู อุบลราชธานี ปราจีนบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี ระยอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต ยะลา นครศรีธรรมราช พังงา ตรัง และสตูล)
มีประชาชนได้รับผลกระทบ 181,870 ครัวเรือน เสียชีวิต 49 ราย และบาดเจ็บ 28 ราย
โดยข้อมูลกระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 26 กันยายน 2567 มีนักเรียน นักศึกษา ที่ประสบภัย 21,739 คน มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ประสบภัย 1,488 คน โดยจำนวนนี้มีสถานศึกษาและหน่วยงานที่ได้รับผลกระทบ รวม 256 แห่ง แบ่งเป็น
- สป. จำนวน 2 แห่ง
- สช. จำนวน 25 แห่ง
- สกร. จำนวน 43 แห่ง
- สพฐ. จำนวน 143 แห่ง
- สอศ. จำนวน 43 แห่ง
“กระทรวงศึกษาธิการ ได้รวบรวมงบประมาณ เพื่อของบกลางในการช่วยเหลือเยียวยาหน่วยงานและสถานศึกษา ศธ.ที่ประสบภัย จำนวน 262.7706 ล้านบาท พร้อมดำเนินการมาตรการช่วยเหลือเยียวยา ใน 2 มาตรการ ได้แก่
มาตรการที่ 1 การช่วยเหลือเยียวยานักเรียน นักศึกษา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายผู้ปกครอง เป็น “ค่าหนังสือ ค่าเครื่องแบบนักเรียน และค่าอุปกรณ์การเรียน” ในอัตราเงินอุดหนุนรายหัว ของโครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน แก่นักเรียน นักศึกษา ในสถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง สพฐ. สช. (ยกเว้นโรงเรียนนานาชาติและ รร.ที่ไม่รับเงินอุดหนุน) สอศ.รัฐและเอกชน สกร. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย
มาตรการที่ 2 การช่วยเหลือเยียวยานักเรียน นักศึกษา เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูอาคาร สถานที่ และวัสดุอุปกรณ์การเรียนการสอน เป็น “ค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาด ซ่อมแซม ฟื้นฟูอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้าง ห้องน้ำ ห้องสุขา และสภาพแวดล้อม ถนน หรือพื้นที่ในบริเวณสถานศึกษาที่ใช้สำหรับการจัดการเรียนการสอน” แก่หน่วยงาน สถานศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ทั้ง สป. สพฐ. สอศ. สช. และ สกร. ที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์อุทกภัย ให้กลับสู่สภาพปกติ สามารถปฏิบัติงาน และจัดการเรียนการสอนได้”
- ความก้าวหน้าการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา PISA ของ สพฐ. และ สสวท.
- การอบรมออนไลน์ “การสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาตร์ และคณิตศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น” ระหว่างวันที่ 7-8 ตุลาคม 2567 จำนวน 3 วิชา วิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และภาษาไทย ในรูปแบบผสมผสาน ทั้งออนไลน์และออนไซต์ หลักสูตร 5 วัน จำนวน 8 รุ่น ๆ รุ่นละ 40 คนต่อวิชา รวม 960 คน
- การติดตามการประชุมการถอดบทเรียนการขับเคลื่อนการดำเนินงานด้วยชุดพัฒนาความฉลาดรู้ และ Computer Based Test ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในสถานศึกษาทุกแห่ง
- รายงานการขับเคลื่อนและนำนำชุดพัฒนาความฉลาดรู้ไปใช้ในห้องเรียน ภาคเรียนที่ 1/2567
- การต่อยอดคุณภาพ โรงเรียนพี่-โรงเรียนน้อง Learn to earn การศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต
“นอกจากให้มีการจัดทำคู่มือและบันทึกเทปในการสร้างข้อสอบตามแนวมาตรฐานสากลแล้ว จัดให้มีระบบประเมินภายหลังการอบรมว่า มีการนำความรู้และทักษะไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างไร พร้อมจัดระบบห้องเรียนออนไลน์เพื่อขยายผลในระดับพื้นที่ของ สพฐ. สอศ. สช. ด้วย”
สรุปเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนและครูโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม สพป.อุทัยธานี เขต 2
โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม ได้พานักเรียนไปทัศนศึกษา จำนวน 112 คน ประกอบด้วย นักเรียนชั้นอนุบาล 2 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมีครู นักการภารโรง และนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครู เป็น ผู้ควบคุมเดินทางไปด้วย จำนวน 15 คน ซึ่งได้จ้างเหมารถบัส จำนวน 3 คัน
คันที่ 1 ประกอบด้วย นักเรียน 35 คน ครู 4 คน รวมเป็น 39 คน
คันที่ 2 ประกอบด้วย นักเรียน 39 คน ครู 6 คน รวมเป็น 45 คน
คันที่ 3 ประกอบด้วย นักเรียน 38 คน ครู 5 คน รวมเป็น 43 คน
- ในระหว่างเดินทางจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเดินทางไปศึกษาดูงานต่อ ณ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (โรงไฟฟ้าพระนครเหนือ) จังหวัดนนทบุรี ประมาณเวลา 12.05 น. รถบัสคันที่ 2 ได้เกิดอุบัติเหตุยางหน้าขวาระเบิด และชนเข้ากับแบริเออร์จนเกิดไฟลุกขึ้นที่ด้านหน้ารถก่อน และได้รุกลามไปทั้งคัน
- มีผู้ที่ไม่สามารถออกจากรถได้ จำนวน 23 ราย จำแนก เป็นครูและนักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพครูจำนวน 3 ราย และนักเรียน จำนวน 20 ราย ทีมกู้ภัยได้นำร่างไปพิสูจน์อัตลักษณ์ ณ สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ในส่วนของผู้ไม่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 19 คน จำแนกเป็น ครู 3 คน และ นักเรียน จำนวน 16 คน
- มีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นเด็กนักเรียน จำนวน 3 ราย นำส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลแพทย์รังสิต โดยมีแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด และมีหมอเด็กและหมอศัลยกรรมได้มาร่วมดูอาการ ส่วนครูที่มีอาการบาดเจ็บไม่ถึงขั้นรุนแรง แพทย์ให้สังเกตอาการที่บ้าน
- สำหรับเด็กที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 89 คน กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประสานกับกระทรวงคมนาคม เพื่อจัดรถส่งนักเรียนกลับจากศูนย์ประสานงานโครงการพระราชดำริและความมั่นคง กองบัญชาการกองทัพไทย ไปยังโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จำนวน 3 คัน ในจำนวนนี้ มีนักเรียนจำนวน จำนวน 35 คน ที่ผู้ปกครองมารับกลับที่กรุงเทพมหานครและรับกลับระหว่างทาง โดยรถทั้ง 3 คัน เดินทางถึงโรงเรียน เวลา 20.45 นาที โดยสวัสดิภาพ และมีผู้ปกครองมารอรับเด็กกลับบ้าน
ในส่วนกระทรวงศึกษาธิการ
- เบื้องต้นได้อำนวยความสะดวกที่พักแก่ญาติของผู้ประสบภัย ณ หอพัก สกสค. จำนวน 31 คน พร้อมอาหารว่างและน้ำดื่ม พร้อมมอบเจ้าหน้าที่ สพม.กท.1 ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติผู้ประสบเหตุ และสนับสนุนรถตู้รับส่งไป-กลับ โรงพยาบาลตำรวจ
- จัดพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา (พสน.) ในสังกัด สพม.กท.1 จำนวน 12 คน ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่ญาติผู้ประสบเหตุ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ สถานบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (โรงพยาบาลเด็ก) สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ หอพัก สกสค. เพื่อให้กระทรวงยุติธรรมดำเนินการจัดเก็บข้อมูลและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง ในการขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา ตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ.2544 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ส่วนมาตรการระยะต่อไป
- งดทัศนศึกษา หากจำเป็นต้องมีกระบวนการที่ชัดเจน จัดทำแผนเผชิญเหตุ พร้อมให้มีการซักซ้อมและปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด
- จัดพิธีสวดมนต์ทำบุญให้ผู้เสียชีวิตและส่งผลบุญช่วยผู้บาดเจ็บ
- เตรียม มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” เพื่อยกย่อง ครูผู้เสียสละ และมีอุดมการณ์ในวิชาชีพ แก่ครูผู้เสียชีวิต
ทั้งนี้ ได้กำชับทุกหน่วยงานให้ดำเนินการเรื่องสวัสดิการและสิทธิประโยชน์แก่ผู้ประสบภัยและผู้เสียชีวิตอย่างรวดเร็วด้วย พร้อมขอเชิญชวนประชาชนและสื่อมวลชน ร่วมสมทบทุนเพื่อช่วยเหลือดูแลครอบครัวผู้ประสบภัยต่อไป