สส.สฤษดิ์ ชี้ ไม่ควร ยกเลิกทัศนศึกษา ควรปรับตามช่วงวัย วางมาตรการให้รัดกุม

สส.สฤษดิ์ ชี้ ไม่ควร ยกเลิกทัศนศึกษา ควรปรับตามช่วงวัย วางมาตรการให้รัดกุม

สส.สฤษดิ์ ชี้ ไม่ควรยกเลิกทัศนศึกษา เหตุเด็กได้เรียนรู้ประสบการณ์ตรง แนะควรปรับตามความเหมาะสมให้ทันเหตุการณ์ทุกช่วงวัย พร้อมรีบวางมาตรการให้รัดกุม ไม่ใช่มีวัวหายแล้วล้อมคอก วันที่ 2 ตุลาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี เขต 3 อภิปรายญัตติด่วน เรื่อง การเกิดไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา ว่า วันนี้ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายถึงความเดือดร้อน ความเจ็บช้้ำ ความเจ็บปวด โศกเศร้าทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่เพียงโรงเรียนในจังหวัดอุทัยธานีเท่านั้น แต่เป็นความสูญเสียระดับประเทศชาติ ซึ่งทุกคนก็แสดงความเสียใจในโศกนาฏกรรมครั้งนี้ เราถึงได้แสดงออกด้วยการแต่งกายไว้ทุกข์ แสดงความโศกเศร้าทั้งสภา และต้องขอขอบพระคุณทุกภาคส่วนทั้งรัฐบาลที่แสดงความรับผิดชอบในการดูแลอย่างรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วเราไม่สามารถจะไปเปลี่ยนหรือแก้ไขปัญหานั้นได้ และในฐานะที่อยู่กับเด็กมาทั้งชีวิต ดูแลประชาชน ดูแลเยาวชนของชาติ รู้สึกสลดหดหู่กลับสิ่งที่เกิดขึ้นในครั้งนี้อย่างมาก นายสฤษดิ์ กล่าวว่า โดยเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการที่ดูแลเยาวชนหรือเด็ก ตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถมวัย ตนถือว่าทั้งโรงเรียน และกระทรวงศึกษาควรจะมาตระหนักว่าการทัศนศึกษาเป็นสิ่งที่ดี เป็นการเรียนรู้นอกสถานที่ เรียนรู้จากประสบการณ์ตรง เราไม่ควรยกเลิก ซึ่งกว่าที่กระทรวงศึกษาจะจัดวางกฎระเบียบได้ เด็กอนุบาล 3 ขวบถึง 6 ขวบถ้าได้เรียนรู้อยู่ใกล้ๆ ตัว หรือสิ่งแวดล้อมหรือสถานที่เกี่ยวเกี่ยวกับตัวเรา ก็เป็นการเรียนรู้ที่พอเหมาะพอควร เมื่อขึ้นชั้นประถามศึกษา ป 5 ป 6 ก็ค่อยขยับไกลออกไปเรื่อยๆ ดังนั้นเห็นว่าควรที่จะรีบแก้ปัญหา เผื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นต่อไปเราแก้ทัน สส.สฤษดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอีกมาตรการคือ กระบวนการจัดการ เพราะเด็กเล็ก หรือเด็กระดับชั้น ป.1 -3 พบว่ายิ่งออกนอกสถานที่ จะมีความสนใจและตื่นเต้นมาก มีการวิ่งเล่น ถ้าคุณครูไม่พอ น่าจะมีบุคลากรหรือคนอื่นที่จะขอความช่วยเหลือจากสังคม หรือคุณพ่อ คุณแม่ ที่จะไปช่วยกันดูแลอีกขั้นตอนหนึ่ง นอกจากกระทรวงศึกษาแล้ว กระทรวงคมนาคม หรือกรมการขนส่ง ต้องดูแลเรื่องยานพาหนะ การเดินทาง ว่าจะทําอย่างไร กฏเกณฑ์กติกาเหล่านี้ควรจะวางมาตรการให้รัดกุม ไม่ใช่มีวัวหายแล้วล้อมคอก มานั่งพูดกัน แต่สิ่งที่สําคัญคือ ผู้ประกอบการควรจะมีความรับผิดชอบ มิใช่เพียงแต่มีรถแล้วออกมารับจ้างโดยเฉพาะคนขับ ซึ่งมีความสําคัญอย่างมาก ในโรงเรียนเราก็มีคุณครูเป็นบุคคลที่สําคัญที่สุดที่จะดูแลลูกหลาน เยาวชนของชาติ เหมือนกับประดุจว่าคุณพ่อคุณแม่เอากล่องหัวใจ เอาตัวทั้งชีวิตมามอบให้คุณครูแล้ว ฉันใดก็ฉันนั้นคนขับรถกุมชะตาชีวิตของคนกว่า 40 คนบนรถที่สูญเสียไปถึง 20 คน ผมถือว่าเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในระดับของโรงเรียน มันมีความสูญเสียจริงๆ ดังนั้นโชเฟอร์ซึ่งเป็นผู้ที่มาจากสถานประกอบการหรือรถควรจะมีความรับผิดชอบมิใช่เพียงแต่บอกรับผิดชอบแล้วชดใช้ด้วยเงิน มันไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาใดๆ ที่เกิดขึ้นได้ มันจะกลายเป็นวัวขายล้อมคอก แล้วก็จบอีกครั้งหนึ่ง "ผมถึงอยากจะกราบไปถึงรัฐบาล กระทรวง รับผิดชอบได้ลงพื้นที้ อย่าเพียงแต่พูดแล้วเป็นเหมือนไฟไหม้ฟางที่หายไปโดยเฉพาะเรื่องของเด็ก เรื่องของชีวิต เรื่องของครอบครัว ผมถือว่าครั้งนี้เป็นความสูญเสีย จึงไม่อยากจะเอ่ยชื่อโรงเรียน เพราะมีการตอกย้ำให้คุณพ่อคุณแม่หรือทุกคนต้องเศร้า วันนี้ผมไม่เอาขึ้นมาอภิปรายก็คงจะผ่านไปไม่ได้ ในฐานะที่ผมเป็นคุณครู ไม่ใช่เพียงแค่เด็กที่อยู่ในที่ผมดูแลเท่านั้น แต่มันหมายถึงเด็กโดยเฉพาะผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งต้องตระหนักถึงสังคม ถึงเยาวชนของประเทศชาติอย่างมาก ท้ายที่สุดต้องกราบเรียนไปยังรัฐบาล เยาวชนของชาติเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า หนึ่งคน หนึ่งชีวิต มันหมายถึงประเทศชาติ ดังนั้นวันนี้ความเจริญเติบโตทางด้านวัตถุ ไม่ว่าจะเป็นโลกของไอทีซี โลกเสมือนจริง ผมเชื่อว่าโรงเรียนหรือกระทรวงศึกษา ก็ควรจะปรับตัวในเรื่องกระบวนการทัศนศึกษา การเรียนรู้ให้ทันต่อเหตุการณ์ การออกนอกสถานที่ก็มีความสําคัญ แต่ควรจะขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ความสําคัญ และเหตุผลว่าเหมาะสมขนาดไหนในการจะออกไปแต่ละครั้ง สุดท้ายก็ขอแสดงความเสียใจกับทุกภาคส่วน ทุกครอบครัว และทุกคนที่สูญเสียในครั้งนี้