"สส.คงกฤษ" แนะ 6 มาตรการ แก้ปัญหาไฟไหม้ รถทัศนศึกษา จี้รัฐเยียวยา

"สส.คงกฤษ" แนะ 6 มาตรการ แก้ปัญหาไฟไหม้ รถทัศนศึกษา จี้รัฐเยียวยา

สส.คงกฤษ เสนอแนะ 6 มาตรการ แก้ปัญหาไฟไหม้รถทัศนศึกษาของนักเรียน ยกเลิกใช้ แก๊สเป็นเชื้อเพลิง-ตรวจเช็คสภาพรถโดยสารสาธารณะ-อบรมคนขับขี่-กำหนดอายุรถ จี้หน่วยงานรัฐให้การช่วยเหลือเยียวยา วันที่ 2 ตุลาคม 2567 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติด่วนเรื่องการเกิดไฟไหม้ รถบัสทัศนศึกษา ว่า ก่อนอื่น ต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวและผู้ปกครองของนักเรียน และคุณครู ที่เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และสร้างความเศร้าสลด กับคนทั้งประเทศ โดยเฉพาะเด็กๆ ซึ่งจะเป็นอนาคตของประเทศชาติ เป็นความหวังของพวกเรา แล้วอีกสิ่งหนึ่งคือแม่พิมพ์ของชาติ ที่จะเข้ามาช่วยเหลือเด็กๆ . ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ที่เราทุกคนจะต้องช่วยกัน สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่าการยกเลิกกิจกรรมการทัศนศึกษาของเด็กนักเรียน ไม่ใช่วิธีการแก้ไขปัญหา เพราะการทัศนศึกษา ถือว่าเป็นการเรียนรู้ โดยให้เด็กนักเรียนได้เดินทางเพื่อเปิดโลกทัศน์ เปิดวิสัยทัศน์ ประสบการณ์หาความรู้ เพื่อที่จะนําความรู้และความสามารถของน้องๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวกับน้องๆ เอง ต้นเหตุจริงๆ ของเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรถ หรือเรื่องบุคลากรในอาชีพที่ให้บริการ เช่น คนขับรถ และพนักงาน . เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ผมจึงอยากขอเสนอแนะ 1.ให้กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม แก้ไข และทบทวน ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหนึ่งเรื่องรถบัส หรือรถสาธารณะ ที่ใช้บริการทัศนศึกษา ไม่ควรที่จะมีอายุการใช้งานที่เกิน 20 ปี จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีอายุมากกว่าผม รถที่เกิดเหตุเป็นรถตั้งแต่ปีพ.ศ.2513 2.การเดินทางต้องมีการนํารถไปตรวจสภาพความพร้อมการใช้งาน กรมการขนส่งทางบก และก่อนเดินทาง 2-3 วัน เวลามีผู้หลัก ผู้ใหญ่ ที่จะเดินทางไปลงพื้นที่ ของแต่ละจังหวัด ขนส่งจังหวัดจะนํารถเข้าตรวจสภาพก่อนลงพื้นที่ 1-2 วัน และนํารถไปเก็บดูแลรักษาด้วยซ้ำ นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่อยากจะยกตัวอย่างเป็นข้อปฏิบัติที่ดูแล้วอยากให้มีการทบทวนในเรื่องนี้ . 3.ผู้ประกอบการตรวจสอบความพร้อมทางร่างกายของพนักงานขับรถก่อนเดินทาง 4. รถบัสหรือรถสาธารณะ จะต้องมีเจ้าหน้าที่ดูแลประจํารถ มีการฝึกอบรม เพื่อการเผชิญเหตุ การรับมือให้เกิดประสิทธิภาพ และเพื่อให้คําแนะนําต่างๆ ระหว่างการเดินทาง พร้อมทั้งวิธีในการรับมือ ที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้ว จะเป็นคนคอยช่วยเหลือผู้โดยสารประจํารถ ถ้าเป็นรถสาธารณะ หรือรถบัส ที่จะนํามาจ้างทัศนศึกษา หรือท่องเที่ยว ควรจะต้องมีประตูฉุกเฉินด้านหลังมากกว่าหนึ่งบาน ผมเห็นด้วยกับท่าน สส.พลพีร์ สุวรรณฉวี ได้อภิปรายไป เมื่อเวลาเกิดอุบัติเหตุ ประตูอัตโนมัติ อาจจะใช้การไม่ได้ แต่ประตูฉุกเฉินควรที่จะต้องมีมากกว่า 1 ประตู . 6.การยกเลิกการใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง สําหรับรถทัศนศึกษา และรถโดยสารสาธารณะน่าจะเป็นประโยชน์มาก หรืออาจจะใช้ตัวเลือกใหม่ นั่นคือยานยนต์ไฟฟ้าเป็นส่วนหนึ่งที่น่าจะนำมาพิจารณาใหม่ในอนาคต จริงๆ ไม่อยากที่จะเสนอแนะเรื่องเกี่ยวกับทุนในการทําประกันภัย เพราะว่าต้นทุนประกันภัย และถึงแม้จะสูงแค่ไหน ก็ไม่สามารถที่จะดูแลชีวิตสําหรับน้องๆ ลูกหลานของเรา . “ผมคิดว่า ควรจริงจัง การใช้กฎหมายมากกว่า เกี่ยวกับการควบคุม ตรวจสอบ เช็คสภาพ ของอายุการใช้งานรถประจําทาง หรือบทลงโทษเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งช่วยเหลือไม่ว่าจะเป็นค่ารักษา ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุในครั้งนี้ พร้อมทั้งอยากให้กรมสุขภาพจิต ได้เข้ามาให้คําแนะนําต่างๆ เพื่อฟื้นฟูสภาพจิตใจของครอบครัวผู้ได้ประสบเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทเรียนนี้เป็นบทเรียนครั้งแรก และครั้งสุดท้ายของคนไทย ของน้องๆ เราไม่อยากให้เกิดขึ้น อยากฝากทางรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิ่งที่ควรจะให้ความสําคัญกับอนาคตลูกหลานของคนไทยต่อไป” นายคงกฤษ กล่าว