8 ตุลาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่ากระทรวงมหาดไทย ได้เสนอขออนุมัติงบฯค่าล้างโคลนในพื้นที่ประสบอุทกภัย หลังคาเรือนละ 10,000 บาท ที่กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้ว เพื่อให้ ครม.รับทราบ ซึ่ง ครม.ไม่ต้องอนุมัติ เพราะเป็นเรื่องที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอความเห็นชอบต่อกรมบัญชีกลาง โดยผ่านความเห็นชอบแล้ว
หลังจากนี้ จะไปสำรวจและจ่ายเงินค่าล้างโคลนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดเชียงราย และเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน
“เราจะจ่ายให้กับบ้านที่รัฐบาลไม่เข้าไปช่วย หากมีเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครเข้าไปช่วยจะไม่ได้รับเงิน ฉะนั้น จึงต้องสำรวจในครัวเรือนที่เจ้าของบ้านต้องล้างเอง หรือจ้างคนมาล้าง โดยจะเริ่มจ่ายเร็วที่สุดทันที เพราะใช้งบฯในส่วนเงินทดรองผู้ประสบภัย ซึ่งเวลาที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจะมีเงินทดรองจ่าย ซึ่งจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ และขยายวงเงินจาก 20 ล้านบาท เป็น 100 ล้าน แต่ถ้ามีตกหล่นเจ้าของบ้านก็สามารถมาทวงสิทธิได้ เพื่อให้เร่งดำเนินการ”
จากนั้น ได้มีการสอบถามเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ นายอนุทิน ระบุว่า
“เรื่องการแต่งตั้ง ก็เป็นไปตามวงรอบ ปีนี้ มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดว่าง 30 กว่าตำแหน่ง เพิ่งแต่งตั้งได้ 25 ตำแหน่ง ตอนนี้ มีภัยพิบัติ มีปัญหาหนักให้ต้องแก้ ยิ่งต้องเร่งส่งคนตัวจริงเข้าไปดูแลจัดการ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน คำนึงถึงประสิทธิภาพ ประสบการณ์ ความอาวุโส ความทุ่มเท วันนี้ ไม่มีสายใคร มีแต่สาย มท.1 ทุกคนที่อยู่ในมหาดไทย ตราบใดที่ มท.1 ยังอยู่ ก็ต้องเป็นสาย มท.1 ถึงจะทำงาน ทำนโยบายได้ ไม่มีสายใคร ผมไม่เคยมองใครเป็นสายใคร”
8 ตุลาคม 2567 เวลา 15:26
เร่งจ่ายค่าล้างโคลน 1 หมื่นบาท/ครัวเรือน
“อนุทิน” เผย ปภ.เร่งจ่ายค่าล้างโคลน 1 หมื่นบาท/ครัวเรือน ส่วนเรื่องแต่งตั้งข้าราชการ ย้ำหลัก ประสิทธิภาพ ความทุ่มเท
8 ตุลาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่ากระทรวงมหาดไทย ได้เสนอขออนุมัติงบฯค่าล้างโคลนในพื้นที่ประสบอุทกภัย หลังคาเรือนละ 10,000 บาท ที่กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้ว เพื่อให้ ครม.รับทราบ ซึ่ง ครม.ไม่ต้องอนุมัติ เพราะเป็นเรื่องที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอความเห็นชอบต่อกรมบัญชีกลาง โดยผ่านความเห็นชอบแล้ว
หลังจากนี้ จะไปสำรวจและจ่ายเงินค่าล้างโคลนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดเชียงราย และเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน
“เราจะจ่ายให้กับบ้านที่รัฐบาลไม่เข้าไปช่วย หากมีเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครเข้าไปช่วยจะไม่ได้รับเงิน ฉะนั้น จึงต้องสำรวจในครัวเรือนที่เจ้าของบ้านต้องล้างเอง หรือจ้างคนมาล้าง โดยจะเริ่มจ่ายเร็วที่สุดทันที เพราะใช้งบฯในส่วนเงินทดรองผู้ประสบภัย ซึ่งเวลาที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจะมีเงินทดรองจ่าย ซึ่งจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ และขยายวงเงินจาก 20 ล้านบาท เป็น 100 ล้าน แต่ถ้ามีตกหล่นเจ้าของบ้านก็สามารถมาทวงสิทธิได้ เพื่อให้เร่งดำเนินการ”
จากนั้น ได้มีการสอบถามเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ นายอนุทิน ระบุว่า
“เรื่องการแต่งตั้ง ก็เป็นไปตามวงรอบ ปีนี้ มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดว่าง 30 กว่าตำแหน่ง เพิ่งแต่งตั้งได้ 25 ตำแหน่ง ตอนนี้ มีภัยพิบัติ มีปัญหาหนักให้ต้องแก้ ยิ่งต้องเร่งส่งคนตัวจริงเข้าไปดูแลจัดการ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน คำนึงถึงประสิทธิภาพ ประสบการณ์ ความอาวุโส ความทุ่มเท วันนี้ ไม่มีสายใคร มีแต่สาย มท.1 ทุกคนที่อยู่ในมหาดไทย ตราบใดที่ มท.1 ยังอยู่ ก็ต้องเป็นสาย มท.1 ถึงจะทำงาน ทำนโยบายได้ ไม่มีสายใคร ผมไม่เคยมองใครเป็นสายใคร”
8 ตุลาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่ากระทรวงมหาดไทย ได้เสนอขออนุมัติงบฯค่าล้างโคลนในพื้นที่ประสบอุทกภัย หลังคาเรือนละ 10,000 บาท ที่กรมบัญชีกลางพิจารณาแล้ว เพื่อให้ ครม.รับทราบ ซึ่ง ครม.ไม่ต้องอนุมัติ เพราะเป็นเรื่องที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอความเห็นชอบต่อกรมบัญชีกลาง โดยผ่านความเห็นชอบแล้ว
หลังจากนี้ จะไปสำรวจและจ่ายเงินค่าล้างโคลนในพื้นที่ประสบอุทกภัย ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ที่จังหวัดเชียงราย และเงินจำนวนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเงินเยียวยา 9,000 บาทต่อครัวเรือน
“เราจะจ่ายให้กับบ้านที่รัฐบาลไม่เข้าไปช่วย หากมีเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครเข้าไปช่วยจะไม่ได้รับเงิน ฉะนั้น จึงต้องสำรวจในครัวเรือนที่เจ้าของบ้านต้องล้างเอง หรือจ้างคนมาล้าง โดยจะเริ่มจ่ายเร็วที่สุดทันที เพราะใช้งบฯในส่วนเงินทดรองผู้ประสบภัย ซึ่งเวลาที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติจะมีเงินทดรองจ่าย ซึ่งจังหวัดเชียงรายและจังหวัดเชียงใหม่ และขยายวงเงินจาก 20 ล้านบาท เป็น 100 ล้าน แต่ถ้ามีตกหล่นเจ้าของบ้านก็สามารถมาทวงสิทธิได้ เพื่อให้เร่งดำเนินการ”
จากนั้น ได้มีการสอบถามเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ นายอนุทิน ระบุว่า
“เรื่องการแต่งตั้ง ก็เป็นไปตามวงรอบ ปีนี้ มีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดว่าง 30 กว่าตำแหน่ง เพิ่งแต่งตั้งได้ 25 ตำแหน่ง ตอนนี้ มีภัยพิบัติ มีปัญหาหนักให้ต้องแก้ ยิ่งต้องเร่งส่งคนตัวจริงเข้าไปดูแลจัดการ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอน คำนึงถึงประสิทธิภาพ ประสบการณ์ ความอาวุโส ความทุ่มเท วันนี้ ไม่มีสายใคร มีแต่สาย มท.1 ทุกคนที่อยู่ในมหาดไทย ตราบใดที่ มท.1 ยังอยู่ ก็ต้องเป็นสาย มท.1 ถึงจะทำงาน ทำนโยบายได้ ไม่มีสายใคร ผมไม่เคยมองใครเป็นสายใคร”