วันที่ 10 ตุลาคม 2567 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการขออนุญาตเข้าทําประโยชน์ในเขตป่าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งปัญหาเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง การซ่อมแซมถนน หรือการพัฒนาแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือ การขออนุญาตเข้าทําประโยชน์ในเขตป่าตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 เพราะในมาตรา 4 (1) ได้บัญญัติไว้ว่า ป่าหมายความว่าที่ดิน ที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน ทําให้ทางสาธารณะ คลองสาธารณะ ถูกตีความเป็นป่าตามกฎหมายฉบับนี้
โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดชัยภูมิ ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในปี 67 จํานวน 152 โครงการ ที่จะต้องขออนุญาตเข้าทําประโยชน์จากกรมป่าไม้ และท้องถิ่นที่รับการจัดสรรได้ดําเนินการยื่นคําขอไปแล้วเกือบหนึ่งปี แต่ข้อมูล ณ เช้าวันนี้โครงการที่ได้รับการอนุญาตมีเพียง 73 โครงการ ส่วนอีก 79 โครงการยังไม่ได้รับอนุญาต และหลายโครงการไม่มีวี่แววว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ซึ่งทางท้องถิ่นได้ทําเรื่องการเงินไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะสามารถเบิกจ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายนปี 68 หากเกินกว่านั้นโครงการทั้งหมดจะต้องตกไปไม่สามารถเบิกเงินได้
"หากกลางปี 68 โครงการ 79 โครงการนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้จะเกิดปัญหาใหญ่ เพราะหากท้องถิ่นที่รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ 79 โครงการนี้ยังไม่แจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าทํางาน ผมเชื่อว่าผู้รับจ้างจะฟ้องร้องท้องถิ่นนั้นอย่างแน่นอน เพราะมีการเซ็นสัญญาและวางเงินค้ำประกันสัญญาไปแล้ว และมีการกําหนดระยะเวลาทํางานที่ชัดเจนซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิ ผมเชื่อว่าทั้งประเทศมีอีกหลายร้อยโครงการ หลายพันโครงการ กระผมจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตรวจสอบเรื่องนี้และเร่งดําเนินการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด" สส.สัมฤทธิ์ กล่าว

10 ตุลาคม 2567 เวลา 11:22
"สส.สัมฤทธิ์" เร่ง ก.ทรัพย์ฯ อนุญาต 79 โครงการ เข้าทำประโยชน์ จากกรมป่าไม้
"สส.สัมฤทธิ์" ฝาก ก.ทรัพย์ฯ เร่งอนุญาต 79 โครงการเข้าทําประโยชน์จากกรมป่าไม้ หวั่น กลางปี 68 ยังไม่อนุญาต ผู้รับจ้างจะฟ้องร้องท้องถิ่น เหตุเซ็นสัญญา วางเงินค้ำประกันสัญญาไปแล้ว
วันที่ 10 ตุลาคม 2567 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการขออนุญาตเข้าทําประโยชน์ในเขตป่าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งปัญหาเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง การซ่อมแซมถนน หรือการพัฒนาแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือ การขออนุญาตเข้าทําประโยชน์ในเขตป่าตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 เพราะในมาตรา 4 (1) ได้บัญญัติไว้ว่า ป่าหมายความว่าที่ดิน ที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน ทําให้ทางสาธารณะ คลองสาธารณะ ถูกตีความเป็นป่าตามกฎหมายฉบับนี้
โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดชัยภูมิ ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในปี 67 จํานวน 152 โครงการ ที่จะต้องขออนุญาตเข้าทําประโยชน์จากกรมป่าไม้ และท้องถิ่นที่รับการจัดสรรได้ดําเนินการยื่นคําขอไปแล้วเกือบหนึ่งปี แต่ข้อมูล ณ เช้าวันนี้โครงการที่ได้รับการอนุญาตมีเพียง 73 โครงการ ส่วนอีก 79 โครงการยังไม่ได้รับอนุญาต และหลายโครงการไม่มีวี่แววว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ซึ่งทางท้องถิ่นได้ทําเรื่องการเงินไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะสามารถเบิกจ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายนปี 68 หากเกินกว่านั้นโครงการทั้งหมดจะต้องตกไปไม่สามารถเบิกเงินได้
"หากกลางปี 68 โครงการ 79 โครงการนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้จะเกิดปัญหาใหญ่ เพราะหากท้องถิ่นที่รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ 79 โครงการนี้ยังไม่แจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าทํางาน ผมเชื่อว่าผู้รับจ้างจะฟ้องร้องท้องถิ่นนั้นอย่างแน่นอน เพราะมีการเซ็นสัญญาและวางเงินค้ำประกันสัญญาไปแล้ว และมีการกําหนดระยะเวลาทํางานที่ชัดเจนซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิ ผมเชื่อว่าทั้งประเทศมีอีกหลายร้อยโครงการ หลายพันโครงการ กระผมจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตรวจสอบเรื่องนี้และเร่งดําเนินการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด" สส.สัมฤทธิ์ กล่าว
วันที่ 10 ตุลาคม 2567 นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการขออนุญาตเข้าทําประโยชน์ในเขตป่าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งปัญหาเรื้อรังที่เป็นอุปสรรคต่อการก่อสร้าง การซ่อมแซมถนน หรือการพัฒนาแหล่งน้ำขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็คือ การขออนุญาตเข้าทําประโยชน์ในเขตป่าตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 เพราะในมาตรา 4 (1) ได้บัญญัติไว้ว่า ป่าหมายความว่าที่ดิน ที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน ทําให้ทางสาธารณะ คลองสาธารณะ ถูกตีความเป็นป่าตามกฎหมายฉบับนี้
โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดชัยภูมิ ได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในปี 67 จํานวน 152 โครงการ ที่จะต้องขออนุญาตเข้าทําประโยชน์จากกรมป่าไม้ และท้องถิ่นที่รับการจัดสรรได้ดําเนินการยื่นคําขอไปแล้วเกือบหนึ่งปี แต่ข้อมูล ณ เช้าวันนี้โครงการที่ได้รับการอนุญาตมีเพียง 73 โครงการ ส่วนอีก 79 โครงการยังไม่ได้รับอนุญาต และหลายโครงการไม่มีวี่แววว่าจะได้รับอนุญาตหรือไม่ ซึ่งทางท้องถิ่นได้ทําเรื่องการเงินไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะสามารถเบิกจ่ายได้ไม่เกินวันที่ 30 กันยายนปี 68 หากเกินกว่านั้นโครงการทั้งหมดจะต้องตกไปไม่สามารถเบิกเงินได้
"หากกลางปี 68 โครงการ 79 โครงการนี้ยังไม่ได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้จะเกิดปัญหาใหญ่ เพราะหากท้องถิ่นที่รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ 79 โครงการนี้ยังไม่แจ้งให้ผู้รับจ้างเข้าทํางาน ผมเชื่อว่าผู้รับจ้างจะฟ้องร้องท้องถิ่นนั้นอย่างแน่นอน เพราะมีการเซ็นสัญญาและวางเงินค้ำประกันสัญญาไปแล้ว และมีการกําหนดระยะเวลาทํางานที่ชัดเจนซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดเฉพาะที่จังหวัดชัยภูมิ ผมเชื่อว่าทั้งประเทศมีอีกหลายร้อยโครงการ หลายพันโครงการ กระผมจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตรวจสอบเรื่องนี้และเร่งดําเนินการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนที่สุด" สส.สัมฤทธิ์ กล่าว