"สุรศักดิ์" เพิ่มแรงจูงใจ เกลี่ยอัตรากำลัง รร. สังกัด สพฐ.แก้ปัญหา "ในเกิน มีขาด" "ในขาด มีเกิน"

"สุรศักดิ์" เพิ่มแรงจูงใจ เกลี่ยอัตรากำลัง รร. สังกัด สพฐ.แก้ปัญหา "ในเกิน มีขาด" "ในขาด มีเกิน"

“สุรศักดิ์” รมช.ศึกษาฯ แจงกระทู้สด เพิ่มแรงจูงใจ เกลี่ยอัตรากำลัง รร. สังกัด สพฐ.แก้ปัญหา “ในเกิน มีขาด” – “ในขาด มีเกิน” พร้อมเสนอ ครม.ให้พิจารณา ปรับเงินเดือน ค่าตอบแทน ของกลุ่มจ้างเหมาบริการ ปีหน้า 2568 แน่นอน พร้อมขอคืน งบฯ สนับสนุนสมทบประกันสังคม อีกครั้ง 10 ตุลาคม 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงกระทู้ถามสด เรื่องการบริหารอัตรากำลังในโรงเรียน สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ว่า คําว่า ในขาดมีเกิน ในเกินมีขาด มันคือเรื่องจริง ของการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นปัญหาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายหลายปี ปัญหาเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นในยุคนี้ แต่เกิดและสะสม จนวันนี้ปัญหาทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเพียงแค่ว่าคําว่า ในขาดมีเกิน นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า บางโรงเรียนมีครูเกิน อันนี้เป็นเรื่องจริง บางโรงเรียนมีครูขาดเป็นเรื่องจริง โรงเรียนมัธยมบางแห่งมีครูเกิน แต่ก็ยังขาด ขาดครูบางวิชา ที่เขาเรียกว่าครูไม่ตรงเอกวิชา ตามอัตรากําลังแล้วโรงเรียนนี้สมควรจะต้องมีครู 100 คน มีร้อยคนแล้ว แต่เพียงแค่ว่ามีครูภาษาอังกฤษ ครูฟิสิกส์ อาจจะไม่ได้พอ ตามชั้นเรียนที่มี ครับนั่นคือเรียกว่าในเกินกลับมีขาด คือปัญหาที่กระทรวงได้พบเจอ และแน่นอนที่ขาดแท้จริง มันมีเยอะเลย ที่ขาดทั้งครูไม่ครบวิชา ขาดทั้งในโรงเรียนเดียวกัน ครูไม่ครบชั้น นั่นคือปัญหา ตามที่ได้สํารวจอัตรากําลังในระดับครูผู้สอน ภาพรวม 18,839 คน ในปีที่ผ่านมา กระทรวงศึกษาธิการ ได้จ้างพนักงานทั้งหมด 22,000 กว่าอัตรา แต่ยังเป็นปัญหาอยู่ กระทรวงต้องแก้ไข ครูครบ แต่ไม่ครบวิชา จำเป็นต้องจ้างอัตราสนับสนุน ไปสอนในวิชาที่ขาด คนที่เกินก็เกินไป อีกคนที่ขาดก็ไม่พอเสียที่ นี่คือปัญหาที่ภาพรวมที่เราเจอ “แนวทางที่กระทรวงจะแก้ปัญหา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สั่งการชัดเจน ต่อไปนี้ เราต้องแก้ปัญหาหลักๆ คือให้ได้โดยการตั้งคณะกรรมการทํางาน การพูดคุยกันระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกระทรวง ถึงเวลาสักที จะต้องเคลียร์อัตรากําลังใหม่ ต้องไม่ให้ มีเกิน มีขาด อีกต่อไป นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า ทุกคนทราบดีว่าอัตราข้าราชการครูนั้นถ้าเขาไม่เขียนย้าย หรือไม่สมัครใจย้าย เราไม่สามารถออกคําสั่งจากกระทรวง หรือเขตพื้นที่ หรือหน่วยงานใดๆ เพื่อให้ครูเหล่า ที่อยู่ในโรงเรียนที่เกิน ย้ายได้ อันนี้คือเรื่องจริง ถ้าเป็นข้าราชการอย่างอื่นอาจจะเป็นหน่วยงานอื่นเขาสามารถสั่งให้ย้ายไปตําแหน่งที่ว่างได้เลย ในการทดแทน แต่ครูแต่ละเขตมีอํานาจของตัวเอง มีการพิจารณาแล้วก็ไม่ สามารถที่จะย้ายคนที่ไม่สมัครใจได้ ต่อไปนี้แนวทางทํายังไงคือความสมัครใจใช้ intensive ใช้แรงจูงใจ เรากําลังจะพูดถึงว่าถ้าโรงเรียนที่เกิน มีครูเกิน ออกมาตรการการช่วยเหลือสําหรับครู ที่สมัครใจย้ายไปโรงเรียนที่ขาด วันนี้ต้องพูดตรงๆ แล้ว พูดเหมือนกันหมดว่าคุณครูส่วนมาก อยากอยู่โรงเรียนในเมือง คุณครูส่วนมากอยากใช้วิชาความสามารถที่ตัวเองเรียนมาอย่างเต็มที่ โดยการสอนในโรงเรียนใหญ่ๆ เพราะโรงเรียนใหญ่มีเด็กมีความท้าทาย ที่มากกว่า เป็นความคิดที่ไม่ได้ผิด แต่เพียงเพราะว่าทํายังไงโรงเรียนเล็กๆ อยู่ชนบท อยู่ต่างอําเภอ จะได้มีครูที่สมัครใจไปช่วยสอน เพราะฉะนั้นการพิจารณาไม่ว่าจะเรื่องการเงินค่าตอบแทนเพิ่มเติม สําหรับคุณครูที่สมัครใจจากโรงเรียนที่เกิน ไปโรงเรียนที่ขาด อาจจะต้องพิจารณาโดยร่วมกัน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) กับ สพฐ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวง “อาจจะพิจารณาถึง ค่าเดินทาง ค่ายานพาหนะ ค่าเช่าบ้าน แม้แต่การเลื่อนวิทยฐานะ เพื่อเป็นแรงจูงใจ ยังจําเป็นต้องทำเพื่อให้มียาแรง ยาแรงในการจูงใจเพื่อให้ครูที่อยู่ในโรงเรียนที่เกินนั้นสมัครใจเอาความสมัครใจเป็นหลักครับสมัครใจไปที่โรงเรียนที่ขาดเพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราเกลี่ยได้จริงตามแผนที่เราต้องการเราจะลดปัญหาเรื่องการขาดแคลนของบุคลากรที่เรียกว่าคุณครูที่เป็นข้าราชการได้ อันนี้เราคิดที่จะทํานะครับ อันนี้ด้วยความสุจริตใจ” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ส่วนกรณีโดนตัดงบประมาณสนับสนุนเรื่องการสมทบประกันสังคม ในบุคลากรจ้างเหมาบริการ นั้น กระทรวงศึกษาธิการ รับทราบเรื่องนี้ กําลังแก้ปัญหา เพราะว่าตลอดระยะเวลา พยายามประคองเจ้าหน้าที่ บอกตลอดว่าเราประคองจนในที่สุดเราโดน สตง.เราโดนกรมบัญชีกลาง ทําหนังสือท้วงติงเรื่องเหล่านี้ เลยเป็นที่มาว่าวันนี้งบประมาณในเรื่องของการสนับสนุนประกันสังคม ในช่วงนี้โดนตัดไป แต่เราไม่ย่อท้อเรากําลังทําหนังสือไปถึงกรมบัญชีกลาง ใหม่ แล้วคาดว่าจะได้รับคําตอบเร็วๆ นี้ ว่าจะสามารถสนับสนุน ค่าประกันสังคม ให้กับบุคลากรเหล่านั้นได้หรือไม่ นายสุรศักดิ์ ชี้แจงถึงเรื่อง เงินเดือนค่าตอบแทนของกลุ่มจ้างเหมาบริการ ได้ไม่เสมอภาคกัน ไม่สอดรับกับหน้าที่การงานที่เยอะขึ้น โดยเฉพาะพนักงานธุรการ 1 คน ทํางานหลายโรงเรียน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทําเรื่อง และคาดว่าจะเข้าครม.เร็วๆ นี้ เพื่อจะขอปรับค่าตอบแทนในกลุ่มจ้างเหมาบริการ อ้างอิงตามวุฒิการศึกษา เพราะคณะรัฐมนตรี มีมติเพิ่มเงินเดือนให้ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ จาก 15,000 บาท เป็น 16,500 บาท ในวุฒิ ปวช.ให้ไปถึง 10,340 บาท เพราะฉะนั้น จําเป็นที่กระทรวง ต้องทําเรื่องนี้ เพื่อให้เป็นไปตามมติ เพียงแค่มติวันนั้น ไม่ได้กล่าวครอบคลุมถึงการจ้างเหมาบริการ ใช้เพียงแค่ว่าข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้นเอง แต่เราเห็นช่องว่ากระทรวง ต้องทําต่อ คือการเสนอให้เพิ่มเงินเดือนจาก 15,000 บาท เป็น 16,500 บาท แล้ว พฤษภาคม 2568 ให้เป็น 18,000 บาท ตามมติครม. ส่วนวุฒิที่ต่ำกว่าปริญญาตรี วุฒิ ปวช.ปีนี้ก็ต้องขอให้เป็น 10,340 บาท และปีหน้าจะเป็น 11,000 กว่าบาท “เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ กระทรวงศึกษาธิการ กําลังทําให้บุคลากรทางการศึกษาทุกคน กระทรวงห่วงใย และไม่ได้นิ่งนอนใจครับ หลังเกิดปัญหาเราจะทําทุกวิถีทางเพื่อให้ทุกท่านบุคลากรที่ทํางานหนักของเรานั้นดีกว่าและกําลังใจที่ดีครับ” นายสุรศักดิ์ กล่าว