อีสานใต้มีเฮ ! “นภินทร” ยัน ก.พาณิชย์ พร้อมดึงคนรุ่นใหม่ Gen-Y อบรมใช้ช่องทางของพาณิชย์ในการขายสินค้าเกษตรผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

อีสานใต้มีเฮ ! “นภินทร” ยัน ก.พาณิชย์ พร้อมดึงคนรุ่นใหม่ Gen-Y อบรมใช้ช่องทางของพาณิชย์ในการขายสินค้าเกษตรผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

อีสานใต้มีเฮ ! “นภินทร” ยัน ก.พาณิชย์ พร้อมดึงคนรุ่นใหม่ Gen-Y อบรมใช้ช่องทางของพาณิชย์ในการขายสินค้าเกษตรผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ย้ำ พร้อมประสานพาณิชย์จ.นครพนมจัดกิจกรรมต่างๆ ที่ศูนย์ OTOP เพื่อเป็นศูนย์กลางตลาด และกระจายรายได้ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ 437 เรื่องการจัดทําตลาดกลางสินค้าเกษตรที่จังหวัดนครพนม โดยมีนายแพทย์อลงกต มณีกาศ สส.จังหวัดนครพนม พรรคภูมิใจไทย เป็นผู้ถาม ซึ่งได้มีการตั้งกระทู้ถาม 3 ประเด็น ดังนี้ 1) กระทรวงพาณิชย์มีแผนงานหรือมีโครงการอะไรบ้างในการที่จะทําให้ระดับราคาสินค้าการเกษตรของพี่น้องชาวจังหวัดนครพนม หรือชาวอีสานหลายๆ จังหวัดที่มีพื้นที่คล้ายๆ กัน มีราคาที่แน่นอน และไม่ได้รับผลกระทบมาก นอกจากนี้ ก.พาณิชย์ ยังมีแนวทางในการที่จะจัดสร้าง หรือโครงการตลาดกลางเพื่อการเกษตรของจังหวัดนครพนมอย่างไร หรือมีเรื่องของตลาดออนไลน์สินค้าการเกษตรอยู่บ้างหรือไม่ ประเด็นที่ 2) อาคาร OTOP ซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ภายใต้การดูแลของ อบจ.นครพนม สามารถที่จะประยุกต์เป็นตลาดกลางของจังหวัดพอจะเป็นไปได้หรือไม่ และ ประเด็นที่ 3) กระทรวงพาณิชย์มีโครงการที่จะให้เกษตรกรรุ่นใหม่ หรือว่ากลุ่มคนข้างนอกมีการขายของสินค้าทางการเกษตรออนไลน์หรือไม่ โดย รมช.นภินทร ได้ตอบกระทู้ประเด็นแรกว่า กระทรวงพาณิชย์ มีบทบาทคือการส่งเสริมสนับสนุนให้มีการก่อตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตรขึ้น ตามระเบียบของกรมการค้าภายใน ว่าด้วยการส่งเสริม และการจัดตั้งตลาดกลางสินค้าเกษตร 2545 ซึ่งระเบียบฉบับนี้ มีการให้เอกชนเป็นผู้ดําเนินการในการจัดตั้งตลาด ทั้งด้วยเงินทุนของตัวเอง โดยมีหลักเกณฑ์ที่จะรับการส่งเสริมเป็นตลาดกลางในความส่งเสริมของกรมการค้าภายใน ประการแรก) ต้องเป็นนิติบุคคล ประการที่ 2) ต้องมีที่ดินเป็นของตนเอง หรือมีสัญญาเช่าไม่น้อยกว่า 5 ปี เป็นที่ดินที่มีความเหมาะสม ทําเลที่ตั้งที่เหมาะสม ถ้าเป็นตลาดกลางผัก ผลไม้ ต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า 10 ไร่ ถ้าเป็นตลาดกลางข้าว และพืชไร่ ต้องมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 20 ไร่ ด้วยกัน มีสิ่งอํานวยความสะดวกต่างๆ เมื่อเข้าสู่หลักเกณฑ์เหล่านี้ ก็จะมาขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าภายใน แล้วก็จดจัดตั้งเป็นตลาดกลาง ในส่วนการส่งเสริมของกรมการค้าภายในซึ่งจะมีกิจกรรมต่างๆ ลงไปช่วยในการพยุงราคาสินค้า หรือการกระจายสินค้าต่างๆ มีการจัดอีเว้นท์เพื่อพยุงราคาสินค้าเกษตร นายนภินทร ยังกล่าวอีกว่า การเป็นตลาดกลางสินค้าเกษตรมี 3 ระดับด้วยกัน คือ 1)ระดับประเทศ 2) ระดับภูมิภาค 3) ระดับจังหวัด สำหรับตลาดระดับประเทศคือ ศูนย์กลางของกําลังซื้อ มีการนําเข้าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศแล้วกระจาย ซึ่งโดยรวมจะเป็นที่ตั้งของทําเลของ demand คือกําลังซื้อที่มาก อย่างเช่นตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง สำหรับอันดับที่สองคือ ตลาดกลางระดับภูมิภาค ต้องคํานึงถึง 3 ประการด้วยกัน คือ เรื่องของศูนย์กลางของกําลังซื้อประชากรต้องมีจํานวนมาก 2)เป็นศูนย์กลางการผลิต และ 3) เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม “ ตลาดกลางอันดับภูมิภาคที่เกิดขึ้นมาได้ เช่น จังหวัดราชบุรี เป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่ มีสินค้าเกษตรที่ผลิตเข้าสู่ตลาดกลาง กาญจนบุรี ราชบุรี วันละหมื่นตันที่ผลิตออกมา และกระจายสู่ภาคใต้ เป็นทั้งศูนย์กลางการผลิต เป็นทั้งศูนย์กลางของการคมนาคม มีตลาดที่หัวอิฐ จ.นครศรีธรรมราช, ตลาดโพหวาย จ.สุราษฎร์ธานี นี่คือตลาดกลางอันดับภูมิภาค ส่วนจังหวัดอื่นก็มี เช่น จ.พิษณุโลก จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น จ.อุดรฯ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้เป็นศูนย์กลางของการคมนาคม แล้วก็เป็นศูนย์กลางของการผลิตเพียงบางส่วน “ นายนภินทร กล่าวเพิ่มอีกว่า สำหรับ จ.นครพนมนั้น ตนได้ลงพื้นที่ไปดูแล้วพบว่า จํานวนประชากรมีอยู่ประมาณ 7 แสนคน ซึ่งติดกับ สปป.ลาว เมืองท่าแขก มีประชากรอยู่ประมาณ 4 หมื่นคน จํานวนดีมานด์ของกําลังซื้อนั้นมีไม่มากนัก 2)ไม่ใช่ศูนย์กลางของการคมนาคม และ 3) ในส่วนของ จ.นครพนม พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกพืชไร่ ไม่ได้ปลูกพืชสวน เพราะฉะนั้นไม่ใช่แหล่งผลิต ต้องซื้อจากจังหวัดอื่นเข้ามา โอกาสที่จังหวัดนครพนมจะเป็นตลาดกลางระดับภูมิภาคนั้น เป็นไปได้ยาก แต่จะเป็นตลาดกลางระดับจังหวัด ส่วนตลาดกลางอีกประเภทหนึ่งคือตลาดกลางข้าว และพืชไร่ ซึ่งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ ก็เคยส่งเสริมมาในอดีต มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 30 ตลาด ในส่วนของตลาดกลางสินค้าเกษตรผัก และผลไม้ เป็นตลาดกลางที่ก.พาณิชย์ ส่งเสริมนั้น ประสบความสําเร็จ ส่วนตลาดกลางข้าวและพืชไร่ เราต้องยอมรับความจริงว่า ในขณะนี้อาจจะไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควร ความต่างของตลาดกลางข้าว และพืชไร่กับผัก ผลไม้ มีความต่างกัน ถ้าผัก ผลไม้ เจ้าของตลาด ผู้บริหารตลาดจะต้องไม่ลงไปซื้อขายเอง เพราะถ้าลงไปซื้อขาย ตลาดจะไม่เป็นตลาด จะกลายเป็นบริษัทของตัวเอง แล้วก็เป็นผู้ซื้อ-ผู้ขายเอง เพราะฉะนั้นเจ้าของตลาดจะต้องเป็นผู้ซื้อหลักรายหนึ่ง แล้วก็เชิญชวนรายอื่นๆ เข้ามาซื้อ ทั้งนี้สําหรับจังหวัดนครพนม โอกาสที่จะเป็นตลาดกลางผัก และผลไม้ในระดับภูมิภาคนั้นไม่ง่ายนัก แต่คงจะเป็นกลางในระดับจังหวัด ในขณะเดียวกันตลาดกลาง ข้าวและพืชไร่ ใช้ระบบของการซื้อขายที่โรงสี ผู้รวบรวมดึงเข้าไปซื้อในพื้นที่โดยกระทรวงพาณิชย์ ก็สามารถดําเนินการได้ นายนภินทร กล่าว รมช.พาณิชย์ ได้กล่าวถึงประเด็นคำถามที่ 2 ในเรื่องตลาดกลางประมง ว่า กรมการค้าภายในที่เคยจัดตั้งตลาดกลางประมง แต่สินค้าก็ยังไม่ประสบความสําเร็จเท่าที่ควรเพราะว่าส่วนใหญ่ผู้ซื้อ ผู้รวบรวมจะไปซื้อที่บ่อเลี้ยงปลา ซึ่งเป็นปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ ถ้าเป็นตลาดกลางอาจจะไม่ง่ายนัก เพราะว่าซื้อปริมาณมากก็ต้องซื้อขณะที่มีชีวิตอยู่ ในส่วนของศูนย์ OTOP ที่อยู่ในความดูแลของอบจ.นครพนม เบื้องต้นตั้งขึ้นมาเป็นศูนย์ OTOP แต่เจอสถานการณ์โควิด ทำให้ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยว การนำสินค้า OTOP ไปขายนั้นก็จะมีปัญหา คือ คนไม่ค่อยไป และในจังหวะเดียวจ.นครพนม อาจจะเป็นจังหวัดที่ไม่เป็นศูนย์กลางของการคนคมนาคม แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ในส่วนของก.พาณิชย์ จะพยายามประสานพาณิชย์จังหวัดในการจัดกิจกรรมต่างๆ ลงไปที่ศูนย์แห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโยงสินค้าเกษตร ถ้าสินค้าเกษตรอันไหนถ้าเกิดว่าล้นตลาดเราจะไปสร้างจุดรับซื้อที่นั่น สินค้าอะไรที่ขาด เราจะนําสินค้าลงไปขายที่นั่น ทั้งนี้เราก็จะจัดกิจกรรมส่งเสริมการจําหน่ายสินค้าในตลาด ไม่ว่าจะเป็นรถโมบายพาณิชย์ เทศกาลตรุษจีน เทศกาลกินเจ หรือธงฟ้า เพื่อดูแลค่าครองชีพ เพื่อให้ตลาดแห่งนี้ค่อยๆ เกิดขึ้นมา “ การที่จะเป็นตลาดเกิดขึ้นได้ และเป็นที่นิยม สิ่งสําคัญก็คือ ท่านต้องดึงนักท่องเที่ยว รวมสินค้าของ OTOP ไม่เพียงแต่ จ.นครพนม เท่านั้น ควรจะรวมสินค้า OTOP ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในส่วนของอีสานใต้ มารวมอยู่ด้วยกัน ... ระบบของการจัดการ ไม่ใช่ว่าเจ้าของสินค้า OTOP แต่ละรายนําสินค้ามาขาย เพราะคนผลิตถ้าขายด้วยค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการนั้นสูง มันต้องรวมสินค้ามาแล้วใช้ระบบแบบแบ่งเปอร์เซ็นต์ ถึงจะเกิดขึ้นได้ ในขณะเดียวกันถ้ามีนักท่องเที่ยว ที่นี่ก็จะเป็นศูนย์รวมสินค้า และถ้าราคาสินค้าเกษตรอะไรที่มันผลิตออกมาแล้วโอเวอร์ซัพพลายขึ้นมา เราจะตั้งจุดรับซื้อให้ ขณะเดียวกันสินค้าอะไรที่ขาด เราจะไปเอาสินค้านั้นไปสร้างพยุงราคาให้ราคาไม่สูงเกินไป พร้อมทั้งพยายามจัดกิจกรรมต่างๆ” นอกจากนี้ นายนภินทร ยังได้ตอบประเด็นคำถามสุดท้ายว่า สำหรับกระทรวงพาณิชย์ให้ความสําคัญเกี่ยวกับการซื้อขายออนไลน์ โดยพบว่าในปี 2563 มีการซื้อขายออนไลน์อยู่ประมาณ 30% ออฟไลน์อยู่ 70% แต่พอปี 2566 ปรากฏว่าตัวเลขนั้นกลับกัน คือการซื้อขายออนไลน์เพิ่มขึ้นมาเป็น 70% การซื้อขายออฟไลน์นั้นเหลือเพียง 30% เพราะฉะนั้นกระทรวงฯ พยายามผลักดันสินค้าให้อยู่ในระบบของอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น มีทั้งการอบรม ในการพัฒนาสินค้าให้มีแบรนด์ของตัวเอง พัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพขึ้น แม้กระทั่งแพ็คเกจของสินค้า และในขณะเดียวกันเราก็มีช่องทางการจําหน่ายทางอีคอมเมิร์ซ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สําหรับจ.นครพนม มีสินค้าหลายอย่างที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นเราจะพยายามจัดอบรมในส่วนของอีสานใต้ ดึงคนรุ่นใหม่ Gen-Y มาอบรมแล้วก็ใช้ช่องทางของพาณิชย์ในการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเราต้องเข้าใจว่าการเติบโตทางอีคอมเมิร์ซนั้นเติบโตขึ้นมาอย่างมาก และสินค้าของจังหวัดนครพนมนั้นก็มีสินค้าหลายชนิดที่สามารถ พัฒนาได้ โดยเฉพาะเรื่องของข้าว สับปะรด ลิ้นจี่ ที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นเรายืนยันว่า เราจะพยายามผลักดันคนรุ่นใหม่ โดยใช้ช่องทางอีคอมเมิร์ซ โดยจะมีการจัดการอบรมในพื้นที่จังหวัดนครพนม หรือจังหวัดใกล้เคียง เพื่อพัฒนาบุคคลเหล่านั้นให้เติบโตขึ้น รมช.นภินทร กล่าวทิ้งท้าย