วันที่ 24 ตุลาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้ถามสด เรื่องแผนการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือ ว่า เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ตอบกระทู้ถามเพราะมีภารกิจสําคัญไปประชุมร่วมกับประเทศกัมพูชาเรื่องปัญหาชายแดน สําหรับเรื่องการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่มีข้อจํากัด อยากรับโอนมาบริหารให้กับพี่น้องประชาชน แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้โอนก็คือกองทัพเรือ จะโอนแบบมีเงื่อนไข ฉะนั้นการรับโอนต้องทําให้เกิดความรอบคอบ โดยนำตัวอย่างการรับโอนที่อําเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่เป็นพื้นที่กองทัพเรือสัตหีบดูแลจ่ายไฟ ตอนหลังมีการถ่ายโอนให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปแล้วเมื่อปี 2537 หลังการรับโอนไปแล้วก็มีเสียงชื่นชม และต้องตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องระบบการจ่ายไฟ การให้บริการประชาชนด้านการเงิน ด้านกฎหมาย โดยฐานทัพเรือสัตหีบและการไฟฟ้ามีความเห็นว่าจะต้องมีการตั้งคณะทํางานย่อยขึ้นมา 2 คณะ ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตั้งเรียบร้อยแล้ว รอทางกองทัพเรือตั้งคณะกรรมการร่วมกัน เพื่อทําหน้าที่ในการดูแลเรื่องระบบไฟฟ้า ระบบการจ่ายไฟอุปกรณ์ไฟฟ้า พื้นที่ในการให้บริการกับผู้ใช้ไฟ คณะที่ 2 ก็ดูแลเรื่องของการเงิน สถิติการใช้ไฟฟ้าและปริมาณการใช้ไฟจํานวนและประเภทผู้ใช้ไฟ ต้องทําให้เกิดความรอบคอบ ครบถ้วน มีความเหมาะสมและสอดคล้องตามพระราชบัญญัติการโอนกิจการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวนมากให้ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ไม่ว่าจะเรื่องของด้านเทคนิค และด้านวิศวกรรม เนื่องจากการไฟฟ้า ถือเป็นสินค้าอันตราย จําเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดของระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง
นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนด้านพื้นที่และการให้บริการผู้ใช้ไฟ ต้องดูว่ากองทัพเรือมีการดูแลบริการจัดการให้บริการไฟฟ้าในพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างไร เพราะพื้นที่ของกองทัพเรือเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง รวมทั้งประเด็นการใช้ไฟที่มีการรุกล้ำพื้นที่หวงห้าม ต้องมีความชัดเจนว่าส่วนไหนที่จะต้องอยู่ในพื้นที่ของกองทัพเรือสัตหีบ ส่วนไหนที่จะถ่ายโอนด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และถ้าจะถ่ายโอนก็ต้องพิจารณาเรื่องเงินลงทุน ส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนมีครัวเรือนขอรับจํานวนเงิน 2,000 ล้านบาท เงินค่าชดเชยสัมปทานประกอบกิจการไฟฟ้าเป็นจํานวนเงิน 4,000 ล้านบาท ถ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะรับโอนจะต้องชดใช้เงินให้กับ กองทัพ 6,000 ล้านบาท การจัดตั้งงบประมาณลงไปจ่ายเงินชดต้องมีความรอบคอบ จึงต้องหารือร่วมกันที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ส่วนด้านกฎหมาย กองทัพเรือได้รับอนุญาตประกอบกิจการพลังงานใบอนุญาตมีอายุ 25 ปี ซึ่งจะหมดอายุในปี 2588 ถ้าถ่ายโอนก็ต้องมาชดเชยส่วนต่างตรงนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องมาดูและเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นๆ เช่น การถ่ายโอนข้อมูลลูกค้าผู้ใช้ไฟฟ้า จําเป็นต้องปฏิบัติให้รอบคอบเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 และหากมีการถ่ายโอนกันจริง ลูกค้าต้องยินยอมที่จะให้ข้อมูลกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยืนยันว่าการไฟฟ้ายินดีที่จะรับการถ่ายโอนจากกองทัพเรือ เพื่อประโยชน์กับน้องประชาชน แต่การดําเนินการต้องทําด้วยความรอบคอบ ขณะนี้เร่งรัดเรื่องการตั้งคณะกรรมการ ได้สอบถามทางผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ยินดีอยากทําให้เร็ว และคาดว่าถ้ามีการประชุมหารือข้อมูลเบื้องต้นก็จะจบในเดือนธันวาคมปี 2567 รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาเรื่องไฟฟ้าที่มีปัญหา และมั่นใจว่าเมื่อการไฟฟ้ารับโอนมาแล้วก็จะทําเรื่องของการบริการประชาชนแบบมีมาตรฐานและจะไม่มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าตกอีกต่อไป
รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการศึกษาอยู่แล้ว และคาดว่าผลการศึกษาจะไปจบที่เดือนธันวาคม และในระหว่างนี้ก็มีการตั้งคณะกรรมการคณะทํางานขึ้นมาศึกษาแนวทางที่บ้านฉางว่าแนวทางในการถ่ายโอนจะทําอย่างไร สําหรับเรื่องการรับโอนก็จะไปเกี่ยวข้องเรื่องของงบประมาณที่ท่านสมาชิกถามว่างบประมาณจะมาอย่างไร ซึ่งความจริงงบประมาณก็มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรามีงบประมาณแผ่นดินเพียงพอที่จัดสรรไปให้การไฟฟ้าสู่ภูมิภาค ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย
"ผมไม่เป็นห่วงเรื่องงบประมาณ ถ้าทุกอย่างคุยกันจบ ผมมั่นใจ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไทย เห็นว่ามันเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์จริงๆ ก็พร้อมตั้งงบประมาณในการปฏิบัติการให้เกิดความผาสุกของประชาชนต่อไป ส่วนข้อห่วงใยเรื่องบุคลากรที่ทำงานอยู่แล้วนั้น ก็จะรับไปพิจารณา ซึ่งคนที่ทํางานดี สามารถทํางานให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองได้ มั่นใจว่าทุกหน่วยงานราชการอยากใช้อยู่แล้ว ซึ่งผมจะรับไปเป็นแนวทางกําหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่าท่านต้องการให้เอาพนักงานที่มีอยู่แล้ว เมื่อมีการถ่ายโอนต้องการไปเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภาคต่อไป" รมช.มหาดไทย กล่าว

24 ตุลาคม 2567 เวลา 17:36
"ทรงศักดิ์" ตอบกระทู้ กฟภ.ตั้งคกก.ถ่ายโอน กิจการไฟฟ้าแล้ว รอ ทร.ตั้ง กก.ร่วม คาดได้ข้อสรุป ธ.ค.นี้
"ทรงศักดิ์" ตอบกระทู้ กฟภ.ตั้งคณะกรรมการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว รอกองทัพเรือตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาและวางแผนการถ่ายโอน คาดได้ข้อสรุปในเดือน ธ.ค. 67 นี้ ยืนยันพร้อมรับถ่ายโอน แต่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อประโยชน์ของประชาชน
วันที่ 24 ตุลาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้ถามสด เรื่องแผนการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือ ว่า เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ตอบกระทู้ถามเพราะมีภารกิจสําคัญไปประชุมร่วมกับประเทศกัมพูชาเรื่องปัญหาชายแดน สําหรับเรื่องการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่มีข้อจํากัด อยากรับโอนมาบริหารให้กับพี่น้องประชาชน แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้โอนก็คือกองทัพเรือ จะโอนแบบมีเงื่อนไข ฉะนั้นการรับโอนต้องทําให้เกิดความรอบคอบ โดยนำตัวอย่างการรับโอนที่อําเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่เป็นพื้นที่กองทัพเรือสัตหีบดูแลจ่ายไฟ ตอนหลังมีการถ่ายโอนให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปแล้วเมื่อปี 2537 หลังการรับโอนไปแล้วก็มีเสียงชื่นชม และต้องตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องระบบการจ่ายไฟ การให้บริการประชาชนด้านการเงิน ด้านกฎหมาย โดยฐานทัพเรือสัตหีบและการไฟฟ้ามีความเห็นว่าจะต้องมีการตั้งคณะทํางานย่อยขึ้นมา 2 คณะ ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตั้งเรียบร้อยแล้ว รอทางกองทัพเรือตั้งคณะกรรมการร่วมกัน เพื่อทําหน้าที่ในการดูแลเรื่องระบบไฟฟ้า ระบบการจ่ายไฟอุปกรณ์ไฟฟ้า พื้นที่ในการให้บริการกับผู้ใช้ไฟ คณะที่ 2 ก็ดูแลเรื่องของการเงิน สถิติการใช้ไฟฟ้าและปริมาณการใช้ไฟจํานวนและประเภทผู้ใช้ไฟ ต้องทําให้เกิดความรอบคอบ ครบถ้วน มีความเหมาะสมและสอดคล้องตามพระราชบัญญัติการโอนกิจการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวนมากให้ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ไม่ว่าจะเรื่องของด้านเทคนิค และด้านวิศวกรรม เนื่องจากการไฟฟ้า ถือเป็นสินค้าอันตราย จําเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดของระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง
นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนด้านพื้นที่และการให้บริการผู้ใช้ไฟ ต้องดูว่ากองทัพเรือมีการดูแลบริการจัดการให้บริการไฟฟ้าในพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างไร เพราะพื้นที่ของกองทัพเรือเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง รวมทั้งประเด็นการใช้ไฟที่มีการรุกล้ำพื้นที่หวงห้าม ต้องมีความชัดเจนว่าส่วนไหนที่จะต้องอยู่ในพื้นที่ของกองทัพเรือสัตหีบ ส่วนไหนที่จะถ่ายโอนด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และถ้าจะถ่ายโอนก็ต้องพิจารณาเรื่องเงินลงทุน ส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนมีครัวเรือนขอรับจํานวนเงิน 2,000 ล้านบาท เงินค่าชดเชยสัมปทานประกอบกิจการไฟฟ้าเป็นจํานวนเงิน 4,000 ล้านบาท ถ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะรับโอนจะต้องชดใช้เงินให้กับ กองทัพ 6,000 ล้านบาท การจัดตั้งงบประมาณลงไปจ่ายเงินชดต้องมีความรอบคอบ จึงต้องหารือร่วมกันที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ส่วนด้านกฎหมาย กองทัพเรือได้รับอนุญาตประกอบกิจการพลังงานใบอนุญาตมีอายุ 25 ปี ซึ่งจะหมดอายุในปี 2588 ถ้าถ่ายโอนก็ต้องมาชดเชยส่วนต่างตรงนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องมาดูและเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นๆ เช่น การถ่ายโอนข้อมูลลูกค้าผู้ใช้ไฟฟ้า จําเป็นต้องปฏิบัติให้รอบคอบเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 และหากมีการถ่ายโอนกันจริง ลูกค้าต้องยินยอมที่จะให้ข้อมูลกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยืนยันว่าการไฟฟ้ายินดีที่จะรับการถ่ายโอนจากกองทัพเรือ เพื่อประโยชน์กับน้องประชาชน แต่การดําเนินการต้องทําด้วยความรอบคอบ ขณะนี้เร่งรัดเรื่องการตั้งคณะกรรมการ ได้สอบถามทางผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ยินดีอยากทําให้เร็ว และคาดว่าถ้ามีการประชุมหารือข้อมูลเบื้องต้นก็จะจบในเดือนธันวาคมปี 2567 รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาเรื่องไฟฟ้าที่มีปัญหา และมั่นใจว่าเมื่อการไฟฟ้ารับโอนมาแล้วก็จะทําเรื่องของการบริการประชาชนแบบมีมาตรฐานและจะไม่มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าตกอีกต่อไป
รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการศึกษาอยู่แล้ว และคาดว่าผลการศึกษาจะไปจบที่เดือนธันวาคม และในระหว่างนี้ก็มีการตั้งคณะกรรมการคณะทํางานขึ้นมาศึกษาแนวทางที่บ้านฉางว่าแนวทางในการถ่ายโอนจะทําอย่างไร สําหรับเรื่องการรับโอนก็จะไปเกี่ยวข้องเรื่องของงบประมาณที่ท่านสมาชิกถามว่างบประมาณจะมาอย่างไร ซึ่งความจริงงบประมาณก็มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรามีงบประมาณแผ่นดินเพียงพอที่จัดสรรไปให้การไฟฟ้าสู่ภูมิภาค ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย
"ผมไม่เป็นห่วงเรื่องงบประมาณ ถ้าทุกอย่างคุยกันจบ ผมมั่นใจ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไทย เห็นว่ามันเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์จริงๆ ก็พร้อมตั้งงบประมาณในการปฏิบัติการให้เกิดความผาสุกของประชาชนต่อไป ส่วนข้อห่วงใยเรื่องบุคลากรที่ทำงานอยู่แล้วนั้น ก็จะรับไปพิจารณา ซึ่งคนที่ทํางานดี สามารถทํางานให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองได้ มั่นใจว่าทุกหน่วยงานราชการอยากใช้อยู่แล้ว ซึ่งผมจะรับไปเป็นแนวทางกําหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่าท่านต้องการให้เอาพนักงานที่มีอยู่แล้ว เมื่อมีการถ่ายโอนต้องการไปเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภาคต่อไป" รมช.มหาดไทย กล่าว
วันที่ 24 ตุลาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตอบกระทู้ถามสด เรื่องแผนการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือ ว่า เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ตอบกระทู้ถามเพราะมีภารกิจสําคัญไปประชุมร่วมกับประเทศกัมพูชาเรื่องปัญหาชายแดน สําหรับเรื่องการถ่ายโอนกิจการไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไม่มีข้อจํากัด อยากรับโอนมาบริหารให้กับพี่น้องประชาชน แต่ปัญหาอยู่ที่ผู้โอนก็คือกองทัพเรือ จะโอนแบบมีเงื่อนไข ฉะนั้นการรับโอนต้องทําให้เกิดความรอบคอบ โดยนำตัวอย่างการรับโอนที่อําเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่เป็นพื้นที่กองทัพเรือสัตหีบดูแลจ่ายไฟ ตอนหลังมีการถ่ายโอนให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปแล้วเมื่อปี 2537 หลังการรับโอนไปแล้วก็มีเสียงชื่นชม และต้องตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องระบบการจ่ายไฟ การให้บริการประชาชนด้านการเงิน ด้านกฎหมาย โดยฐานทัพเรือสัตหีบและการไฟฟ้ามีความเห็นว่าจะต้องมีการตั้งคณะทํางานย่อยขึ้นมา 2 คณะ ซึ่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตั้งเรียบร้อยแล้ว รอทางกองทัพเรือตั้งคณะกรรมการร่วมกัน เพื่อทําหน้าที่ในการดูแลเรื่องระบบไฟฟ้า ระบบการจ่ายไฟอุปกรณ์ไฟฟ้า พื้นที่ในการให้บริการกับผู้ใช้ไฟ คณะที่ 2 ก็ดูแลเรื่องของการเงิน สถิติการใช้ไฟฟ้าและปริมาณการใช้ไฟจํานวนและประเภทผู้ใช้ไฟ ต้องทําให้เกิดความรอบคอบ ครบถ้วน มีความเหมาะสมและสอดคล้องตามพระราชบัญญัติการโอนกิจการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกฎหมายจำนวนมากให้ครอบคลุมทั้ง 4 มิติ ไม่ว่าจะเรื่องของด้านเทคนิค และด้านวิศวกรรม เนื่องจากการไฟฟ้า ถือเป็นสินค้าอันตราย จําเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลและรายละเอียดของระบบไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทาง ปลายทาง
นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนด้านพื้นที่และการให้บริการผู้ใช้ไฟ ต้องดูว่ากองทัพเรือมีการดูแลบริการจัดการให้บริการไฟฟ้าในพื้นที่ที่รับผิดชอบอย่างไร เพราะพื้นที่ของกองทัพเรือเป็นพื้นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง รวมทั้งประเด็นการใช้ไฟที่มีการรุกล้ำพื้นที่หวงห้าม ต้องมีความชัดเจนว่าส่วนไหนที่จะต้องอยู่ในพื้นที่ของกองทัพเรือสัตหีบ ส่วนไหนที่จะถ่ายโอนด้วยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และถ้าจะถ่ายโอนก็ต้องพิจารณาเรื่องเงินลงทุน ส่วนที่เกี่ยวกับประชาชนมีครัวเรือนขอรับจํานวนเงิน 2,000 ล้านบาท เงินค่าชดเชยสัมปทานประกอบกิจการไฟฟ้าเป็นจํานวนเงิน 4,000 ล้านบาท ถ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจะรับโอนจะต้องชดใช้เงินให้กับ กองทัพ 6,000 ล้านบาท การจัดตั้งงบประมาณลงไปจ่ายเงินชดต้องมีความรอบคอบ จึงต้องหารือร่วมกันที่มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา
รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ส่วนด้านกฎหมาย กองทัพเรือได้รับอนุญาตประกอบกิจการพลังงานใบอนุญาตมีอายุ 25 ปี ซึ่งจะหมดอายุในปี 2588 ถ้าถ่ายโอนก็ต้องมาชดเชยส่วนต่างตรงนี้ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต้องมาดูและเกี่ยวข้องกับกฎหมายอื่นๆ เช่น การถ่ายโอนข้อมูลลูกค้าผู้ใช้ไฟฟ้า จําเป็นต้องปฏิบัติให้รอบคอบเป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 2562 และหากมีการถ่ายโอนกันจริง ลูกค้าต้องยินยอมที่จะให้ข้อมูลกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ยืนยันว่าการไฟฟ้ายินดีที่จะรับการถ่ายโอนจากกองทัพเรือ เพื่อประโยชน์กับน้องประชาชน แต่การดําเนินการต้องทําด้วยความรอบคอบ ขณะนี้เร่งรัดเรื่องการตั้งคณะกรรมการ ได้สอบถามทางผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ยินดีอยากทําให้เร็ว และคาดว่าถ้ามีการประชุมหารือข้อมูลเบื้องต้นก็จะจบในเดือนธันวาคมปี 2567 รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาเรื่องไฟฟ้าที่มีปัญหา และมั่นใจว่าเมื่อการไฟฟ้ารับโอนมาแล้วก็จะทําเรื่องของการบริการประชาชนแบบมีมาตรฐานและจะไม่มีปัญหาเรื่องไฟฟ้าตกอีกต่อไป
รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีการศึกษาอยู่แล้ว และคาดว่าผลการศึกษาจะไปจบที่เดือนธันวาคม และในระหว่างนี้ก็มีการตั้งคณะกรรมการคณะทํางานขึ้นมาศึกษาแนวทางที่บ้านฉางว่าแนวทางในการถ่ายโอนจะทําอย่างไร สําหรับเรื่องการรับโอนก็จะไปเกี่ยวข้องเรื่องของงบประมาณที่ท่านสมาชิกถามว่างบประมาณจะมาอย่างไร ซึ่งความจริงงบประมาณก็มาจากภาษีของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรามีงบประมาณแผ่นดินเพียงพอที่จัดสรรไปให้การไฟฟ้าสู่ภูมิภาค ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงมหาดไทย
"ผมไม่เป็นห่วงเรื่องงบประมาณ ถ้าทุกอย่างคุยกันจบ ผมมั่นใจ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไทย เห็นว่ามันเป็นพื้นที่ที่มีประโยชน์จริงๆ ก็พร้อมตั้งงบประมาณในการปฏิบัติการให้เกิดความผาสุกของประชาชนต่อไป ส่วนข้อห่วงใยเรื่องบุคลากรที่ทำงานอยู่แล้วนั้น ก็จะรับไปพิจารณา ซึ่งคนที่ทํางานดี สามารถทํางานให้เกิดประโยชน์กับบ้านเมืองได้ มั่นใจว่าทุกหน่วยงานราชการอยากใช้อยู่แล้ว ซึ่งผมจะรับไปเป็นแนวทางกําหนดหลักเกณฑ์ไว้ว่าท่านต้องการให้เอาพนักงานที่มีอยู่แล้ว เมื่อมีการถ่ายโอนต้องการไปเป็นเจ้าหน้าที่หรือเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภาคต่อไป" รมช.มหาดไทย กล่าว