วันที่ 25 ตุลาคม 2567 นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาผ่านไปยังรัฐบาล กรณีที่รัฐบาลใช้มาตรการปุ๋ยคนละครึ่งแทนการจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาทในฤดูการผลิต 2567/2568 ซึ่งชาวนาไม่เห็นด้วยกับปุ๋ยคนละครึ่ง แต่อยากให้รัฐบาลกลับมาใช้มารการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาทเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะนี้ชาวนาทั่วประเทศกว่า 4 ล้านครอบครัวตั้งตารอการพิจารณาของรัฐบาล เนื่องจากใกล้ฤดูกาลเก็บเกี่ยว อีกทั้งปีนี้ราคาข้าวก็มีแนวโน้มตกต่ำลง ดังนั้นการจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยว จึงน่าจะเป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับพี่น้องชาวนาได้ และงินจะถูกนำไปหมุนเวียนทางเศรษฐกิจทำให้เกิดผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย
สส.เชวงศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีต้นทุนที่สูงว่าการตัดอ้อยไฟไหม้เป็นจำนวนมาก ใน 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลด้มีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท แต่ในฤดูกาลผลิต 2566/2567 ที่ผ่านมายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะมีแนวทางช่วยค่าตัดสดให้หรือไม่ จึงขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อยที่รอคอยความหวังและการช่วยเหลือผ่านไปยังรัฐบาลให้ทบทวนและเร่งหาข้อสรุปจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท และเงินช่วยค่าตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระต้นทุน สร้างความเข้มแข็งและความแข็งแรงให้กับเกษตรกร เราเป็น สส.และรัฐบาลที่มาจากประชาชนจะนิ่งเฉยบนความเดือดร้อน ทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร

25 ตุลาคม 2567 เวลา 11:55
"สส.เชวงศักดิ์" เร่งหาข้อสรุปจ่ายเงินไร่ละ 1,000 ช่วยค่าตัดอ้อยสดตันละ 120 บ.
"สส.เชวงศักดิ์" หารือสภาฯ ขอรัฐบาลทบทวนและเร่งหาข้อสรุปจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท และเงินช่วยค่าตัดอ้อยสดเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ตันละ 120 บาท
วันที่ 25 ตุลาคม 2567 นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาผ่านไปยังรัฐบาล กรณีที่รัฐบาลใช้มาตรการปุ๋ยคนละครึ่งแทนการจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาทในฤดูการผลิต 2567/2568 ซึ่งชาวนาไม่เห็นด้วยกับปุ๋ยคนละครึ่ง แต่อยากให้รัฐบาลกลับมาใช้มารการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาทเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะนี้ชาวนาทั่วประเทศกว่า 4 ล้านครอบครัวตั้งตารอการพิจารณาของรัฐบาล เนื่องจากใกล้ฤดูกาลเก็บเกี่ยว อีกทั้งปีนี้ราคาข้าวก็มีแนวโน้มตกต่ำลง ดังนั้นการจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยว จึงน่าจะเป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับพี่น้องชาวนาได้ และงินจะถูกนำไปหมุนเวียนทางเศรษฐกิจทำให้เกิดผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย
สส.เชวงศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีต้นทุนที่สูงว่าการตัดอ้อยไฟไหม้เป็นจำนวนมาก ใน 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลด้มีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท แต่ในฤดูกาลผลิต 2566/2567 ที่ผ่านมายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะมีแนวทางช่วยค่าตัดสดให้หรือไม่ จึงขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อยที่รอคอยความหวังและการช่วยเหลือผ่านไปยังรัฐบาลให้ทบทวนและเร่งหาข้อสรุปจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท และเงินช่วยค่าตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระต้นทุน สร้างความเข้มแข็งและความแข็งแรงให้กับเกษตรกร เราเป็น สส.และรัฐบาลที่มาจากประชาชนจะนิ่งเฉยบนความเดือดร้อน ทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร
วันที่ 25 ตุลาคม 2567 นายเชวงศักดิ์ เร่งไพบูลย์วงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต 6 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาผ่านไปยังรัฐบาล กรณีที่รัฐบาลใช้มาตรการปุ๋ยคนละครึ่งแทนการจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาทในฤดูการผลิต 2567/2568 ซึ่งชาวนาไม่เห็นด้วยกับปุ๋ยคนละครึ่ง แต่อยากให้รัฐบาลกลับมาใช้มารการช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาทเหมือนฤดูกาลที่ผ่านมา ขณะนี้ชาวนาทั่วประเทศกว่า 4 ล้านครอบครัวตั้งตารอการพิจารณาของรัฐบาล เนื่องจากใกล้ฤดูกาลเก็บเกี่ยว อีกทั้งปีนี้ราคาข้าวก็มีแนวโน้มตกต่ำลง ดังนั้นการจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยว จึงน่าจะเป็นการช่วยลดต้นทุนให้กับพี่น้องชาวนาได้ และงินจะถูกนำไปหมุนเวียนทางเศรษฐกิจทำให้เกิดผลดีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศด้วย
สส.เชวงศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อยที่ตัดอ้อยสดคุณภาพดีเพื่อลดฝุ่น PM2.5 ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งมีต้นทุนที่สูงว่าการตัดอ้อยไฟไหม้เป็นจำนวนมาก ใน 3 ปีที่ผ่านมารัฐบาลด้มีการจ่ายเงินช่วยเหลือค่าตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท แต่ในฤดูกาลผลิต 2566/2567 ที่ผ่านมายังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนว่ารัฐบาลจะมีแนวทางช่วยค่าตัดสดให้หรือไม่ จึงขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่อ้อยที่รอคอยความหวังและการช่วยเหลือผ่านไปยังรัฐบาลให้ทบทวนและเร่งหาข้อสรุปจ่ายเงินช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท และเงินช่วยค่าตัดอ้อยสดตันละ 120 บาท เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระต้นทุน สร้างความเข้มแข็งและความแข็งแรงให้กับเกษตรกร เราเป็น สส.และรัฐบาลที่มาจากประชาชนจะนิ่งเฉยบนความเดือดร้อน ทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนได้อย่างไร