วันที่ 30 ตุลาคม 2567 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ช่วยเร่งรัดโครงการสนามบินจังหวัดบึงกาฬ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่ไกล โดยเฉพาะคนบึงกาฬที่ไปทํางานต่างจังหวัด หรือลูกหลานคนบึงกาฬที่ไปเรียนจังหวัดอื่นๆ มีความกลําบากในการเดินทาง ทั้งเรื่องของเวลา ความปลอดภัย และค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเป็นใจกลางของประเทศไทย ระยะทาง 765 กิโลเมตร ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์จะใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาลจะใช้เวลา 15 ถึง 20 ชั่วโมง ซึ่งนานมากเรียกได้ว่าใช้เวลาเดินทางไปหนึ่งวันเต็มๆ หรือถ้าจะเดินทางโดยเครื่องบินต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมง เพราะต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบินใกล้เคียง ทั้งที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครพนม ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางไปสนามบินไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง เพราะสนามบินโดยรอบทั้ง 3 แห่ง อยู่ห่างจากบึงกาฬ ไป 200 กิโลเมตร เรื่องเวลา และค่าใช้จ่าย เป็นเรื่องสําคัญ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ เทศกาลต่างๆ พี่น้องลูกหลานคนบึงกาฬอยากจะกลับบ้าน ต้องต่อรถต่อเครื่อง หาคนไปรับไปส่ง เสียค่าใช้จ่ายหลายต่อ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา
.
สส.บึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬได้รับความนิยมในด้านการท่องเที่ยว ทั้งถ้ำนาคา ที่ได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศ หรือหินสามวาฬ ที่โด่งดังไปทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุปสรรคสําคัญที่สุดในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬคือ เรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะในปัจจุบันสะพานไทย-ลาว แห่งที่ 5 กําลังจะแล้วเสร็จ คาดว่าการท่องเที่ยวและการลงทุนในจังหวัดบึงกาฬจะมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากประเทศใกล้เคียง ไม่ว่าจะจากประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศจีน ที่จะเดินทางไปมาหาสู่กันได้สะดวกมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่จะมีสนามบินเพื่อรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น จึงนับว่าเป็นเรื่องสําคัญอย่างเร่งด่วน
.
“เชื่อเหลือเกินครับว่าโครงการสนามบิน จะเป็นโครงการที่คุ้มค่า และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและจังหวัดบึงกาฬ ได้เป็นอย่างมาก ทั้งเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ส่งเสริมการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก และตะวันตก รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจภายในจังหวัดบึงกาฬ จากข้อมูลโครงการสนามบินบึงกาฬ ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ผ่านขั้นตอนในการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)เรียบร้อยแล้ว จึงอยากฝากไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ให้ช่วยเร่งอนุมัติ และดําเนินการก่อสร้างโครงการสนามบินจังหวัดบึงกาฬเป็นการเร่งด่วน เพื่อการสร้างรายได้ให้ประเทศ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬ” นายสยาม กล่าว

30 ตุลาคม 2567 เวลา 13:33
“สส.สยาม” จี้รัะฐ เร่งก่อสร้างสนามบินบึงกาฬ เพื่อสะดวกเดินทาง ท่องเที่ยว เศรษฐกิจ
“สส.สยาม” จี้รัฐบาล เร่งก่อสร้างโครงการสนามบิน จ.บึงกาฬ เพื่อความสะดวกในการเดินทาง การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจ
วันที่ 30 ตุลาคม 2567 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ช่วยเร่งรัดโครงการสนามบินจังหวัดบึงกาฬ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่ไกล โดยเฉพาะคนบึงกาฬที่ไปทํางานต่างจังหวัด หรือลูกหลานคนบึงกาฬที่ไปเรียนจังหวัดอื่นๆ มีความกลําบากในการเดินทาง ทั้งเรื่องของเวลา ความปลอดภัย และค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเป็นใจกลางของประเทศไทย ระยะทาง 765 กิโลเมตร ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์จะใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาลจะใช้เวลา 15 ถึง 20 ชั่วโมง ซึ่งนานมากเรียกได้ว่าใช้เวลาเดินทางไปหนึ่งวันเต็มๆ หรือถ้าจะเดินทางโดยเครื่องบินต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมง เพราะต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบินใกล้เคียง ทั้งที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครพนม ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางไปสนามบินไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง เพราะสนามบินโดยรอบทั้ง 3 แห่ง อยู่ห่างจากบึงกาฬ ไป 200 กิโลเมตร เรื่องเวลา และค่าใช้จ่าย เป็นเรื่องสําคัญ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ เทศกาลต่างๆ พี่น้องลูกหลานคนบึงกาฬอยากจะกลับบ้าน ต้องต่อรถต่อเครื่อง หาคนไปรับไปส่ง เสียค่าใช้จ่ายหลายต่อ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา
.
สส.บึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬได้รับความนิยมในด้านการท่องเที่ยว ทั้งถ้ำนาคา ที่ได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศ หรือหินสามวาฬ ที่โด่งดังไปทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุปสรรคสําคัญที่สุดในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬคือ เรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะในปัจจุบันสะพานไทย-ลาว แห่งที่ 5 กําลังจะแล้วเสร็จ คาดว่าการท่องเที่ยวและการลงทุนในจังหวัดบึงกาฬจะมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากประเทศใกล้เคียง ไม่ว่าจะจากประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศจีน ที่จะเดินทางไปมาหาสู่กันได้สะดวกมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่จะมีสนามบินเพื่อรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น จึงนับว่าเป็นเรื่องสําคัญอย่างเร่งด่วน
.
“เชื่อเหลือเกินครับว่าโครงการสนามบิน จะเป็นโครงการที่คุ้มค่า และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและจังหวัดบึงกาฬ ได้เป็นอย่างมาก ทั้งเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ส่งเสริมการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก และตะวันตก รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจภายในจังหวัดบึงกาฬ จากข้อมูลโครงการสนามบินบึงกาฬ ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ผ่านขั้นตอนในการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)เรียบร้อยแล้ว จึงอยากฝากไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ให้ช่วยเร่งอนุมัติ และดําเนินการก่อสร้างโครงการสนามบินจังหวัดบึงกาฬเป็นการเร่งด่วน เพื่อการสร้างรายได้ให้ประเทศ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬ” นายสยาม กล่าว
วันที่ 30 ตุลาคม 2567 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ช่วยเร่งรัดโครงการสนามบินจังหวัดบึงกาฬ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่อยู่ไกล โดยเฉพาะคนบึงกาฬที่ไปทํางานต่างจังหวัด หรือลูกหลานคนบึงกาฬที่ไปเรียนจังหวัดอื่นๆ มีความกลําบากในการเดินทาง ทั้งเรื่องของเวลา ความปลอดภัย และค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะการเดินทางมายังกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเป็นใจกลางของประเทศไทย ระยะทาง 765 กิโลเมตร ถ้าเดินทางด้วยรถยนต์จะใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาลจะใช้เวลา 15 ถึง 20 ชั่วโมง ซึ่งนานมากเรียกได้ว่าใช้เวลาเดินทางไปหนึ่งวันเต็มๆ หรือถ้าจะเดินทางโดยเครื่องบินต้องใช้เวลา 5 ชั่วโมง เพราะต้องไปขึ้นเครื่องที่สนามบินใกล้เคียง ทั้งที่จังหวัดอุดรธานี จังหวัดสกลนคร และจังหวัดนครพนม ซึ่งต้องใช้เวลาเดินทางไปสนามบินไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมง เพราะสนามบินโดยรอบทั้ง 3 แห่ง อยู่ห่างจากบึงกาฬ ไป 200 กิโลเมตร เรื่องเวลา และค่าใช้จ่าย เป็นเรื่องสําคัญ วันสงกรานต์ วันปีใหม่ เทศกาลต่างๆ พี่น้องลูกหลานคนบึงกาฬอยากจะกลับบ้าน ต้องต่อรถต่อเครื่อง หาคนไปรับไปส่ง เสียค่าใช้จ่ายหลายต่อ เสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา
.
สส.บึงกาฬ กล่าวว่า จังหวัดบึงกาฬได้รับความนิยมในด้านการท่องเที่ยว ทั้งถ้ำนาคา ที่ได้รับความสนใจจากคนทั้งประเทศ หรือหินสามวาฬ ที่โด่งดังไปทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่าอุปสรรคสําคัญที่สุดในการพัฒนาจังหวัดบึงกาฬคือ เรื่องการเดินทาง โดยเฉพาะในปัจจุบันสะพานไทย-ลาว แห่งที่ 5 กําลังจะแล้วเสร็จ คาดว่าการท่องเที่ยวและการลงทุนในจังหวัดบึงกาฬจะมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากประเทศใกล้เคียง ไม่ว่าจะจากประเทศลาว ประเทศเวียดนาม และประเทศจีน ที่จะเดินทางไปมาหาสู่กันได้สะดวกมากขึ้น เพราะฉะนั้นการที่จะมีสนามบินเพื่อรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้น จึงนับว่าเป็นเรื่องสําคัญอย่างเร่งด่วน
.
“เชื่อเหลือเกินครับว่าโครงการสนามบิน จะเป็นโครงการที่คุ้มค่า และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและจังหวัดบึงกาฬ ได้เป็นอย่างมาก ทั้งเป็นการเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง ส่งเสริมการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก และตะวันตก รวมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจภายในจังหวัดบึงกาฬ จากข้อมูลโครงการสนามบินบึงกาฬ ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ผ่านขั้นตอนในการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ)เรียบร้อยแล้ว จึงอยากฝากไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงาน ให้ช่วยเร่งอนุมัติ และดําเนินการก่อสร้างโครงการสนามบินจังหวัดบึงกาฬเป็นการเร่งด่วน เพื่อการสร้างรายได้ให้ประเทศ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องชาวจังหวัดบึงกาฬ” นายสยาม กล่าว