"กรวีร์" ท้วงร่าง กม.ระเบียบบริหาร ท้องถิ่น ของ กมธ. ไม่สามารถลงมติได้ เนื้อหายังขัดหลักการ

"กรวีร์" ท้วงร่าง กม.ระเบียบบริหาร ท้องถิ่น ของ กมธ. ไม่สามารถลงมติได้ เนื้อหายังขัดหลักการ

"กรวีร์" ท้วง การแก้ไขร่างกฎหมายระเบียบบริหารท้องถิ่น ของกรรมาธิการไม่สามารถลงมติเห็นชอบได้ เหตุเนื้อหายังไม่มีการแก้ไข ขัดกับหลักการ แนะนำกลับไปแก้ไขตามขั้นตอนกฎหมาย เพื่อไม่ให้มีปัญหาการตีความในอนาคต วันที่ 30 ตุลาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ที่สงวนคําแปรญัตติร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... อภิปรายท้วงติงการทำงานของกรรมาธิการหลังถอนร่างพ.ร.บ.ออกไปแล้วถึง 3 ครั้ง เพื่อที่จะแก้ไขให้ถูกต้อง แต่วันนี้ไม่ได้มีการแก้ไชแม้แต่ตัวอักษรเดียว ทั้งที่สมาชิกเห็นว่าร่างกฎหมายขัดกับหลักการ ซึ่งจากเดิมในวาระแรกแก้ไขให้มีการรวบอำนาจไว้ที่กระทรวงมหาดไทยและคืนอำนาจไปที่ ก.จังหวัด เพื่อให้จังหวัดเข้ามาอยู่ในคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดการตรวจสอบ ถ่วงดุล และเกิดความโปร่งใส เพราะหากปล่อยให้กลับไปเป็นแบบเดิมตามคําสั่ง คสช. ก็จะเกิดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาข้อสอบรั่ว ปัญหาซื้อขายตําแหน่ง ซึ่งสภาไม่ได้ต้องการแก้กฎหมายเพื่อให้ย้อนกลับไปสู่ปัญหาเดิม จึงรับหลักการว่าให้มี ก.จังหวัด แต่ในกฎหมายที่ส่งมาให้สภา กรรมาธิการกลับแก้ไขเพียงเรื่องการสอบแข่งขัน ส่วนการสอบคัดเลือกให้กลับไปเป็นแบบเดิม ทำให้สมาชิกส่วนใหญ่ไม่สบายใจ และคิดว่ามันขัดกับหลักการที่รับไปจากสภาในวารแรก ดังนั้นตนจึงลุกขึ้นอภิปรายตรงนี้เพื่อที่จะยืนยันให้กรรมาธิการได้กลับไปเพื่อแก้ไขให้ถูกต้อง เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายตามสภาแห่งนี้ที่ได้ทํากันมา สส.กรวีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับการแก้ไขหลักการถ้ามีความจําเป็นสามารถแก้ไขได้ ยกตัวอย่าง ในหลักการระบุว่าจะแก้กฎหมายทั้งหมด 5 มาตรา แต่ในการแก้ไข 5 มาตราอาจจะไปพันกับมาตราอื่น ก็สามารถแก้ไขได้ หรือพระราชบัญญัติเพิ่มเติมคุ้มครองแรงงานที่มีการแก้ไขหลักการและบันทึกไว้ในข้อสังเกต โดยแก้ไขจากเดิมจะให้ลูกจ้างสามารถนํางานกลับไปทําที่บ้านได้ เปลี่ยนคําว่าบ้านในหลักการเป็นนอกประกอบสถานกิจการ เพื่อให้ความหมายกว้างขึ้น ถ้าแก้ไขหลักการแล้วยังอยู่ในเนื้อความเดิมของกฎหมายที่รับหลักการไป ก็แก้ไขได้ แต่ถ้าแก้ไขแล้วไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของสภาที่รับหลักการในวาระแรก ก็ไม่ควรที่จะรับหลักการ สส.กรวีร์ กล่าอีกว่า ในส่วนที่แปรญัตติไว้ขอให้กรรมาธิการและพี่น้องส่วนท้องถิ่นสบายใจว่าไม่ขัดข้อง แต่ส่วนที่ตนสงวนแปรญัตติไว้เพราะกังวลว่าถ้าหากว่าให้แต่ละจังหวัดไปเปิดสอบกันเองได้ จังหวัดจะไม่มีงบประมาณเพียงพอในการจัดสอบ จึงเขียนไว้เพื่อให้สามารถไปจับกลุ่มจังหวัดได้ หรือใช้งบประมาณของท้องถิ่นมาอุดหนุนในการจัดสอบได้ ซึ่งไม่ได้ติดใจ แต่สิ่งที่ติดใจคือพรรคภูมิใจไทย รวมไปถึงพรรครัฐบาลไม่สามารถที่จะลงมติในการรับร่างที่คณะกรรมาธิการมาเสนอต่อสภาแห่งนี้ได้ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องอธิบายและทําให้เกิดความเข้าใจ และเราไม่ได้ขัดข้องหากจะเอากฎหมายที่กรรมาธิการเขียนมา แต่ขอทำให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการตีความเรื่องของกฎหมายต่อไปในอนาคตเท่านั้นเอง