เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 4 พ.ย. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ประชุมหารือแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในวงหารือมีการพูดคุยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนิดหน่อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน ว่าควรจะมี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการแก้ไขนั้นเราเห็นตรงกันว่า ถ้าจะแก้ก็จะต้องเป็นประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่จะแก้ หรือจะแก้เรื่องไหน
เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงกันว่า อาจจะแก้ไขไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ นายไชยชนก กล่าวว่า จะทันหรือไม่ทัน ทุกคนก็จะขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ที่สำคัญก็คือ การจะเร่งให้ทันนั้น กระบวนการจะต้องถูกต้อง เพราะมันเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่ควบคุมทั้งประเทศ ถ้าเรามัวแต่เร่งรีบอย่างเดียว เพื่อให้เสร็จออกมา แล้วถ้าพลาดขึ้นมา จะไม่มีใครรับผิดชอบได้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่า รัฐธรรมนูญฉบับเก่ายังมีประโยชน์อยู่ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องมาดูกันว่าตรงไหนที่ทุกคนมองว่า มันเป็นปัญหาจริง ๆ ในการที่จะพัฒนา หรือขับเคลื่อนประเทศ ถ้ามีความชัดเจนในประเด็นที่จะแก้ขึ้นมาก็ไม่มีใครที่จะคัดค้าน ตนคิดว่าคงไม่มีใครขัดที่จะเร่งรีบแก้ไขในส่วนนั้น แต่ตอนนี้ตนได้ยินแต่คนพูดว่า แก้เลย แก้ทั้งหมด แต่ยังไม่เห็นใครพูดว่า แก้ตรงไหน
นายไชยชนก กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเห็นว่า เรื่องของการทำประชามติจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าประชาชนเห็นมากพอสมควร เกินครึ่งหนึ่ง หรืออย่างน้อยเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งถือว่ามากพอ เราก็สบายใจแล้วว่า ไม่ว่าเราจะเดินออกมาอย่างไร และไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้หรือรัฐบาลต่อไป เพราะเรื่องบางเรื่อง มันต้องใช้เวลามากกว่ารัฐบาลหนึ่ง และถ้าเรารู้ว่าต้นตอ มันมาจากประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบ และมองว่าเป็นประโยชน์ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็กล้าที่จะเดินต่อ และรู้ว่าจะแก้อย่างไร
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอยากให้คนที่ มาลงประชามติ ไม่ต้องถึง 50% แค่ 20 ถึง 30% ก็น่าจะเพียงพอแล้วนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันในกรรมาธิการ
เมื่อถามว่าในวงหารือนั้นมีพรรคไหนที่เป็นห่วงประเด็นไหนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญบ้าง นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่มีพรรคไหนห่วง และทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่า ไม่แตะเรื่อง ม.112
ทั้งนี้นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมแกนนำหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้ ได้มีการหารือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการนิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งในที่ประชุมย้ำว่าจะต้องไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดในมาตรา 112
4 พฤศจิกายน 2567 เวลา 19:01
จุดยืนแกนนำวงพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน แก้ รธน.-นิรโทษกรรม ต้องไม่แตะ ม.112
“เลขาฯ ภูมิใจไทย” เผยจุดยืนแกนนำวงพรรคร่วมรัฐบาลเดียวกัน แก้ รธน.-นิรโทษกรรม ต้องไม่แตะ ม.112 ย้ำ!ต้องพิจารณารอบครอบ ป้องกันความผิดพลาด
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 4 พ.ย. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ประชุมหารือแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในวงหารือมีการพูดคุยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนิดหน่อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน ว่าควรจะมี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการแก้ไขนั้นเราเห็นตรงกันว่า ถ้าจะแก้ก็จะต้องเป็นประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่จะแก้ หรือจะแก้เรื่องไหน
เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงกันว่า อาจจะแก้ไขไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ นายไชยชนก กล่าวว่า จะทันหรือไม่ทัน ทุกคนก็จะขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ที่สำคัญก็คือ การจะเร่งให้ทันนั้น กระบวนการจะต้องถูกต้อง เพราะมันเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่ควบคุมทั้งประเทศ ถ้าเรามัวแต่เร่งรีบอย่างเดียว เพื่อให้เสร็จออกมา แล้วถ้าพลาดขึ้นมา จะไม่มีใครรับผิดชอบได้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่า รัฐธรรมนูญฉบับเก่ายังมีประโยชน์อยู่ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องมาดูกันว่าตรงไหนที่ทุกคนมองว่า มันเป็นปัญหาจริง ๆ ในการที่จะพัฒนา หรือขับเคลื่อนประเทศ ถ้ามีความชัดเจนในประเด็นที่จะแก้ขึ้นมาก็ไม่มีใครที่จะคัดค้าน ตนคิดว่าคงไม่มีใครขัดที่จะเร่งรีบแก้ไขในส่วนนั้น แต่ตอนนี้ตนได้ยินแต่คนพูดว่า แก้เลย แก้ทั้งหมด แต่ยังไม่เห็นใครพูดว่า แก้ตรงไหน
นายไชยชนก กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเห็นว่า เรื่องของการทำประชามติจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าประชาชนเห็นมากพอสมควร เกินครึ่งหนึ่ง หรืออย่างน้อยเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งถือว่ามากพอ เราก็สบายใจแล้วว่า ไม่ว่าเราจะเดินออกมาอย่างไร และไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้หรือรัฐบาลต่อไป เพราะเรื่องบางเรื่อง มันต้องใช้เวลามากกว่ารัฐบาลหนึ่ง และถ้าเรารู้ว่าต้นตอ มันมาจากประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบ และมองว่าเป็นประโยชน์ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็กล้าที่จะเดินต่อ และรู้ว่าจะแก้อย่างไร
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอยากให้คนที่ มาลงประชามติ ไม่ต้องถึง 50% แค่ 20 ถึง 30% ก็น่าจะเพียงพอแล้วนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันในกรรมาธิการ
เมื่อถามว่าในวงหารือนั้นมีพรรคไหนที่เป็นห่วงประเด็นไหนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญบ้าง นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่มีพรรคไหนห่วง และทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่า ไม่แตะเรื่อง ม.112
ทั้งนี้นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมแกนนำหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้ ได้มีการหารือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการนิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งในที่ประชุมย้ำว่าจะต้องไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดในมาตรา 112
เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 4 พ.ย. 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลัง ประชุมหารือแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในวงหารือมีการพูดคุยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนิดหน่อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน ว่าควรจะมี สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร. ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งกระบวนการแก้ไขนั้นเราเห็นตรงกันว่า ถ้าจะแก้ก็จะต้องเป็นประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการที่จะแก้ หรือจะแก้เรื่องไหน
เมื่อถามว่ามีความเป็นห่วงกันว่า อาจจะแก้ไขไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ นายไชยชนก กล่าวว่า จะทันหรือไม่ทัน ทุกคนก็จะขับเคลื่อนอย่างเต็มที่ ที่สำคัญก็คือ การจะเร่งให้ทันนั้น กระบวนการจะต้องถูกต้อง เพราะมันเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่ควบคุมทั้งประเทศ ถ้าเรามัวแต่เร่งรีบอย่างเดียว เพื่อให้เสร็จออกมา แล้วถ้าพลาดขึ้นมา จะไม่มีใครรับผิดชอบได้
เมื่อถามว่า ส่วนตัวมองว่า รัฐธรรมนูญฉบับเก่ายังมีประโยชน์อยู่ใช่หรือไม่ นายไชยชนก กล่าวว่า ต้องมาดูกันว่าตรงไหนที่ทุกคนมองว่า มันเป็นปัญหาจริง ๆ ในการที่จะพัฒนา หรือขับเคลื่อนประเทศ ถ้ามีความชัดเจนในประเด็นที่จะแก้ขึ้นมาก็ไม่มีใครที่จะคัดค้าน ตนคิดว่าคงไม่มีใครขัดที่จะเร่งรีบแก้ไขในส่วนนั้น แต่ตอนนี้ตนได้ยินแต่คนพูดว่า แก้เลย แก้ทั้งหมด แต่ยังไม่เห็นใครพูดว่า แก้ตรงไหน
นายไชยชนก กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ทางพรรคภูมิใจไทยจึงเห็นว่า เรื่องของการทำประชามติจึงเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าประชาชนเห็นมากพอสมควร เกินครึ่งหนึ่ง หรืออย่างน้อยเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ์ ซึ่งถือว่ามากพอ เราก็สบายใจแล้วว่า ไม่ว่าเราจะเดินออกมาอย่างไร และไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดนี้หรือรัฐบาลต่อไป เพราะเรื่องบางเรื่อง มันต้องใช้เวลามากกว่ารัฐบาลหนึ่ง และถ้าเรารู้ว่าต้นตอ มันมาจากประชาชนส่วนใหญ่เห็นชอบ และมองว่าเป็นประโยชน์ ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็กล้าที่จะเดินต่อ และรู้ว่าจะแก้อย่างไร
ส่วนที่พรรคเพื่อไทยอยากให้คนที่ มาลงประชามติ ไม่ต้องถึง 50% แค่ 20 ถึง 30% ก็น่าจะเพียงพอแล้วนั้น นายไชยชนก กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพูดคุยกันในกรรมาธิการ
เมื่อถามว่าในวงหารือนั้นมีพรรคไหนที่เป็นห่วงประเด็นไหนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญบ้าง นายไชยชนกกล่าวว่า ไม่มีพรรคไหนห่วง และทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่า ไม่แตะเรื่อง ม.112
ทั้งนี้นายไชยชนก กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมแกนนำหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลวันนี้ ได้มีการหารือ ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการนิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคเพื่อไทย ซึ่งในที่ประชุมย้ำว่าจะต้องไม่มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดในมาตรา 112