14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 20:22
"รมช.สุรศักดิ์" ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่ แก้ปัญหาการศึกษาและปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ
"รมช.สุรศักดิ์" ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่ แก้ปัญหาการศึกษาและปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ

เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมเทพนคร (อัลวาเรซ) อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมี นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ร่วมคณะมาด้วย

นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับมอบหมายจาก รมว.ศึกษาธิการ ให้มาเป็นประธานเปิดการประชุม โครงการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากการรับฟังคำกล่าวรายงาน ของ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ทราบถึงความเป็นมา และวัตถุประสงค์ของการประชุมฯ ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดี ที่ผู้นำด้านการศึกษา ทั้งจากหน่วยงานส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั้ง 18 ภาค และ 77 จังหวัดได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงรับทราบทิศทางและเป้าหมายในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน และเป็นไปตามแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามนโยบาย ของรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) อย่างเป็นรูปธรรม กลไกในการทำงานในภูมิภาค ของศธ.นอกจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (หรือ คปภ.) ที่มีรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่กำหนดทิศทางการดำเนินงานของศธ. ในระดับภูมิภาคหรือจังหวัด ยังมีสำนักงาน ศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของศธ.ในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่เสนาธิการ ในการวางแผนและขับเคลื่อนการศึกษาในกลุ่มจังหวัดและจังหวัด โดยอาศัยกลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ. ในการอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือ และบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัด ศธ.และหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งกลไกนี้ถือเป็นจุดแข็งของศธ. ในการประสาน การบริหารงานระหว่างส่วนราชการ และยังสอดคล้องกับการทำงานในภูมิภาค ภายใต้พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 ที่เน้น การปฏิบัติภารกิจเชิงพื้นที่ร่วมกัน ระหว่างส่วนราชการ เพื่อตอบสนองความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล

"ผมเชื่อมั่นว่า สำนักงานศึกษาธิการภาคทั้ง 18 ภาค และสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดทั้ง 77 จังหวัด จะเป็นกำลังสำคัญ และเป็นตัวแทนของศธ.ขับเคลื่อนภารกิจที่ตอบสนองต่อนโยบายของศธ. และตอบสนองต่อเป้าหมายตามยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด และจังหวัด ได้อย่างแน่นอนทั้งนี้รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้ผู้ตรวจราชการศธ.เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำและให้ข้อเสนอแนะแก่ท่านศึกษาธิการจังหวัด เพื่อให้สามารถหาแนวทางในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ และยังมีเรื่องเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา รมว.ศธ.ได้สั่งการให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ การทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ที่มีสถานศึกษาในสังกัดในพื้นที่ โดยต้องพยายามนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้หมด ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทาย อย่างยิ่ง ที่ทุกท่านจะได้ช่วยกันระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพต่อไป "รมช.ศึกษาธิการ กล่าว
