"รมช.สุรศักดิ์" ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่​ แก้ปัญหาการศึกษาและปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ

"รมช.สุรศักดิ์" ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่​ แก้ปัญหาการศึกษาและปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ

"รมช.สุรศักดิ์" ย้ำสร้างความร่วมมือในพื้นที่​ แก้ปัญหาการศึกษาและปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบ เมื่อวันพฤหัสบดี​ ที่​ 14​ พฤศจิกายน​ 2567 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดการประชุมโครงการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568​ ณ โรงแรมเทพนคร (อัลวาเรซ) อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์​ โดยมี​ นายสุเทพ​ แก่ง​สันเทียะ​ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ​ ร่วมคณะมาด้วย​ นาย​สุรศักดิ์​ กล่าวว่า​ วันนี้มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้รับมอบหมายจาก​ รมว.ศึกษาธิการ ให้มาเป็นประธานเปิดการประชุม โครงการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการในระดับพื้นที่ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากการรับฟังคำกล่าวรายงาน ของ​ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ทำให้ทราบถึงความเป็นมา และวัตถุประสงค์ของการประชุมฯ ในครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดี ที่ผู้นำด้านการศึกษา ทั้งจากหน่วยงานส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคทั้ง 18 ภาค และ 77 จังหวัดได้มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น รวมถึงรับทราบทิศทางและเป้าหมายในการปฏิบัติงานอย่างชัดเจน และเป็นไปตามแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศตามนโยบาย ของรัฐบาล ซึ่งสอดคล้องเชื่อมโยงกับนโยบายการศึกษาของ​กระทรวง​ศึก​ษ​า​ธิการ​ (ศธ.)​ อย่างเป็นรูปธรรม กลไกในการทำงานในภูมิภาค ของ​ศธ.นอกจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค (หรือ คปภ.) ที่มีรมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่กำหนดทิศทางการดำเนินงานของศธ. ในระดับภูมิภาคหรือจังหวัด ยังมีสำนักงาน ศึกษาธิการภาค และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ที่เปรียบเสมือนตัวแทนของศธ.ในระดับพื้นที่ ทำหน้าที่เสนาธิการ ในการวางแผนและขับเคลื่อนการศึกษาในกลุ่มจังหวัดและจังหวัด โดยอาศัยกลไกของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ. ในการอำนวยการ ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการศึกษาแบบร่วมมือ และบูรณาการกับหน่วยงานในสังกัด​ ศธ.และหน่วยงานอื่นหรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่นั้น ๆ ซึ่งกลไกนี้ถือเป็นจุดแข็งของศธ. ในการประสาน การบริหารงานระหว่างส่วนราชการ และยังสอดคล้องกับการทำงานในภูมิภาค ภายใต้พระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 ที่เน้น การปฏิบัติภารกิจเชิงพื้นที่ร่วมกัน ระหว่างส่วนราชการ เพื่อตอบสนองความต้องการ ของประชาชนในพื้นที่ตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล "ผมเชื่อมั่นว่า สำนักงานศึกษาธิการภาคทั้ง 18 ภาค และสำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดทั้ง 77 จังหวัด จะเป็นกำลังสำคัญ และเป็นตัวแทนของศธ.ขับเคลื่อนภารกิจที่ตอบสนองต่อนโยบายของศธ. และตอบสนองต่อเป้าหมายตามยุทธศาสตร์การพัฒนากลุ่มจังหวัด และจังหวัด ได้อย่างแน่นอน​ทั้งนี้รมว.ศึกษาธิการ ได้สั่งการให้ผู้ตรวจราชการศธ.เป็นผู้ให้คำปรึกษาแนะนำและให้ข้อเสนอแนะแก่ท่านศึกษาธิการจังหวัด เพื่อให้สามารถหาแนวทางในการขับเคลื่อนงานด้านการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมตามบริบทของแต่ละพื้นที่ และยังมีเรื่องเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษา รมว.ศธ.ได้สั่งการให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการ การทำงานร่วมกับทุกหน่วยงาน ที่มีสถานศึกษาในสังกัดในพื้นที่ โดยต้องพยายามนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษาให้หมด ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นความท้าทาย อย่างยิ่ง ที่ทุกท่านจะได้ช่วยกันระดมความคิดเห็น เพื่อหาแนวทางในการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพต่อไป "รมช.ศึกษาธิการ กล่าว