"ไตรศุลี" รองโฆษกฯ ย้ำ รัฐบาลระดมมาตรการเยียวยาช่วยเหลือหลังน้ำท่วมคลี่คลายโดยเร็ว ย้ำ อย่าเชื่อ เฟคนิวส์ ว่าพายุจะกลับมา - ห่วง ปชช.เครียดจากการสูญเสียทรัพย์สิน ต้องรีบลงไปเยียวยาทางจิตใจ

"ไตรศุลี" รองโฆษกฯ ย้ำ รัฐบาลระดมมาตรการเยียวยาช่วยเหลือหลังน้ำท่วมคลี่คลายโดยเร็ว ย้ำ อย่าเชื่อ เฟคนิวส์ ว่าพายุจะกลับมา - ห่วง ปชช.เครียดจากการสูญเสียทรัพย์สิน ต้องรีบลงไปเยียวยาทางจิตใจ

เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562  น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในรายการ Government Weekly ช่วง Live Talk จัดโดยสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทุกวันศุกร์ในเวลา 15.00 น. ผ่านเฟซบุ๊ก "ไทยคู่ฟ้า" โดย น.ส.ไตรศุลี กล่าวถึง มาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย ภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย และเข้าสู่ภาวะปกติ เนื่องจากขณะนี้พายุได้ผ่านพ้นไปแล้ว อาจมีฝนบางในบางพื้นที่ จากข้อมูลล่าสุดจากพื้นที่น้ำท่วม 32 จังหวัด เหลือ 10 จังหวัด โดยทางภาครัฐจะเร่งระดมมาตรการให้ความช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย ทางภาครัฐจะให้พี่น้องประชาชนลงทะเบียนเพื่อรับความช่วยเหลือ ทั้งครอบครัวที่มีผู้เสียชีวิต บ้านพัง เรือกสวนไร่นา หรือ สัตว์เลี้ยง ประสบน้ำท่วมเสียหาย จะได้รับการเยียวยาช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ โดยทุกหน่วยงานจะทำงานร่วมกันจากหลายภาคส่วน ที่จะเข้าไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนหลังน้ำลด อาทิ กระทรวงคมนาคม จะเร่งซ่อมแซมถนนให้กลับมาใช้ได้ปกติภายใน 7 วัน อาทิ ถนน สะพาน หรือ บางเส้นทางที่ถูกตัดขาดโดยน้ำท่วมสูง จนไม่อาจสัญจรไปมาได้ กระทรวงคมนาคมจะแจ้งเตือนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ให้รับทราบข้อมูลผ่านทางโซเซียลมีเดียของกระทรวง อาทิ เว็ปไซต์ หรือ เฟซบุ๊ก เพื่อให้ประชาชนได้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ถือเป็นแนวทางการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมกับทำงานบูรณาการกับกองทัพในการสร้างสะพานแบริ่ง หรือ สะพานข้ามชั่วคราวในบางจุดที่น้ำท่วมสูง เป็นต้น นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี และ รัฐบาล เตรียมหามาตรการช่วยเหลือเสริมผ่านการฝึกอาชีพ หรือ อาชีพเสริม อาทิ เลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ โคกระบือ เป็นต้น รวมถึงมาตรการระยะยาวในการแก้ปัญหาน้ำท่วม หรือ น้ำแล้งด้วย โดยเฉพาะในพื้นที่น้ำท่วม หรือ แล้ง ซ้ำซาก ดังนั้นขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า รัฐบาลวางมาตรการแก้ปัญหาทั้งระยะสั้น กลาง และ ยาว เพราะสถานการณ์ภัยพิบัติปัจจุบันเปลี่ยนแปลงรุนแรงและรวดเร็ว การเตรียมความพร้อมรับมือเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ประสบปัญหาภัยแล้ง แต่ต่อมาอีก 2-3 สัปดาห์ถัดมา ประสบปัญหาน้ำท่วม น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนต้องระมัดระวังในช่วงน้ำท่วมขัง คือ โรคที่มากับน้ำท่วม อาทิ "โรคฉี่หนู" หากมีบาดแผลควรหลีกเลี่ยงแช่น้ำเป็นเวลานานๆ เพราะเกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เสียชีวิตจากโรคฉี่หนูจำนวนมาก ดังนั้นหากเกิดอาการปวดหัว ตัวร้อน อาเจียน อย่าเพิ่งไปซื้อยารับประทานเอง ควรไปพบแพทย์โดยด่วน อีกโรคที่่มากับน้ำท่วม คือ โรคน้ำกัดเท้า โรคตาแดง โรคทางเดินหายใจ ดังนั้นหากพี่น้องประชาชนเป็นโรคดังกล่าวควรรีบไปพบแพทย์ใกล้บ้านโดยด่วน รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่ามาตรการให้ความช่วยเหลือที่รัฐบาลให้ความสำคัญที่สุด คือ การให้ "กำลังใจ" แก่พี่น้องประชาชน ในยามประสบความทุกข์ยากลำบาก จึงเป็นเหตุผลที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยม และให้กำลังพี่น้องประชาชน ในช่วงวันที่ 4 กันยายน ที่ผ่านมา และ ล่าสุดในวันจันทร์ที่ 9 กันยายน นี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเตรียมเดินทางลงพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปให้กำลังใจพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ทำงานด้วยความเสียสละ น.ส.ไตรศุลี กล่าวอีกว่า จากประสบการณ์การลงพื้นที่ตรวจน้ำท่วม ไปกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่จังหวัดร้อยเอ็ด ถือเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมตลอดทุกปี เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำ ดังนั้นมาตรการเตือนภัยและการช่วยเหลืออพยพพี่น้องประชาชนถือเป็นมาตรการสำคัญมากๆ โดยเฉพาะการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง เด็ก สตรี หรือหญิงตั้งครรภ์ ต้องได้รับการช่วยเหลือเร่งด่วนก่อน รวมถึงการเยียวยาดูแลจิตใจ ถือเป็นเรื่องสำคัญด้วย เพราะพี่น้องประชาชนบางคนไม่เคยประสบอุทกภัยมาก่อน บ้านพัง น้ำท่วมไร่นา จนสิ้นเนื้อประดาตัว และ ต้องสูญเสียญาติพี่น้องไปกับน้ำท่วม ดังนั้นการให้กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญ จึงมีข้อแนะนำ 3 ส. ดังนี้ 1. "สอดส่อง" คอยดูแลคนใกล้ชิดว่ากินไม่ได้ นอนไม่หลับหรือไม่ เพราะเป็นสัญญาณของโรคเครียด 2. "ใส่ใจ" เข้าไปพูดคุยปลอบโยนหรือแม้แต่การจับมือแล้วนั่งพูดคุยรับฟังปัญหา สามารถช่วยเยียวยาทางจิตใจได้อย่างมาก และ 3. "ส่งต่อ" หากมีอาการเครียดหนักมากๆ อาจต้องส่งตัวไปกรมสุขภาพจิต หรือ ปรึกษาทางสายด่วน 1323 นอกจากนี้ สิ่งที่อยากแนะนำพี่น้องประชาชน เมื่อประสบภัยน้ำท่วม คือ อย่าห่วงแต่ทรัพย์สินส่วนตัว หรือของมีค่า แต่ควรเก็บเอกสารหลักฐานส่วนตัวทางราชการด้วย เพื่อยืนยันตัวตนในการขึ้นทะเบียบรับความช่วยเหลือ และ การรับข้อมูลข่าวสารต้องระวังข่าวปลอม หรือ เฟคนิวส์ โดยไม่อ้างอิงแหล่งที่มาของข่าวสาร เช่น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่โทรศัพท์มาสอบถามว่าพายุจะกลับเข้ามาอีก จนสร้างความตื่นตระหนกในพื้นที่ แต่เมื่อตรวจสอบจากกรมอุตุนิยมวิทยา ปรากฏว่าข้อความที่เผยแพร่ในเฟซบุ๊ก ไม่เป็นความจริง ดังนั้นผู้ที่เผยแพร่ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใด ไม่ควรมีพฤติกรรมแบบนั้นในสถานกาณ์เช่นนี้.