"ณัฏฐ์ชนน" หนุนร่าง พ.ร.ป. ปราบทุจริต คุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแส และพยาน

"ณัฏฐ์ชนน" หนุนร่าง พ.ร.ป. ปราบทุจริต คุ้มครอง ผู้แจ้งเบาะแส และพยาน

"ณัฏฐ์ชนน" หนุนร่าง พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต ที่มุ่งคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส และพยาน ยังกังวลอาจถูกนำไปใช้กลั่นแกล้ง หรือใส่ความผู้อื่นได้ ขอคํานึงให้รอบด้านถึงผลที่จะตามมาหลังกฎหมายประกาศ วันที่ 20 ธ.ค.67 ที่รัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 2 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกรัฐสภา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ว่า ตนสนับสนุนร่างนี้ แต่ขอตั้งข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นหลังจากนี้ ว่ามาตรการในการแก้ไขคอร์รัปชันของรัฐบาลมีองค์ประกอบ 3 อย่างคือ 1.ผู้แจ้งเบาะแสและพยาน เป็นส่วนสำคัญในการรักษาผลประโยชน์ให้กับสังคม 2. สองผู้ถูกร้อง 3.หน่วยงานของรัฐที่เสียหาย ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของคณะรัฐมนตรีมีหลายมาตราแต่สรุปได้ 5 ข้อ 1.ให้ความคุ้มครองให้ถ้อยคําผู้แจ้งเบาะแสหรือพยานไม่ต้องรับผิดชอบทางแพ่ง ทางอาญาและทางวินัย 2.ป.ป.ช.พิจารณาบุคคลให้ได้รับความคุ้มครองไม่ต้องรับผิดชอบทางอาญา ทางแพ่งและทางวินัยถือว่าเป็นการปกป้องพยาน 3.ให้ความช่วยเหลือ ป.ป.ช.ให้ถ้อยคําแจ้งเบาะแสให้ข้อมูลแก่ ป.ป.ช.หรือพนักงานเจ้าหน้าที่กรณีถูกร้องทุกข์ถูกกล่าวโทษถูกฟ้องคดีเป็นคดีแพ่งคดีอาญาหรือถูกดําเนินทางวินัย 4.การกําหนดหลักเกณฑ์ปล่อยตัวชั่วคราวบุคคลที่ได้รับการคุ้มครอง 5.แก้ไขเพิ่มเติมกองทุนป้องกันปราบปรามทุจริตแห่งชาติให้คุ้มครองถึงการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ได้รับความคุ้มครอง นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ตนมีคําถาม 5 ข้อคือ 1.ถ้าผู้แจ้งและพยานมีเจตนาเท็จในการกลั่นแกล้งกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองหรือไม่ 2.ถ้าผู้แจ้งพยานกลับคําให้การในชั้นพนักงานสอบสวนกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองหรือไม่ 3.ผลการตัดสินของป.ป.ช.คณะใหญ่ยกคําร้อง ผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแส และพยานจะรับผิดชอบและกฎหมายฉบับนี้คุ้มครองหรือไม่ 4.ป.ป.ช.ยื่นให้อัยการ แต่อัยการสั่งไม่ฟ้อง ผู้กล่าวหา ผู้แจ้งเบาะแสและพยานจะได้รับการคุ้มครองจากฉบับนี้หรือไม่ 5.หากศาลทุจริตผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตัดสินไม่ผิดในคดีทุจริตที่ป.ป.ช.ส่งมา ผู้ถูกกล่าวหาผู้แจ้งเบาะแสพยาน จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ นี่คือหัวใจหลักทั้งหมดทุกมาตรา "ที่ผมอภิปรายผมเห็นด้วยกับร่างฉบับนี้ แต่ในฐานะคนออกกฎหมาย คนแก้กฎหมาย ต้องคํานึงให้รอบด้าน ถึงผลที่จะตามมาหลังกฎหมายฉบับนี้ประกาศออกไป เราไม่สามารถดึงกลับมาภายในเวลาหนึ่งนาที ซึ่งต้องใช้กระบวนการ เพราะฉะนั้นผู้ถูกร้องกรณีทุจริตโดยเฉพาะในชั้นป.ป.ช.จะไม่ได้รับโอกาสโยกย้ายแต่งตั้งในตําแหน่งที่สูงขึ้น และไม่ได้รับพิจารณาในตําแหน่งระดับสูงภาครัฐ ส่วนทางการเมืองก็มีผล พวกผมเป็นสส.โอกาสที่จะได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่ได้เพราะโดนตรวจสอบ สุดท้ายพวกเราแสดงบทบาทในหน้าที่สมาชิกรัฐสภา สส.สว.รับราชการ แต่มีมลทินป.ป.ช.ไม่ได้รับการพิจารณาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ไม่ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายใดๆ ทั้งสิ้น โดนลิดรอนสิทธิ จะแก้ปัญหาอย่างไร ฝากไปยังกรรมาธิการวิสามัญฯ ให้ความเป็นธรรมกับผู้แจ้งเบาะแส ผู้กล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา และหน่วยงานของรัฐที่เสียหาย ผมเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดน ป.ป.ช.ตัดสิน ผมยื่นอุทธรณ์ มีคณะองค์คณะบอกว่าเขายังมีความยุติธรรมให้เสมอ ผมจึงมีวันนี้ เพราะฉะนั้นขอสนับสนุนทั้ง 2 ร่าง เพื่อให้สมาชิกร่วมอภิปราย และให้นําคําอภิปรายทั้งหมดของสมาชิกรัฐสภาไปประกอบโดยเฉพาะข้อสังเกตในการแก้ไขเพื่อเสนอในวาระ2- 3 ต่อไป" นายณัฏฐ์ชนน กล่าว