"ทรงศักดิ์" ตอบกระทู้ ตั้งคณะทำงานร่วมดูแลป้อมแผลงไฟฟ้าเปิดชมสงกรานต์ปี 68

"ทรงศักดิ์" ตอบกระทู้ ตั้งคณะทำงานร่วมดูแลป้อมแผลงไฟฟ้าเปิดชมสงกรานต์ปี 68

"รมช.ทรงศักดิ์" ตอบกระทู้ เตรียมตั้งคณะทำงานร่วม ปฏิสังขรณ์ จัดภูมิทัศน์ ป้อมแผลงไฟฟ้าให้สวยงาม แข็งแรง เป็นแหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ คาดเปิดให้เข้าชมได้ช่วงสงกรานต์ปี 68 วันที่ 26 ธันวาคม 2567 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตอบกระทู้ถามของ นายวีรภัทร คันธะ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ถึงปัญหาการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ว่า อุทยานประวัติศาสตร์ป้อมแผลงไฟฟ้าซึ่งเป็นป้อมโบราณ เป็นแหล่งท่องเที่ยวสําหรับชาวไทย และต่างชาติ มีมูลค่าทําให้เกิดการส่งเสริมการท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีนักท่องเที่ยว กว่า 1 แสนคน และเพิ่มขึ้นทุกปี และปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ประมาณ 20 ล้านบาท เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ นําเงินตราเข้าประเทศไทย ช่วยเหลือพี่น้องในชุมชน ซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายมอญอยู่เป็นจํานวนมาก นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า สําหรับป้อมแผลงไฟฟ้าเป็นป้อมปราการโบราณ สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เมื่อ พ.ศ.2357 ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เพื่อปกป้องข้าศึกที่เดินเรือรุกล้ำเข้ามาในปากน้ำเจ้าพระยา ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณ เมื่อปี 2523 เป็นสถานที่ที่ต้องมีกฎหมายบังคับเป็นกรณีพิเศษ การที่จะไปปรับปรุง ซ่อมแซม หรือบูรณะ จะต้องขออนุญาติกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ตามกฎหมาย ที่ผ่านมามีข้อมูลแจ้งว่ากรมศิลปากรยังไม่พร้อมเรื่องงบประมาณ แม้ทางเทศบาลจะมีงบประมาณอยากจะปรับปรุง แต่ก็ต้องอนุญาต จึงเป็นปัญหา ทําให้บางเวลาจําเป็นต้องปิด เพื่อปรับปรุงจัดภูมิทัศน์รอบนอกให้ดูดี แต่ความจริงนักท่งเที่ยวอยากจะเข้าไปดูข้างใน ซึ่งมีที่หลบภัยทางอากาศ แต่เพราะกังวลใจเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว จึงจําเป็นต้องปิด เพื่อบูรณะบางส่วนที่สามารถทําได้ตามกฎหมาย คาดว่าจะเปิดให้เข้าชมได้ในช่วงสงกรานต์เดือนเมษายนปี 2568 "ผมได้กําชับเทศบาลว่าจะต้องทําอย่างไรให้สิ่งที่เป็นความกังวลให้มันรวดเร็ว แก้ปัญหาให้ตรงจุด และได้รับการอนุญาตจากกรมศิลปากรในการที่จะปรับปรุง เพื่อให้มีมาตรฐาน มีความสวยงาม และความปลอดภัย ในการบริการนักท่องเที่ยวต่อไป" รมช.มหาดไทย กล่าว นายทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าจะปิด แต่ผู้ที่จะเดินทางไปเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะสามารถขออนุญาตกับเทศบาลได้ ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปกํากับดูแล เพื่อความปลอดภัยอยู่ตลอดเวลา ที่ผ่านมาจําเป็นต้องปิดเพราะมีเรื่องของความไม่ปลอดภัย มีการมั่วสุมบ้าง ทางเทศบาลพยายามเข้าไปดูแล ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ต่อเนื่องไป วันนี้อายุ 209 ปี ก็อยากให้อยู่เป็นหมื่นปี ไม่อยากให้ล่มสลาย ในส่วนกระทรวงมหาดไทยไม่มีอํานาจที่จะไปสั่งการได้ แต่ติดตาม สนับสนุนเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการเพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน "เรื่องที่สําคัญที่สุดคือ จะทำยังไงที่จะให้กรมศิลปากรให้ความเห็นชอบให้กับเทศบาลเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อนําไปสู่การตั้งงบประมาณบูรณะ ปฏิสังขรณ์ ให้มีความมั่นคงแข็งแรง สวยงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีอายุยืนยาวต่อไป โดยอาจจะตั้งคณะทํางานขึ้นมา ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนจากกรมศิลปากร เทศบาลเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง ภาคประชาชน ไปร่วมบูรณาการว่าต้องการจะพัฒนาบูรณะอย่างไร ถ้ากรมศิลปากรอนุญาต เทศบาลทําเรื่องขอรับการสนับสนุนจากจังหวัด ผมมั่นใจว่าไม่ใช่ปัญหา และผมจะไปหารือกับรมว.วัฒนธรรม เป็นการส่วนตัวขอให้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปดูว่าจะทำอย่างไรให้มั่นคง ไม่ใช่ปิดๆ เปิดๆ จําเป็นต้องมีคนไปควบคุมดูแลเรื่องความปลอดภัย จะกําชับเร่งรัดให้ในสิ่งที่ท่านมีความกังวลให้ลุล่วงไปด้วยความเรียบร้อย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงนักท่องเที่ยวมาใช้จ่ายเงิน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจบ้านเราในเรื่องการท่องเที่ยวต่อไป" รมช.มหาดไทย กล่าวทิ้งท้าย