"รมช.สุรศักดิ์" ตอบกระทู้ แก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาจริงจังชี้ ปี 70 เด็กหลุดจากระบบต้องหมดไป .

"รมช.สุรศักดิ์" ตอบกระทู้ แก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาจริงจังชี้ ปี 70 เด็กหลุดจากระบบต้องหมดไป .

"รมช.สุรศักดิ์" ตอบกระทู้ รัฐบาลแก้ปัญหาเด็กหลุดนอกระบบการศึกษาจริงจัง ร่วมมือเครือข่ายเดินเท้าตามหาแล้วเกือบ 7 แสนราย ชี้ ปี 70 เด็กหลุดจากระบบต้องหมดไป วันที่ 9 มกราคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ตอบกระทู้ถามของ นายพลากร พิมพะนิตย์ สส.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ถึงนโยบายรัฐบาลในการติดตามช่วยเหลือเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ว่า รัฐบาลให้ความสำคัญเรื่องนี้ มีนโยบายติดตามช่วยเหลือและดูแลคุณภาพชีวิตเด็กและเยาวชนที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษา เด็กที่อยู่ในระบบการศึกษา ข้อมูล ณ วันที่ 10 พ.ย. 2567 มี 11,869,458 คน และข้อมูลจากกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พบว่า มีเด็กที่เสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเกือบ 3 ล้านคน โดยกสศ.ได้จัดงบประมาณเป็นทุนการศึกษาให้แล้วกว่า 1,800,000 คน ยังขาดอีกกว่า 1,100,000 คน ที่ยังต้องการความช่วยเหลือ . รมช.สุรศักดิ์ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินนโยบายและมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหลุดจากระบบการศึกษา เช่น การเยี่ยมบ้านนักเรียน 100% เพื่อติดตามสภาพความเป็นอยู่ของนักเรียน และหาแนวทางช่วยเหลือ, การให้ทุนการศึกษา, การจัดการศึกษาที่หลากหลาย อาทิ การจัดการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความพิการ, การจัดการศึกษาทางไกล, การส่งเสริมการศึกษาระบบทวิภาคี โดยร่วมกับสถานประกอบการ ทั้งในเรื่องหลักสูตรการสอน การวัดผล การประเมินผล เพื่อให้เด็กมีทักษะในการประกอบอาชีพ รวมถึงมีรายได้ระหว่างเรียน, และมีการจัดตั้งระบบ OBEC Care เพื่อเฝ้าระวังด้านสุขภาพจิตของนักเรียน รวมทั้งการยืดหยุ่นเรื่องชุดนักเรียน ทรงผม ให้สอดคล้องกับบริบทและช่วยลดค่าใช้จ่าย เพื่อป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา แม้จะมีขีดจํากัดของงบประมาณ แต่เราไม่เคยให้งบน้อยเป็นอุปสรรคต่อการทํางาน พยายามหาวิธีทางออก โดยใช้ภาคีเครือข่ายจับมือเข้าสํารวจ เข้าค้นหา ป้องกันอย่างเต็มที่ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า จากข้อมูลปีการศึกษา 2566 มีเด็กและเยาวชนในช่วงอายุ 3-18 ปีไม่พบข้อมูลในระบบการศึกษาทุกหน่วยงานทั้งประเทศ จํานวน 1,025,514 คน รัฐบาลได้ตระหนักถึงปัญหานี้ และมีนโยบายแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ระดับชาติ หรือ "Thailand Zero Dropout" อย่างเป็นระบบ โดยความร่วมมือ ของหน่วยงานต่าง ๆ 11 หน่วยงาน ในการค้นหาเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการส่งเสริมการเรียนรู้ตามศักยภาพเพื่อพัฒนาทักษะในการประกอบอาชีพ โดยใช้ข้อมูลจากทะเบียนราษฎร และลงพื้นที่ตรวจสอบ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ทุกจังหวัดได้คิกออฟกระบวนการค้นหาและช่วยเหลือเด็กและเยาวชน โดยมีแอปพลิเคชัน Thai Zero Dropout เพื่อสนับสนุนภารกิจสํารวจค้นหา ทําแผนดูแลรายบุคคล วางแผนช่วยเหลือ และเชื่อมโยงส่งต่อการช่วยเหลือทั้งระดับพื้นที่ และระดับประเทศ "กระทรวงศึกษาธิการ โดยได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ และภาคีเครือข่าย ได้แก่กระทรวงมหาดไทย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. กระทรวงสาธารณสุข โดยเดินเท้าเข้าไปหาเด็กตามทะเบียนราษฎรที่ว่าหลุดจากระบบการศึกษา วันนี้เดินไปหาแล้ว 569,755 คน คิดเป็น 55.56% ของเด็กทั้งหมด พบตัวเด็ก 520,130 คน และเราก็อยู่ระหว่างดําเนินการที่จะต้องเดินไปหาอีก 455,759 คน เราคิดว่าใช้เวลาอีกไม่น่าจะเกินสัก 4-6 เดือน เราจะย่ำเท้าเพื่อไปค้นหาเด็กเหล่านั้นทุกหลังคาเรือน ซึ่งมีทั้งพบตัวและไม่พบตัว แต่เราจะไม่หมดความพยายาม เราสืบต่อไปว่าส่วนหนึ่งไปอยู่ต่างประเทศ ส่วนหนึ่งย้ายถิ่นฐาน และอีกส่วนหนึ่งอยู่ทะเบียนกลาง นั่นคือความพยายาม ที่พวกเราทํางานกันตลอดระยะเวลาอย่างเข้มข้น สแกนกันเป็นตารางเมตร ที่จะไปหาตัวเด็กให้เจอ สามารถนํากลับและเด็กเข้าระบบการศึกษาเองไปแล้ว 341,151 คน โดยเราแยกข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อแก้ปัญหาเป็นรายบุคคล" รมช.ศึกษาธิการ กล่าว . รมช.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากตัวเลขในช่วงภาคบังคับจะมีเด็กไทยที่อยู่นอกระบบการศึกษา อายุ 6 - 15 ปี 182,991 คน แต่เป็นเด็กสัญชาติอื่นที่ไม่ใช่สัญชาติไทย 213,252 คน แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ไม่ว่าจะเป็นเด็กต่างชาติหรือเด็กไทยที่อยู่บนผืนแผ่นดินนี้จะต้องได้รับการศึกษา อยากให้มั่นใจว่าท่านนายกรัฐมนตรี และรมว.ศึกษาธิการ ให้ความสําคัญเรื่องนี้ ปี 2570 จะต้องไม่มีเด็กหลุดจากระบบ เราต้องแก้ปัญหาให้ได้ดีที่สุด