วันที่ 16 มกราคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา สนับสนุนเรื่องทุเรียน เพราะปลูกกันทั่วทุกภูมิภาค ทุเรียนถือเป็นราชาแห่งผลไม้ ซึ่งตนเคยเสนอญัตติในการประชุมสภาครั้งที่ผ่านมาว่าควรจะมีร่างพระราชบัญญัติผลไม้ไทย หรืออย่างน้อยต้องมีข้อบังคับผลไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด ลําไย มะม่วง กล้วย เงาะ ที่มีปัญหา นำมาเทกันหน้าศาลากลางบ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องหยิบยกขึ้นมารวบรวมเป็นกฎหมาย และเสียดายโครงการในภาคการเกษตรที่ดี ที่ภาคเอกชนนําภาครัฐ ขอย้ำว่าทุเรียนเกิดขึ้นได้ ด้วยภาคเอกชนนําภาครัฐ หลายพื้นทั้งปาล์มน้ำ ลําไย ข้าวโพด อ้อย ที่มีชื่อเสียงขึ้นมาเพราะเอกชนนําภาครัฐ
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เมื่อเอกชนนําภาครัฐ รัฐจะต้องส่งเสริมสนับสนุน เป็นพี่เลี้ยง กรณีทุเรียนก็เช่นกันที่มีปัญหาเรื่องสารย้อมสีหรือบีวายทู ซึ่งเป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องใช้สารบางชนิดที่ค่ามาตรฐานความปลอดภัยรับได้ แต่เมื่อใช้แล้วจะต้องมีเวลาพอสมควรในการขนส่งระยะไกล รัฐต้องเข้ามาควบคุมดูแล ตอนแรกส่งไปจีนไม่มีปัญหา แต่พอตัวเลขโตขึ้นก็จะมีมาตรการตรวจสอบเข้มข้นขึ้น ภาครัฐต้องทำระบบการขนส่งให้สั้นลง ส่วนการเก็บรักษาผลไม้จะต้องหาวิธีลดสารเคมีลง เพื่อรักษาผิวของผลไม้ไม่ให้เน่าเสีย ฉะนั้นจะต้องเพิ่มศูนย์แลปให้มากขึ้น การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางตู้รถไฟ การขนส่งทางห้องเย็น จะต้องมีการพัฒนานําระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ขณะเดียวกันภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องรวมกันไปเจรจา วันนี้ผมมองเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหาระยะสั้นคือให้ผู้นําประเทศไปเจรจากับรัฐบาลจีน อยู่ที่การวางระบบของรัฐบาลในเรื่องต้นทุนการผลิต การใช้หน่วยงานของรัฐเข้าไปช่วยเหลือการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อที่จะดูแลไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยมีสารเคมี ห้องแล็บ การเชิญการเจรจาระหว่างตัวแทนของประเทศจีนเข้ามาตรวจสอบในประเทศไทย เพื่อไม่มีขั้นตอนในการตรวจสอบที่ยาวมากเกินไป
"ผมคิดว่าเราจะต้องวางในเรื่องระบบกฎหมาย หน้าที่ต่างๆเนี่ย ต้องทําให้มีคุณภาพ มาตรฐานให้ประเทศผู้ซื้อมีความมั่นใจ เชื่อถือได้ และเรื่องของตลาดต่างประเทศจะต้องมีในการเจรจาเชิงรุกที่จะขายไปประเทศอื่นๆ ได้ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องผู้เรียนก็ไม่แตกต่างกับปัญหาเรื่องผลไม้อย่างอื่น ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อไปทบทวนที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ก่อนที่จะช่วยไม่ได้และมีความเสียหายเพิ่มขึ้น" สส.กระบี่กล่าว
16 มกราคม 2568 เวลา 20:31
"สฤษฏ์พงษ์" ชี้ ควรมีพระราชบัญญัติผลไม้ไทย เพื่อคุมมาตรฐาน ให้ผู้ซื้อมั่นใจ แนะนายกฯ เจรจาผู้นำจีน แก้ปัญหาส่งออกทุเรียน
"สฤษฏ์พงษ์" ชี้ ควรมีพระราชบัญญัติผลไม้ไทย เพื่อคุมมาตรฐาน ให้ผู้ซื้อมั่นใจ แนะแก้ปัญหาระยะสั้น นายกฯ เจรจาผู้นำจีน แก้ปัญหาส่งออก
วันที่ 16 มกราคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา สนับสนุนเรื่องทุเรียน เพราะปลูกกันทั่วทุกภูมิภาค ทุเรียนถือเป็นราชาแห่งผลไม้ ซึ่งตนเคยเสนอญัตติในการประชุมสภาครั้งที่ผ่านมาว่าควรจะมีร่างพระราชบัญญัติผลไม้ไทย หรืออย่างน้อยต้องมีข้อบังคับผลไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด ลําไย มะม่วง กล้วย เงาะ ที่มีปัญหา นำมาเทกันหน้าศาลากลางบ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องหยิบยกขึ้นมารวบรวมเป็นกฎหมาย และเสียดายโครงการในภาคการเกษตรที่ดี ที่ภาคเอกชนนําภาครัฐ ขอย้ำว่าทุเรียนเกิดขึ้นได้ ด้วยภาคเอกชนนําภาครัฐ หลายพื้นทั้งปาล์มน้ำ ลําไย ข้าวโพด อ้อย ที่มีชื่อเสียงขึ้นมาเพราะเอกชนนําภาครัฐ
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เมื่อเอกชนนําภาครัฐ รัฐจะต้องส่งเสริมสนับสนุน เป็นพี่เลี้ยง กรณีทุเรียนก็เช่นกันที่มีปัญหาเรื่องสารย้อมสีหรือบีวายทู ซึ่งเป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องใช้สารบางชนิดที่ค่ามาตรฐานความปลอดภัยรับได้ แต่เมื่อใช้แล้วจะต้องมีเวลาพอสมควรในการขนส่งระยะไกล รัฐต้องเข้ามาควบคุมดูแล ตอนแรกส่งไปจีนไม่มีปัญหา แต่พอตัวเลขโตขึ้นก็จะมีมาตรการตรวจสอบเข้มข้นขึ้น ภาครัฐต้องทำระบบการขนส่งให้สั้นลง ส่วนการเก็บรักษาผลไม้จะต้องหาวิธีลดสารเคมีลง เพื่อรักษาผิวของผลไม้ไม่ให้เน่าเสีย ฉะนั้นจะต้องเพิ่มศูนย์แลปให้มากขึ้น การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางตู้รถไฟ การขนส่งทางห้องเย็น จะต้องมีการพัฒนานําระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ขณะเดียวกันภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องรวมกันไปเจรจา วันนี้ผมมองเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหาระยะสั้นคือให้ผู้นําประเทศไปเจรจากับรัฐบาลจีน อยู่ที่การวางระบบของรัฐบาลในเรื่องต้นทุนการผลิต การใช้หน่วยงานของรัฐเข้าไปช่วยเหลือการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อที่จะดูแลไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยมีสารเคมี ห้องแล็บ การเชิญการเจรจาระหว่างตัวแทนของประเทศจีนเข้ามาตรวจสอบในประเทศไทย เพื่อไม่มีขั้นตอนในการตรวจสอบที่ยาวมากเกินไป
"ผมคิดว่าเราจะต้องวางในเรื่องระบบกฎหมาย หน้าที่ต่างๆเนี่ย ต้องทําให้มีคุณภาพ มาตรฐานให้ประเทศผู้ซื้อมีความมั่นใจ เชื่อถือได้ และเรื่องของตลาดต่างประเทศจะต้องมีในการเจรจาเชิงรุกที่จะขายไปประเทศอื่นๆ ได้ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องผู้เรียนก็ไม่แตกต่างกับปัญหาเรื่องผลไม้อย่างอื่น ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อไปทบทวนที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ก่อนที่จะช่วยไม่ได้และมีความเสียหายเพิ่มขึ้น" สส.กระบี่กล่าว
วันที่ 16 มกราคม 2568 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา สนับสนุนเรื่องทุเรียน เพราะปลูกกันทั่วทุกภูมิภาค ทุเรียนถือเป็นราชาแห่งผลไม้ ซึ่งตนเคยเสนอญัตติในการประชุมสภาครั้งที่ผ่านมาว่าควรจะมีร่างพระราชบัญญัติผลไม้ไทย หรืออย่างน้อยต้องมีข้อบังคับผลไม้ไทย ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด ลําไย มะม่วง กล้วย เงาะ ที่มีปัญหา นำมาเทกันหน้าศาลากลางบ่อยครั้ง สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้องหยิบยกขึ้นมารวบรวมเป็นกฎหมาย และเสียดายโครงการในภาคการเกษตรที่ดี ที่ภาคเอกชนนําภาครัฐ ขอย้ำว่าทุเรียนเกิดขึ้นได้ ด้วยภาคเอกชนนําภาครัฐ หลายพื้นทั้งปาล์มน้ำ ลําไย ข้าวโพด อ้อย ที่มีชื่อเสียงขึ้นมาเพราะเอกชนนําภาครัฐ
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวว่า เมื่อเอกชนนําภาครัฐ รัฐจะต้องส่งเสริมสนับสนุน เป็นพี่เลี้ยง กรณีทุเรียนก็เช่นกันที่มีปัญหาเรื่องสารย้อมสีหรือบีวายทู ซึ่งเป็นสิ่งจําเป็นที่จะต้องใช้สารบางชนิดที่ค่ามาตรฐานความปลอดภัยรับได้ แต่เมื่อใช้แล้วจะต้องมีเวลาพอสมควรในการขนส่งระยะไกล รัฐต้องเข้ามาควบคุมดูแล ตอนแรกส่งไปจีนไม่มีปัญหา แต่พอตัวเลขโตขึ้นก็จะมีมาตรการตรวจสอบเข้มข้นขึ้น ภาครัฐต้องทำระบบการขนส่งให้สั้นลง ส่วนการเก็บรักษาผลไม้จะต้องหาวิธีลดสารเคมีลง เพื่อรักษาผิวของผลไม้ไม่ให้เน่าเสีย ฉะนั้นจะต้องเพิ่มศูนย์แลปให้มากขึ้น การขนส่งทางอากาศ การขนส่งทางตู้รถไฟ การขนส่งทางห้องเย็น จะต้องมีการพัฒนานําระบบเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ขณะเดียวกันภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจะต้องรวมกันไปเจรจา วันนี้ผมมองเห็นว่าวิธีการแก้ปัญหาระยะสั้นคือให้ผู้นําประเทศไปเจรจากับรัฐบาลจีน อยู่ที่การวางระบบของรัฐบาลในเรื่องต้นทุนการผลิต การใช้หน่วยงานของรัฐเข้าไปช่วยเหลือการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อที่จะดูแลไม่ว่าจะเป็นปุ๋ยมีสารเคมี ห้องแล็บ การเชิญการเจรจาระหว่างตัวแทนของประเทศจีนเข้ามาตรวจสอบในประเทศไทย เพื่อไม่มีขั้นตอนในการตรวจสอบที่ยาวมากเกินไป
"ผมคิดว่าเราจะต้องวางในเรื่องระบบกฎหมาย หน้าที่ต่างๆเนี่ย ต้องทําให้มีคุณภาพ มาตรฐานให้ประเทศผู้ซื้อมีความมั่นใจ เชื่อถือได้ และเรื่องของตลาดต่างประเทศจะต้องมีในการเจรจาเชิงรุกที่จะขายไปประเทศอื่นๆ ได้ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องผู้เรียนก็ไม่แตกต่างกับปัญหาเรื่องผลไม้อย่างอื่น ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อไปทบทวนที่จะช่วยเหลือเกษตรกร ก่อนที่จะช่วยไม่ได้และมีความเสียหายเพิ่มขึ้น" สส.กระบี่กล่าว