วันที่ 23 มกราคม 2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงการพัฒนาวัดภูทอก หรือ "วัดเจติยาคีรีวิหาร" ที่อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ วัดภูทอกถูกค้นพบและตั้งเป็นวัดในปี พ.ศ.2483 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาที่สำคัญ เดิมทีเป็นสถานปฏิบัติธรรม ที่มีความสูง 460 เมตร และมีบันไดทางเดินไม้ที่สร้างขึ้นรอบเขาหินทั้ง 7 ชั้น รายล้อมด้วยต้นไม้และธรรมชาติบนเนื้อที่กว่า 78 ไร่ และมีอากาศดีตลอดทั้งปี มีนักท่องเที่ยวมากราบพระ ทำบุญ จำนวนมาก สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ อยากเชิญชวนประธานและพี่น้องชาวไทยลองมาเที่ยวสักครั้ง มั่นใจว่าจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน
สส.สยาม กล่าวว่า สำหรับภูทอกนั้นกว้างมาก และมีอายุยาวนาน ทั้งไม้และเหล็กผุพังไปตามกาลเวลา มีการซ่อมแซมอยู่ตลอด จึงอยากให้ภาครัฐเข้าไปช่วยแก้ไขและพัฒนาให้สมบูรณ์ดังนี้ 1.ซ่อมแซมตามจุดต่างๆ ที่ชํารุดและป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายโดยรอบภูทอกทั้งหมด 2.เสริมสร้างทางเดิน และบันไดให้มีความมั่นคงแข็งแรงด้วยวัสดุที่ทนทาน และมีมาตรฐาน 3.จัดระเบียบเรียบร้อยปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และเพิ่มสิ่งอํานวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำ และจุดชมวิว 4.การพัฒนาต้องรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ให้ได้มากที่สุด และต้องคํานึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
"สิ่งสําคัญของการท่องเที่ยวคือ ความสวยงาม ความสะดวก และความปลอดภัย ถ้าภูทอกได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาอย่างเหมาะสม เชื่อว่าจะเป็นจุดท่องเที่ยวสําคัญของจังหวัดบึงกาฬ สามารถสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดอย่างยั่งยืน จึงอยากฝากประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อการท่องเที่ยวของไทยและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องคนบีงกาฬ" สส.สยาม กล่าว

23 มกราคม 2568 เวลา 13:11
"สส.สยาม" วอนรัฐ ช่วยพัฒนา ซ่อมแซม "ภูทอก" แหล่งท่องเที่ยว เชิงศาสนา สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจ ยั่งยืน
"สส.สยาม" หารือสภาฯ วอนภาครัฐ ช่วยพัฒนา และซ่อมแซม "ภูทอก" แหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา เพื่อสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจ จ.บึงกาฬ อย่างยั่งยืน
วันที่ 23 มกราคม 2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงการพัฒนาวัดภูทอก หรือ "วัดเจติยาคีรีวิหาร" ที่อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ วัดภูทอกถูกค้นพบและตั้งเป็นวัดในปี พ.ศ.2483 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาที่สำคัญ เดิมทีเป็นสถานปฏิบัติธรรม ที่มีความสูง 460 เมตร และมีบันไดทางเดินไม้ที่สร้างขึ้นรอบเขาหินทั้ง 7 ชั้น รายล้อมด้วยต้นไม้และธรรมชาติบนเนื้อที่กว่า 78 ไร่ และมีอากาศดีตลอดทั้งปี มีนักท่องเที่ยวมากราบพระ ทำบุญ จำนวนมาก สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ อยากเชิญชวนประธานและพี่น้องชาวไทยลองมาเที่ยวสักครั้ง มั่นใจว่าจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน
สส.สยาม กล่าวว่า สำหรับภูทอกนั้นกว้างมาก และมีอายุยาวนาน ทั้งไม้และเหล็กผุพังไปตามกาลเวลา มีการซ่อมแซมอยู่ตลอด จึงอยากให้ภาครัฐเข้าไปช่วยแก้ไขและพัฒนาให้สมบูรณ์ดังนี้ 1.ซ่อมแซมตามจุดต่างๆ ที่ชํารุดและป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายโดยรอบภูทอกทั้งหมด 2.เสริมสร้างทางเดิน และบันไดให้มีความมั่นคงแข็งแรงด้วยวัสดุที่ทนทาน และมีมาตรฐาน 3.จัดระเบียบเรียบร้อยปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และเพิ่มสิ่งอํานวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำ และจุดชมวิว 4.การพัฒนาต้องรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ให้ได้มากที่สุด และต้องคํานึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
"สิ่งสําคัญของการท่องเที่ยวคือ ความสวยงาม ความสะดวก และความปลอดภัย ถ้าภูทอกได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาอย่างเหมาะสม เชื่อว่าจะเป็นจุดท่องเที่ยวสําคัญของจังหวัดบึงกาฬ สามารถสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดอย่างยั่งยืน จึงอยากฝากประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อการท่องเที่ยวของไทยและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องคนบีงกาฬ" สส.สยาม กล่าว
วันที่ 23 มกราคม 2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงการพัฒนาวัดภูทอก หรือ "วัดเจติยาคีรีวิหาร" ที่อำเภอศรีวิไล จังหวัดบึงกาฬ วัดภูทอกถูกค้นพบและตั้งเป็นวัดในปี พ.ศ.2483 ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาที่สำคัญ เดิมทีเป็นสถานปฏิบัติธรรม ที่มีความสูง 460 เมตร และมีบันไดทางเดินไม้ที่สร้างขึ้นรอบเขาหินทั้ง 7 ชั้น รายล้อมด้วยต้นไม้และธรรมชาติบนเนื้อที่กว่า 78 ไร่ และมีอากาศดีตลอดทั้งปี มีนักท่องเที่ยวมากราบพระ ทำบุญ จำนวนมาก สามารถสร้างรายได้ให้กับคนในพื้นที่ อยากเชิญชวนประธานและพี่น้องชาวไทยลองมาเที่ยวสักครั้ง มั่นใจว่าจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน
สส.สยาม กล่าวว่า สำหรับภูทอกนั้นกว้างมาก และมีอายุยาวนาน ทั้งไม้และเหล็กผุพังไปตามกาลเวลา มีการซ่อมแซมอยู่ตลอด จึงอยากให้ภาครัฐเข้าไปช่วยแก้ไขและพัฒนาให้สมบูรณ์ดังนี้ 1.ซ่อมแซมตามจุดต่างๆ ที่ชํารุดและป้องกันจุดเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอันตรายโดยรอบภูทอกทั้งหมด 2.เสริมสร้างทางเดิน และบันไดให้มีความมั่นคงแข็งแรงด้วยวัสดุที่ทนทาน และมีมาตรฐาน 3.จัดระเบียบเรียบร้อยปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และเพิ่มสิ่งอํานวยความสะดวก เช่น ห้องน้ำ และจุดชมวิว 4.การพัฒนาต้องรักษาความเป็นธรรมชาติไว้ให้ได้มากที่สุด และต้องคํานึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
"สิ่งสําคัญของการท่องเที่ยวคือ ความสวยงาม ความสะดวก และความปลอดภัย ถ้าภูทอกได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนาอย่างเหมาะสม เชื่อว่าจะเป็นจุดท่องเที่ยวสําคัญของจังหวัดบึงกาฬ สามารถสร้างรายได้ และกระตุ้นเศรษฐกิจในจังหวัดอย่างยั่งยืน จึงอยากฝากประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้ช่วยแก้ไขปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อการท่องเที่ยวของไทยและเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้องคนบีงกาฬ" สส.สยาม กล่าว