"สส.สังคม" ขอ รฟท. แก้ไขทางลอดอุโมงค์ ทรุดโทรม น้ำท่วมขัง ปรับปรุงสะพานเกือกม้า ทางรถไฟผิวขรุขระ

"สส.สังคม" ขอ รฟท. แก้ไขทางลอดอุโมงค์ ทรุดโทรม น้ำท่วมขัง ปรับปรุงสะพานเกือกม้า ทางรถไฟผิวขรุขระ

"สส.สังคม" ขอ รฟท.แก้ปัญหาทางลอดอุโมงค์รถไฟทรุดโทรม น้ำท่วมขัง ใช้งานไม่ได้ ปรับปรุงสะพานเกือกม้าทางรถไฟผิวขรุขระ ไม่มีไฟส่องสว่าง พร้อมให้รัฐตั้งกองทุนเยียวยา ช้าง-กระทิงป่า ทําลายผลผลิตการเกษตร วันที่ 23 มกราคม 2568 นายสังคม แดงโชติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงความเดือดร้อนของประชาชน 2 เรื่อง คือ 1.โครงการรถไฟทางคู่สายใต้ ช่วงนครปฐม-ชุมพร ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ว่าจ้างบริษัทเอกชนรายใหญ่เป็นผู้รับจ้าง โดยได้รับเรื่องร้องเรียนมาจากประชาชนว่า ทางลอดอุโมงค์รถไฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างปัจจุบันมีสภาพทรุดโทรมไม่สามารถใช้การได้ เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะจุดตัด ตําบลกุยบุรี-กุยเหนือ และจุดตัดกุยบุรี-บ่อนอก รวมทั้งอีกหลายจุดในอําเภอกุยบุรี อำเภอสามร้อยยอด และอําเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เครื่องปั๊มน้ำและตู้ควบคุมเสียหาย ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยมีแผนที่จะถ่ายโอนการดูแลทางลอดอุโมงค์ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ท้องถิ่นได้สะท้อนปัญหาว่า หากโอนภารกิจแต่ไม่โอนงบประมาณมาให้ก็จะไม่สามารถดูแลต่อได้ เนื่องจากมีงบประมาณที่จำกัด จึงเป็นปัญหาที่ชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อน สส.สังคม กล่าวว่า 2.สะพานเกือกม้าทางรถไฟในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงแม้จะสร้างเสร็จหลายจุดแล้ว แต่กลับพบว่ามีปัญหาไม่เรียบร้อย เช่น ไม่มีไฟส่องสว่างบนสะพาน พื้นผิวจราจรเป็นคลื่น บางจุดที่พื้นผิวขรุขระ รวมถึงจุดทางลงที่ไม่มีวงเวียนป้องกันอุบัติเหตุ โดยเฉพาะหลังโรงเรียนประจวบวิทยาลัย ทำให้ผู้ใช้เส้นทาง และนักเรียนได้รับความเดือดร้อน จึงเรียนผ่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย ช่วยดําเนินการแก้ไขปรับปรุง ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งหาแนวทางร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องการรับไปดูแลรักษาต่อไป สส.สังคม กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ป่า ที่มาทำลายผลผลิตทางการเกษตรของประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะอุทยานแห่งชาติกุยบุรี ได้รับเสียงสะท้อนมาว่า อยากให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการเยียวยาความเสียหายกรณีช้างป่า กระทิงป่าทําลายผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน ซึ่งในปัจจุบันใช้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยเหลือประชาชนตามอํานาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พุทธศักราช 2566 ในการชดเชยให้กับเกษตรกร และอยากจะเสนอให้ภาครัฐช่วย ตั้งกองทุนเพื่อเยียวยาปัญหาดังกล่าวแทนที่จะเบิกจ่ายจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงอย่างเดียว จึงเรียนผ่านประธานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหามาตรการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต่อไป