นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ดังนี้
1.เห็นชอบให้ ศธ.ดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ ทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 (โครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2) งบประมาณจํานวน 29,765.25 ล้านบาท
2.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ เพื่อดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2 เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 - 2573 วงเงินทั้งสิ้น 29,765.25 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจําปี จํานวน 5,953.05 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2 และส่วนที่เหลือจํานวน 23,812.20 ล้านบาท ขอผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจํา ปีงบประมาณ พ.ศ.2570 - 2573 ต่อไป
นายคารม กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรรงบประมาณ 482.26 ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ ทุกเวลา : กิจกรรมพัฒนาระบบนิเวศทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (เป็นรายการปีเดียว ไม่ผูกพันงบประมาณ) โดยมีผลการดําเนินงาน เช่น เช่าใช้ระบบคลาวด์ จ้างที่ปรึกษาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แห่งชาติ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน (NDLP) สําหรับโรงเรียนคุณภาพในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จํานวน 349 โรงเรียน [ไม่มีการดําเนินการเกี่ยวกับการเช่าใช้อุปกรณ์การเรียนการสอน (อุปกรณ์)] ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรรงบประมาณรวมจํานวน 3,395.47 ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 : กิจกรรมจัดหา อุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัย (Anywhere Anytime) ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 - 2572 (ผูกพัน 5 ปี) เพื่อดําเนินกิจกรรม ดังนี้
(1) การส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 เช่น การเช่าใช้ระบบประมวลผลแบบคลาวด์ การจัดทํานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลคอนเทนต์ และ (2) การจัดหาอุปกรณ์ฯ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทําเอกสารร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) เพื่อดําเนินกิจกรรมดังกล่าว
ในครั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบให้กระทรวงศึกษา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการดําเนินการต่อเนื่องจากโครงการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในส่วนของการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา โดยวิธีการเช่า โดยขออนุมัติก่อหนี้ผูกผันข้ามปีงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการฯ เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 – 2573 วงเงินทั้งสิ้น 29,765.25 ล้านบาท
โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 5,953.05 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ และส่วนที่เหลือจำนวน 23,812.20 ล้านบาท ขอผูกผันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2573 ต่อไป (ปีละ 5,953.05 ล้านบาท)
โดยประโยชน์ที่จะได้รับ คือ
(1) นักเรียนและครูผู้สอนมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่สามารถเข้าใช้ NDLP สนับสนุนการจัดการเรียน การสอนผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลออนไลน์ที่มีคุณภาพ
(2) นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ใหม่ได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนสามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทํางาน รวมถึงทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
(3) ส่งเสริมสนับสนุนการเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อํานวยการการเรียนรู้” ทําหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ แนะนําวิธีเรียนรู้และวิธี จัดระเบียบการสร้างความรู้ รวมทั้งออกแบบกิจกรรม และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน ตลอดจนมีเครื่องมือและระบบการจัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและทันสมัย
29 มกราคม 2568 เวลา 18:43
ครม.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปี จัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน
ครม.อนุมัติ รายการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป โครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมสนับสนุน การเรียนรู้ ทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ดังนี้
1.เห็นชอบให้ ศธ.ดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ ทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 (โครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2) งบประมาณจํานวน 29,765.25 ล้านบาท
2.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ เพื่อดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2 เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 - 2573 วงเงินทั้งสิ้น 29,765.25 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจําปี จํานวน 5,953.05 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2 และส่วนที่เหลือจํานวน 23,812.20 ล้านบาท ขอผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจํา ปีงบประมาณ พ.ศ.2570 - 2573 ต่อไป
นายคารม กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรรงบประมาณ 482.26 ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ ทุกเวลา : กิจกรรมพัฒนาระบบนิเวศทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (เป็นรายการปีเดียว ไม่ผูกพันงบประมาณ) โดยมีผลการดําเนินงาน เช่น เช่าใช้ระบบคลาวด์ จ้างที่ปรึกษาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แห่งชาติ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน (NDLP) สําหรับโรงเรียนคุณภาพในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จํานวน 349 โรงเรียน [ไม่มีการดําเนินการเกี่ยวกับการเช่าใช้อุปกรณ์การเรียนการสอน (อุปกรณ์)] ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรรงบประมาณรวมจํานวน 3,395.47 ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 : กิจกรรมจัดหา อุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัย (Anywhere Anytime) ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 - 2572 (ผูกพัน 5 ปี) เพื่อดําเนินกิจกรรม ดังนี้
(1) การส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 เช่น การเช่าใช้ระบบประมวลผลแบบคลาวด์ การจัดทํานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลคอนเทนต์ และ (2) การจัดหาอุปกรณ์ฯ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทําเอกสารร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) เพื่อดําเนินกิจกรรมดังกล่าว
ในครั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบให้กระทรวงศึกษา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการดําเนินการต่อเนื่องจากโครงการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในส่วนของการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา โดยวิธีการเช่า โดยขออนุมัติก่อหนี้ผูกผันข้ามปีงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการฯ เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 – 2573 วงเงินทั้งสิ้น 29,765.25 ล้านบาท
โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 5,953.05 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ และส่วนที่เหลือจำนวน 23,812.20 ล้านบาท ขอผูกผันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2573 ต่อไป (ปีละ 5,953.05 ล้านบาท)
โดยประโยชน์ที่จะได้รับ คือ
(1) นักเรียนและครูผู้สอนมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่สามารถเข้าใช้ NDLP สนับสนุนการจัดการเรียน การสอนผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลออนไลน์ที่มีคุณภาพ
(2) นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ใหม่ได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนสามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทํางาน รวมถึงทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
(3) ส่งเสริมสนับสนุนการเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อํานวยการการเรียนรู้” ทําหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ แนะนําวิธีเรียนรู้และวิธี จัดระเบียบการสร้างความรู้ รวมทั้งออกแบบกิจกรรม และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน ตลอดจนมีเครื่องมือและระบบการจัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและทันสมัย
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติพิจารณาตามที่ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ดังนี้
1.เห็นชอบให้ ศธ.ดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ ทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 (โครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2) งบประมาณจํานวน 29,765.25 ล้านบาท
2.อนุมัติก่อหนี้ผูกพันข้ามปีงบประมาณ เพื่อดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2 เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 - 2573 วงเงินทั้งสิ้น 29,765.25 ล้านบาท โดยปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจําปี จํานวน 5,953.05 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์ฯ ระยะที่ 2 และส่วนที่เหลือจํานวน 23,812.20 ล้านบาท ขอผูกพันงบประมาณรายจ่ายประจํา ปีงบประมาณ พ.ศ.2570 - 2573 ต่อไป
นายคารม กล่าวว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2567 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรรงบประมาณ 482.26 ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ ทุกเวลา : กิจกรรมพัฒนาระบบนิเวศทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล (เป็นรายการปีเดียว ไม่ผูกพันงบประมาณ) โดยมีผลการดําเนินงาน เช่น เช่าใช้ระบบคลาวด์ จ้างที่ปรึกษาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แห่งชาติ โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเป็นฐาน (NDLP) สําหรับโรงเรียนคุณภาพในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ จํานวน 349 โรงเรียน [ไม่มีการดําเนินการเกี่ยวกับการเช่าใช้อุปกรณ์การเรียนการสอน (อุปกรณ์)] ต่อมาในปีงบประมาณ พ.ศ.2568 กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รับจัดสรรงบประมาณรวมจํานวน 3,395.47 ล้านบาท เพื่อดําเนินโครงการส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 : กิจกรรมจัดหา อุปกรณ์การเรียนที่เหมาะสมต่อผู้เรียนแต่ละวัย (Anywhere Anytime) ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 - 2572 (ผูกพัน 5 ปี) เพื่อดําเนินกิจกรรม ดังนี้
(1) การส่งเสริมการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานทุกที่ทุกเวลา ระยะที่ 2 เช่น การเช่าใช้ระบบประมวลผลแบบคลาวด์ การจัดทํานวัตกรรมสื่อการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัลคอนเทนต์ และ (2) การจัดหาอุปกรณ์ฯ เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทําเอกสารร่างขอบเขตของงาน (Terms of Reference: TOR) เพื่อดําเนินกิจกรรมดังกล่าว
ในครั้งนี้กระทรวงศึกษาธิการ โดยสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานขอให้นำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบให้กระทรวงศึกษา โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดําเนินโครงการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา ระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการดําเนินการต่อเนื่องจากโครงการฯ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ในส่วนของการจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา โดยวิธีการเช่า โดยขออนุมัติก่อหนี้ผูกผันข้ามปีงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการฯ เป็นระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ.2569 – 2573 วงเงินทั้งสิ้น 29,765.25 ล้านบาท
โดยในปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ขอรับงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 5,953.05 ล้านบาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการฯ และส่วนที่เหลือจำนวน 23,812.20 ล้านบาท ขอผูกผันงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 – 2573 ต่อไป (ปีละ 5,953.05 ล้านบาท)
โดยประโยชน์ที่จะได้รับ คือ
(1) นักเรียนและครูผู้สอนมีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่สามารถเข้าใช้ NDLP สนับสนุนการจัดการเรียน การสอนผ่านระบบเทคโนโลยีดิจิทัลออนไลน์ที่มีคุณภาพ
(2) นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ใหม่ได้อย่างทั่วถึง ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาและมีคุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ตลอดจนสามารถพัฒนาทักษะการเรียนรู้ที่เชื่อมต่อกับโลกการทํางาน รวมถึงทักษะอาชีพที่สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
(3) ส่งเสริมสนับสนุนการเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นครูยุคใหม่ โดยปรับบทบาทจาก “ครูสอน” เป็น “โค้ช” หรือ “ผู้อํานวยการการเรียนรู้” ทําหน้าที่กระตุ้น สร้างแรงบันดาลใจ แนะนําวิธีเรียนรู้และวิธี จัดระเบียบการสร้างความรู้ รวมทั้งออกแบบกิจกรรม และสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียน ตลอดจนมีเครื่องมือและระบบการจัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสมและทันสมัย