"สส.พิมพฤดา" จี้ ก.เกษตร-พาณิชย์ ช่วยประกันราคาข้าว ค่าเสียประโยชน์ เป็นพื้นที่รับน้ำ ชดเชยห้ามเผาตอ ซังข้าว

"สส.พิมพฤดา" จี้ ก.เกษตร-พาณิชย์ ช่วยประกันราคาข้าว ค่าเสียประโยชน์ เป็นพื้นที่รับน้ำ ชดเชยห้ามเผาตอ ซังข้าว

"สส.พิมพฤดา" จี้ ก.เกษตร-พาณิชย์ ช่วยเหลือชาวนา “จัดโครงการประกันราคาข้าว-ค่าเสียประโยชน์เป็นพื้นที่รับน้ำ-ชดเชยค่าใช้จ่ายห้ามเผาตอ เผาซังข้าว” วันที่ 30 มกราคม 2568 นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขต 3 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพื้นที่ทํานามากกว่า 800,000 ไร่ มีเกษตรกรทํานามากกว่า 35,000 ราย เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2568 ดิฉัน และ สส.ประดิษฐ์ สังขจาย รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องชาวนา 3 ประเด็นคือ ราคาข้าวตกต่ำมาก ปุ๋ย ยาฆ่าแมลงแพงมาก ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นมาก ตอนข้าวแพง ปุ๋ยก็แพง แต่ตอนนี้ข้าวราคาถูก ปุ๋ยก็ยังแพงเหมือนเดิม ชาวนาจึงจะอยากให้รัฐบาลช่วยผลักดันโครงการที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ทํานาบ้าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของชาวนาให้มีรายได้ที่มั่นคง และยั่งยืน คือการประกันราคาข้าว เพื่อเป็นการรับประกันรายได้ของพี่น้องชาวนา . นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า ประเด็นที่ 2 ขอให้รัฐบาลเยียวยาให้ค่าเสียโอกาสในด้านการใช้ประโยชน์ที่ดินให้กับเกษตรกรผู้ทํานาในพื้นที่รับน้ำ เพราะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีทุ่งรับน้ำอยู่ 7 ทุ่ง ในพื้นที่อื่นถ้าเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน เราสามารถใช้ประโยชน์ที่ดิน 1 ปี 12 เดือนเต็ม แต่ชาวนาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สามารถใช้ประโยชน์ที่ดินตัวเองได้เพียง 8 - 9 เดือน เพราะเวลาที่เหลืออีกร้อยกว่าวัน ถูกบังคับให้รับน้ำ และให้ความร่วมมือกับกรมชลประทานให้เป็นพื้นที่รับน้ำ เพื่อชะลอน้ำ ในวันนี้จึงขอถามกลับไปยังกรมชลประทานเช่นกัน ว่าจะต้องให้เกษตรกรผู้ทํานาของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เสียสละไปถึงเมื่อไหร่ อย่างน้อยควรจะมีค่าชดเชยในช่วงที่พี่น้องเกษตรกรเสียโอกาสไป . นางสาวพิมพฤดา กล่าวอีกว่า ประเด็นสุดท้าย ในปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายไม่ให้ชาวนาเผาตอ เผาซังข้าว ซึ่งชาวนาพยายามให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่การกําจัดด้วยวิธีการอื่นๆ ก็เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่าย และในช่วงเวลาที่ราคาข้าวไม่ดีแบบนี้ จึงอยากจะเสนอให้รัฐบาลหาวิธีในการช่วยชาวนากําจัดตอซังข้าว หรือชดเชยค่าใช้จ่ายให้กับชาวนาด้วย . “ดิฉันในฐานะผู้แทนของคนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงอยากจะเรียกร้องผ่านท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ฝากช่วยพิจารณา ช่วยหาแนวทางการช่วยเหลือชาวนา ผู้ที่เป็นผู้ผลิตอาหารหลักของประเทศเราด้วยค่ะ”นางสาวพิมพฤดา กล่าว