นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำหน่ายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ว่า เบื้องต้นการทำสัญญา มีหลักการว่า “ถ้าคู่สัญญาไม่ทำผิดสัญญา คู่สัญญาจะไปละเมิดไม่ได้ ” ซึ่งไฟฟ้าเป็นสินค้าที่พิเศษ พลังงานไฟฟ้าเป็นสินค้าเกี่ยวกับความมั่นคง ถึงแม้กระทรวงมหาดไทยจะเป็นกระทรวงเกี่ยวกับความมั่นคง แต่เป็นความมั่นคงภายในประเทศ ไม่ได้มีอำนาจนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด บางอย่างที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศก็ต้องระมัดระวัง
.
นายคารม กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าการขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ได้มีอำนาจโดยพลการ การขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะนำเพียงข้อสันนิษฐานว่า “เมื่อคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้านำไปขายให้พวกแก๊งคอลเซนเตอร์ แล้วตัดไฟฟ้าที่ขายให้เขาเลยนั้น” เป็นการกระทำที่ไม่ชอบตามกฎหมาย เพราะในสัญญาระบุไว้หากฝ่ายคู่สัญญานำไฟฟ้าไปใช้ในกิจการที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ต้องให้หน่วยงานความมั่นคงยืนยัน สั่งการให้ กฟภ.ดำเนินการระงับการจ่ายไฟฟ้า ทั้งนึ้ การจะยกเลิกสัญญาได้นั้น กฟภ.จะยกเลิกสัญญาได้ในกรณี ดังนี้ 1.ดำเนินการตามกฎหมาย 2.ดำเนินการตามสัญญา 3.ดำเนินการตามนโยบายฝ่ายความมั่นคง 4.ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตระหนักถึงปัญหาเรื่องการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซนเตอร์ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเสมอ แต่การที่จะสั่งการให้ กฟภ.ไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคู่สัญญานั้น แตกต่างจากกรณีที่เราเห็นคนในตึกใดตึกหนึ่ง จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคนร้ายหรือกระทำผิดเห็นๆ จึงต่างกัน เหมือนในการปราบปรามยาเสพติด แม้เรารู้ว่ายาเสพติดไม่ดี และเป็นเรื่องที่ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด เราจะสั่งฆ่าสั่งยิงใครโดยไม่ผ่านกระบวนการตามกฎหมายไม่ได้ ถึงแม้ใจเราอยากทำก็ไม่อาจทำได้ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผิดหลักการหลายอย่าง” นายคารม ย้ำ
นายคารม กล่าวอีกว่า นายอนุทิน ที่กำกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมตัดไฟฟ้าถ้ามีการสั่งการจากหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด และนายอนุทิน ไม่เคยเจอตอ หรือไม่กลัวตอใดๆ ตามที่นายรังสิมันต์ โรมกล่าว ตนเองชื่นชมนายรังสิมันต์ โรม ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องควรทำ แต่ถ้ายังไม่ชัด ก็อย่ากล่าวหาคนอื่นตามความคิดของตัวเอง
31 มกราคม 2568 เวลา 11:39
“อนุทิน” พร้อมตัดไฟ หากมีคำสั่งจากฝ่ายความมั่นคง
“คารม” ย้ำ “อนุทิน” พร้อมดำเนินการตัดไฟ หากมีคำสั่งจากฝ่ายความมั่นคง
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำหน่ายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ว่า เบื้องต้นการทำสัญญา มีหลักการว่า “ถ้าคู่สัญญาไม่ทำผิดสัญญา คู่สัญญาจะไปละเมิดไม่ได้ ” ซึ่งไฟฟ้าเป็นสินค้าที่พิเศษ พลังงานไฟฟ้าเป็นสินค้าเกี่ยวกับความมั่นคง ถึงแม้กระทรวงมหาดไทยจะเป็นกระทรวงเกี่ยวกับความมั่นคง แต่เป็นความมั่นคงภายในประเทศ ไม่ได้มีอำนาจนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด บางอย่างที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศก็ต้องระมัดระวัง
.
นายคารม กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าการขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ได้มีอำนาจโดยพลการ การขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะนำเพียงข้อสันนิษฐานว่า “เมื่อคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้านำไปขายให้พวกแก๊งคอลเซนเตอร์ แล้วตัดไฟฟ้าที่ขายให้เขาเลยนั้น” เป็นการกระทำที่ไม่ชอบตามกฎหมาย เพราะในสัญญาระบุไว้หากฝ่ายคู่สัญญานำไฟฟ้าไปใช้ในกิจการที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ต้องให้หน่วยงานความมั่นคงยืนยัน สั่งการให้ กฟภ.ดำเนินการระงับการจ่ายไฟฟ้า ทั้งนึ้ การจะยกเลิกสัญญาได้นั้น กฟภ.จะยกเลิกสัญญาได้ในกรณี ดังนี้ 1.ดำเนินการตามกฎหมาย 2.ดำเนินการตามสัญญา 3.ดำเนินการตามนโยบายฝ่ายความมั่นคง 4.ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตระหนักถึงปัญหาเรื่องการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซนเตอร์ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเสมอ แต่การที่จะสั่งการให้ กฟภ.ไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคู่สัญญานั้น แตกต่างจากกรณีที่เราเห็นคนในตึกใดตึกหนึ่ง จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคนร้ายหรือกระทำผิดเห็นๆ จึงต่างกัน เหมือนในการปราบปรามยาเสพติด แม้เรารู้ว่ายาเสพติดไม่ดี และเป็นเรื่องที่ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด เราจะสั่งฆ่าสั่งยิงใครโดยไม่ผ่านกระบวนการตามกฎหมายไม่ได้ ถึงแม้ใจเราอยากทำก็ไม่อาจทำได้ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผิดหลักการหลายอย่าง” นายคารม ย้ำ
นายคารม กล่าวอีกว่า นายอนุทิน ที่กำกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมตัดไฟฟ้าถ้ามีการสั่งการจากหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด และนายอนุทิน ไม่เคยเจอตอ หรือไม่กลัวตอใดๆ ตามที่นายรังสิมันต์ โรมกล่าว ตนเองชื่นชมนายรังสิมันต์ โรม ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องควรทำ แต่ถ้ายังไม่ชัด ก็อย่ากล่าวหาคนอื่นตามความคิดของตัวเอง
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จำหน่ายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ว่า เบื้องต้นการทำสัญญา มีหลักการว่า “ถ้าคู่สัญญาไม่ทำผิดสัญญา คู่สัญญาจะไปละเมิดไม่ได้ ” ซึ่งไฟฟ้าเป็นสินค้าที่พิเศษ พลังงานไฟฟ้าเป็นสินค้าเกี่ยวกับความมั่นคง ถึงแม้กระทรวงมหาดไทยจะเป็นกระทรวงเกี่ยวกับความมั่นคง แต่เป็นความมั่นคงภายในประเทศ ไม่ได้มีอำนาจนอกราชอาณาจักรแต่อย่างใด บางอย่างที่เกี่ยวข้องระหว่างประเทศก็ต้องระมัดระวัง
.
นายคารม กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าการขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ต้องเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ไม่ได้มีอำนาจโดยพลการ การขายไฟฟ้าให้กับประเทศเพื่อนบ้าน เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จะนำเพียงข้อสันนิษฐานว่า “เมื่อคู่สัญญาซื้อขายไฟฟ้านำไปขายให้พวกแก๊งคอลเซนเตอร์ แล้วตัดไฟฟ้าที่ขายให้เขาเลยนั้น” เป็นการกระทำที่ไม่ชอบตามกฎหมาย เพราะในสัญญาระบุไว้หากฝ่ายคู่สัญญานำไฟฟ้าไปใช้ในกิจการที่ผิดกฎหมาย หรือเป็นภัยต่อความมั่นคง ต้องให้หน่วยงานความมั่นคงยืนยัน สั่งการให้ กฟภ.ดำเนินการระงับการจ่ายไฟฟ้า ทั้งนึ้ การจะยกเลิกสัญญาได้นั้น กฟภ.จะยกเลิกสัญญาได้ในกรณี ดังนี้ 1.ดำเนินการตามกฎหมาย 2.ดำเนินการตามสัญญา 3.ดำเนินการตามนโยบายฝ่ายความมั่นคง 4.ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาล
“นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตระหนักถึงปัญหาเรื่องการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซนเตอร์ พร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเสมอ แต่การที่จะสั่งการให้ กฟภ.ไม่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคู่สัญญานั้น แตกต่างจากกรณีที่เราเห็นคนในตึกใดตึกหนึ่ง จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับคนร้ายหรือกระทำผิดเห็นๆ จึงต่างกัน เหมือนในการปราบปรามยาเสพติด แม้เรารู้ว่ายาเสพติดไม่ดี และเป็นเรื่องที่ต้องปราบปรามอย่างเด็ดขาด เราจะสั่งฆ่าสั่งยิงใครโดยไม่ผ่านกระบวนการตามกฎหมายไม่ได้ ถึงแม้ใจเราอยากทำก็ไม่อาจทำได้ เพราะไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผิดหลักการหลายอย่าง” นายคารม ย้ำ
นายคารม กล่าวอีกว่า นายอนุทิน ที่กำกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมตัดไฟฟ้าถ้ามีการสั่งการจากหน่วยงานความมั่นคงทั้งหมด และนายอนุทิน ไม่เคยเจอตอ หรือไม่กลัวตอใดๆ ตามที่นายรังสิมันต์ โรมกล่าว ตนเองชื่นชมนายรังสิมันต์ โรม ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องควรทำ แต่ถ้ายังไม่ชัด ก็อย่ากล่าวหาคนอื่นตามความคิดของตัวเอง