วันที่ 4 ก.พ.2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีการให้สัมภาษณ์ของนายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ออกมาระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมทำอะไร ไม่ยอมสั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตัดไฟที่รัฐบาลไทยได้มีมติให้ขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านนั้น
.
นายคารม แย้งนายรังสิมันต์ โรมว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการทำหนังสือไปถึงฝ่ายความมั่นคงตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว แต่ไม่ได้รับคำตอบจากฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานทีมีอำนาจ ถ้าหากนายอนุทินอยู่เฉย ๆ ไม่ดำเนินการอะไรค่อยมากล่าวหา อย่ากล่าวหาโดยขาดความรู้ พูดเอาใจสาวกตัวเอง สร้างความสับสนกับประชาชน ที่อาจไม่เข้าใจขั้นตอนการดำเนินการ เพราะเรื่องจำหน่ายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่เรื่ิองภายในโดยแท้ จะเห็นจากเวลาขายไฟฟ้า ต้องผ่าน ครม.หากจะดำเนินการ ต้องชัดเจนในเหตุผลงดจ่ายไฟฟ้า ตามขั้นตอนกระบวนการของสัญญาที่ตกลงกันไว้ หากทำอะไรง่ายๆ ตามความพอใจ เขาไม่เรียกสัญญา
.
“ผมฟังรังสิมันต์ โรม พูดพยายามจะทำให้รัฐบาลแตกความสามัคคีกัน พยายามให้พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยทะเลาะกัน ซึ่งอยากจะบอกว่าสิ่งที่นายรังสิมันต์ โรม ทำอาจจะดูตื้นเขินไปหน่อย และอยากจะบอกว่าความเป็นนักกฎหมาย นายรังสิมันต์ โรม น่าจะต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสัญญาที่หน่วยงานของรัฐทำสัญญาระหว่างรัฐบาลต่างประเทศนั้น เขามีกฎเกณฑ์ และยิ่งเป็นเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ จะต้องมีมรรยาทการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องในหลายมิติ” นายคารม ระบุ
นายคารม กล่าวอีกว่า นายรังสิมันต์ โรม อย่ากล่าวลอยๆ เพื่อประคองคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้สนับสนุน สร้างความสับสน และกล่าวหานายอนุทิน ขอให้ระมัดระวังตัวเอง ถนอมตัวไว้เผื่อวันหนึ่งอาจมีโอกาสมาเป็น มท.1 เว้นแต่จะเหยียบบันไดผิดขั้น แล้วตกบันไดก่อน
4 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 19:22
ไม่เคยไปปกป้องใครที่ทำผิดกฎหมาย
“คารม” ยืนยัน “อนุทิน” ไม่ได้ลอยหน้าลอยตา ไม่เคยไปปกป้องใครที่ทำผิดกฎหมาย ย้ำชัด หากจะตัดไฟหรือยกเลิกต้องเป็นไปตามมติ ครม.หรือมีหนังสือยกเลิกจากคู่สัญญา ซึ่งเรื่องนี้ กฟภ.ชี้แจงไปแล้ว
วันที่ 4 ก.พ.2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีการให้สัมภาษณ์ของนายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ออกมาระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมทำอะไร ไม่ยอมสั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตัดไฟที่รัฐบาลไทยได้มีมติให้ขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านนั้น
.
นายคารม แย้งนายรังสิมันต์ โรมว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการทำหนังสือไปถึงฝ่ายความมั่นคงตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว แต่ไม่ได้รับคำตอบจากฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานทีมีอำนาจ ถ้าหากนายอนุทินอยู่เฉย ๆ ไม่ดำเนินการอะไรค่อยมากล่าวหา อย่ากล่าวหาโดยขาดความรู้ พูดเอาใจสาวกตัวเอง สร้างความสับสนกับประชาชน ที่อาจไม่เข้าใจขั้นตอนการดำเนินการ เพราะเรื่องจำหน่ายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่เรื่ิองภายในโดยแท้ จะเห็นจากเวลาขายไฟฟ้า ต้องผ่าน ครม.หากจะดำเนินการ ต้องชัดเจนในเหตุผลงดจ่ายไฟฟ้า ตามขั้นตอนกระบวนการของสัญญาที่ตกลงกันไว้ หากทำอะไรง่ายๆ ตามความพอใจ เขาไม่เรียกสัญญา
.
“ผมฟังรังสิมันต์ โรม พูดพยายามจะทำให้รัฐบาลแตกความสามัคคีกัน พยายามให้พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยทะเลาะกัน ซึ่งอยากจะบอกว่าสิ่งที่นายรังสิมันต์ โรม ทำอาจจะดูตื้นเขินไปหน่อย และอยากจะบอกว่าความเป็นนักกฎหมาย นายรังสิมันต์ โรม น่าจะต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสัญญาที่หน่วยงานของรัฐทำสัญญาระหว่างรัฐบาลต่างประเทศนั้น เขามีกฎเกณฑ์ และยิ่งเป็นเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ จะต้องมีมรรยาทการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องในหลายมิติ” นายคารม ระบุ
นายคารม กล่าวอีกว่า นายรังสิมันต์ โรม อย่ากล่าวลอยๆ เพื่อประคองคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้สนับสนุน สร้างความสับสน และกล่าวหานายอนุทิน ขอให้ระมัดระวังตัวเอง ถนอมตัวไว้เผื่อวันหนึ่งอาจมีโอกาสมาเป็น มท.1 เว้นแต่จะเหยียบบันไดผิดขั้น แล้วตกบันไดก่อน
วันที่ 4 ก.พ.2568 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง กรณีการให้สัมภาษณ์ของนายรังสิมันต์ โรม ในฐานะประธานคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ออกมาระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ยอมทำอะไร ไม่ยอมสั่งการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ตัดไฟที่รัฐบาลไทยได้มีมติให้ขายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้านนั้น
.
นายคารม แย้งนายรังสิมันต์ โรมว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ทำหน้าที่อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีการทำหนังสือไปถึงฝ่ายความมั่นคงตามขั้นตอนของกฎหมายแล้ว แต่ไม่ได้รับคำตอบจากฝ่ายความมั่นคงและหน่วยงานทีมีอำนาจ ถ้าหากนายอนุทินอยู่เฉย ๆ ไม่ดำเนินการอะไรค่อยมากล่าวหา อย่ากล่าวหาโดยขาดความรู้ พูดเอาใจสาวกตัวเอง สร้างความสับสนกับประชาชน ที่อาจไม่เข้าใจขั้นตอนการดำเนินการ เพราะเรื่องจำหน่ายไฟฟ้าให้ประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ใช่เรื่ิองภายในโดยแท้ จะเห็นจากเวลาขายไฟฟ้า ต้องผ่าน ครม.หากจะดำเนินการ ต้องชัดเจนในเหตุผลงดจ่ายไฟฟ้า ตามขั้นตอนกระบวนการของสัญญาที่ตกลงกันไว้ หากทำอะไรง่ายๆ ตามความพอใจ เขาไม่เรียกสัญญา
.
“ผมฟังรังสิมันต์ โรม พูดพยายามจะทำให้รัฐบาลแตกความสามัคคีกัน พยายามให้พรรคเพื่อไทยกับพรรคภูมิใจไทยทะเลาะกัน ซึ่งอยากจะบอกว่าสิ่งที่นายรังสิมันต์ โรม ทำอาจจะดูตื้นเขินไปหน่อย และอยากจะบอกว่าความเป็นนักกฎหมาย นายรังสิมันต์ โรม น่าจะต้องศึกษาเกี่ยวกับเรื่องสัญญาที่หน่วยงานของรัฐทำสัญญาระหว่างรัฐบาลต่างประเทศนั้น เขามีกฎเกณฑ์ และยิ่งเป็นเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ จะต้องมีมรรยาทการเมืองระหว่างประเทศเข้ามาเกี่ยวข้องในหลายมิติ” นายคารม ระบุ
นายคารม กล่าวอีกว่า นายรังสิมันต์ โรม อย่ากล่าวลอยๆ เพื่อประคองคะแนนนิยมจากกลุ่มผู้สนับสนุน สร้างความสับสน และกล่าวหานายอนุทิน ขอให้ระมัดระวังตัวเอง ถนอมตัวไว้เผื่อวันหนึ่งอาจมีโอกาสมาเป็น มท.1 เว้นแต่จะเหยียบบันไดผิดขั้น แล้วตกบันไดก่อน