"ทรงศักดิ์" แจงชัด 3 เทศบาล รังสิต -คูคต-ลำสามแก้ว ถูกถ่ายโอนไปยัง อปท. แล้ว

"ทรงศักดิ์" แจงชัด 3 เทศบาล รังสิต -คูคต-ลำสามแก้ว ถูกถ่ายโอนไปยัง อปท. แล้ว

ปัญหามีทางแก้ ไม่ไหวอย่าฝืน! “ทรงศักดิ์” แจงชัด 3 เทศบาลนคร รังสิต-เมืองคูคต-ลําสามแก้ว ถูกถ่ายโอนไปยัง อปท. แล้ว แนะ ของบโดยตรงไปยังสำนักงบได้ วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ตอบกระทู้ถามแทนตามข้อบังคับที่ 151 เรื่องปัญหาถนนคับแคบ ทรุดโทรม และขาดแคลนบริการขนส่งสาธารณะ ถนนลําลูกกาที่ 11 เสมาฟ้าคราม จังหวัดปทุมธานี ว่า สำหรับปัญหาของถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบ 3 เทศบาล คือ เทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคูคต และเทศบาลลําเมืองลําสามแก้ว แม้เทศบาลดังกล่าวนั้นเป็นเทศบาลที่กํากับดูแลของผู้ว่าราชการจังหวัด และมีนายอําเภอกํากับดูแลด้วย ซึ่งขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย แม้ว่ากระทรวงมหาดไทยก็มีการกํากับดูแล เป็นหน้าที่ตามกฎหมาย อย่างไรก็แล้วแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองถือว่าเป็นอิสระ เป็นนิติบุคคลหลักการกระจายอํานาจ แต่ว่าของเรายังมีการกํากับดูแลแบบอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกัน แต่ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่นยังมีคาบเกี่ยวกัน แต่ว่าหน้าที่จริงๆ เป็นหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเข้ามาจากการเลือกตั้ง มีสมาชิกมาจากการเลือกตั้ง สมาชิกมาจากการเลือกมาจากประชาชน ให้โอกาสในการทําหน้าที่ในการบริหารองค์กร ปกครองเอง ก็ต้องมีหน้าที่สําคัญในการดูแลพี่น้องประชาชน เรื่องของการพัฒนา เรื่องการก่อสร้างการปรุงรักษาถนน เพื่อประโยชน์สาธารณะ แก่ประชาชนในพื้นที่ และเพื่อให้เห็นทิศทางตรงกันว่า ถนนที่ท่านห่วงใย และมีความกังวล อยู่ในหน้าที่รับผิดชอบของท้องถิ่น ไม่ใช่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท หรือว่า กระทรวงคมนาคม ก่อนปี 2547 จะเป็นภารกิจของกรมทางหลวงชนบท แต่หลังจากปี 2547 แล้วก็มีการถ่ายโอนภาระกิจตามกฎหมาย คือ กรมทางหลวงชนบทจะมีอายุของกรมเพียง 5 ปี เป็นภารกิจเฉพาะ แต่ว่าภารกิจจริงๆ แล้วคือ ทําช่วงรอยต่อแล้วการเปลี่ยนผ่านระหว่างการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นทําแทนไปก่อน แต่เมื่อเข้าที่เข้าทางแล้ว เส้นทางคมนาคมทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ของ อปท. ก็จะมีการถ่ายโอนออกไปให้กับท้องถิ่นทําหน้าที่ เพราะฉะนั้นเส้นทางดังกล่าวถูกถ่ายโอนไปให้กับเทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคูคต เทศบาลเมืองลำสามแก้ว อันนี้เป็นเรื่องภารกิจที่ได้ดําเนินการโอนไปแล้ว . อย่างไรก็ดี ทางกระทรวงมหาดไทยได้มีการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอําเภอที่กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งได้สั่งการไปทุกจังหวัด ให้ อปท. ผู้บริหารองค์กรทั้งหลายดําเนินการไปให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้องประชาชน มีปัญหาอะไร ก็ต้องไปตั้งงบประมาณในการแก้ไขปัญหา ในส่วนท้องถิ่นเองก็มีงบประมาณเป็นของตัวเอง มีรายได้จากการจัดเก็บภาษีอากรเป็นของตัวเอง แต่ว่าการดําเนินการโครงการทั้งหลายก็ต้องใช้เงินของตัวเองในการเข้าไปบริหารจัดการแก้ปัญหา ยกเว้นแต่ว่างบประมาณที่มีอยู่อาจจะจํากัด มีน้อยไม่พอดําเนินการ ก็อาจจะไปขอที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ถ้า อบจ. ไม่มีให้ ก็ไปขอที่งบกลุ่มจังหวัด หรือถ้างบจังหวัดไม่มี ก็อาจจะขอมาที่ส่วนกลาง โดยเฉพาะวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลทั้งหลาย สามารถของบประมาณตรงไปที่สํานักงบประมาณได้แล้ว เทศบาลไม่ต้องของบประมาณมาที่กระทรวงมหาดไทยเหมือนกับ อบต. เพราะฉะนั้นปัญหาต่างๆ เหล่านี้ เทศบาลทั้ง 3 ท้องถิ่น สามารถที่จะตั้งงบประมาณเป็นของตัวเองในการดําเนินการได้ . จากการที่ได้ติดตามทราบว่า ท้องถิ่นทั้ง 3 แห่งนี้ ได้มีการตั้งงบประมาณในการดําเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องของถนนคับแคบ ชํารุด ทรุดโทรม และก็ขยายช่องการจราจรแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ส่วนที่ 1) เทศบาลเมืองคูคต ได้อนุมัติงบประมาณในการดําเนินการโครงการปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต อันนี้ก็เป็นส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลเมืองคูคต ส่วนที่ 2 ) เมืองลำสามแก้ว ได้อนุมัติงบประมาณโครงการปรับปรุงถนนเป็นแอสฟัลท์ติกคอนกรีต เป็นงบประมาณที่มาจากการจ่ายขาดเงินสะสม อันนี้ก็เป็นอํานาจหน้าที่ของ อปท. ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างอยู่ ส่วนที่ 3) เทศบาลนครรังสิต อันนี้ขยายช่องจราจร จาก 2 เป็น 4 ช่องจราจร อันนี้ดําเนินการไปแล้วเสร็จ . ทั้งนี้ นายทรงศักดิ์ ได้กล่าวว่า ทั้ง 3 ท้องถิ่น เส้นทางดังกล่าวนี้ เนื่องจากว่ามีเขตทางที่จะขยายช่วงแรกได้อยู่ แต่ช่วงหลังตั้งแต่ 2 เทศบาล เทศบาลลําสามแก้ว – คูคต ปรากฏว่าไม่มีเขตทางที่จะขยาย ทั้งนี้ในเรื่องการดำเนินการนั้นไม่ใช่หน้าที่ของกรมทางหลวงชนบท แต่เป็นหน้าที่ของท้องถิ่นทั้ง 3 แห่ง อย่างไรก็ตาม ถ้าหากจะต้องขยายที่ทั้งหมดให้เป็น 4 เลน คงจะต้องหาแนวทางในการที่จะให้ท้องถิ่นทั้ง 3 แห่ง ได้มีงบประมาณเพิ่ม เพราะว่าการดําเนินการขยายช่องการจราจรใช้เงินค่อนข้างสูงมาก แต่ถ้าเป็นเรื่องที่มีความจําเป็นจริงๆ เราอาจจะต้องให้ท้องถิ่นใน 3 แห่ง ที่มีงบประมาณอาจจะมีไม่เพียงพอจําเป็นต้องมีการถ่ายโอนถนนดังกล่าวกลับไปให้กับทางหลวงชนบทคืน ซึ่งในขณะนี้ ก็มีหลายจังหวัดได้มีการถ่ายโอนภารกิจที่เป็นเส้นทางคมนาคมอย่างนี้ให้กับกรมทางหลวงชนบททั้งหมดแล้ว . “ ผมมั่นใจว่า ถ้าให้หน่วยงานกลางดําเนินการ ถ้าเขาเป็นเจ้าภาพ เขาก็จะมีงบประมาณในการดําเนินการได้มากกว่าท้องถิ่น แล้วก็จะเป็นเรื่องที่ทําแล้วมีมาตรฐานงานของทางเป็นมาตรฐานเดียวกัน “ นายทรงศักดิ์ กล่าว .