นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับหน่วยงานของสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้
(1) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน เกี่ยวกับอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย - จีน ภายใต้พันธกิจอวกาศยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ หมายเลข 7
(2) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การพลังงานปรมาณูแห่งชาติจีนว่าด้วยความร่วมมือ ด้านการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ
ทั้งนี้ ในกรณีที่ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าวข้างต้น มีความจำเป็นต้องปรับปรุงถ้อยคำที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้โดยการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ และไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง
นายคารมกล่าวว่า 2.อนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กับหน่วยงานของสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ฉบับ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน เกี่ยวกับอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย - จีน ภายใต้พันธกิจอวกาศยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ หมายเลข 7 (Memorandum of Understanding between the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the China National Space Administration Concerming the Flight of the Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope (MATCH) Instrument on the Chang’e-7 Lunar Exploration Mission) มีสาระสำคัญในการวางกรอบข้อตกลงและข้อกำหนดสำหรับความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย – จีน (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope : MATCH)
2.) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การพลังงานปรมาณูแห่งชาติจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ (Memorandum of Understanding between the Ministry Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the China Atomic Energy Authority for Cooperation in Peaceful Uses of Nuclear Technology) มีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในการใช้พลังงานนิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ การพัฒนาความร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง และกำหนดให้มีการดำเนินการที่สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทั้งสองประเทศ ตลอดจนสนธิสัญญาและพันธกรณีระหว่างประเทศสองฝ่ายเข้าร่วม
“การจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับนี้ สอดดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในการมุ่งพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งการขยายความร่วมมือกับจีนในด้านเทคโนโลยีอวกาศ และด้านพลังงานและเทคโนโลยีนิวเคลียร์จะส่งผลให้ไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้ รวมทั้งเกิดการพัฒนาขีดความสามารถด้านวิจัยและพัฒนากำลังคนในสาขาที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต อีกทั้งการจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย - จีน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลจีน (พ.ศ.2565-2569) ที่มุ่งกระชับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนสอดคล้องกับแผนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการร่วมกันส่งเสริมเส้นทางเศรษฐกิจสายไหม และเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรรษที่ 21 ที่สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือด้านห้องปฏิบัติการร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสนับสนุนความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยของทั้งสองประเทศ” นายคารม ระบุ

8 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 09:00
ครม.เห็นชอบร่าง MOU อว. กับหน่วยงานจีน 2 ฉ.
"คารม" เผย ครม.เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่าง กระทรวง อว.กับหน่วยงานของจีน จำนวน 2 ฉบับ
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับหน่วยงานของสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้
(1) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน เกี่ยวกับอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย - จีน ภายใต้พันธกิจอวกาศยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ หมายเลข 7
(2) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การพลังงานปรมาณูแห่งชาติจีนว่าด้วยความร่วมมือ ด้านการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ
ทั้งนี้ ในกรณีที่ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าวข้างต้น มีความจำเป็นต้องปรับปรุงถ้อยคำที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้โดยการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ และไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง
นายคารมกล่าวว่า 2.อนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กับหน่วยงานของสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ฉบับ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน เกี่ยวกับอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย - จีน ภายใต้พันธกิจอวกาศยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ หมายเลข 7 (Memorandum of Understanding between the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the China National Space Administration Concerming the Flight of the Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope (MATCH) Instrument on the Chang’e-7 Lunar Exploration Mission) มีสาระสำคัญในการวางกรอบข้อตกลงและข้อกำหนดสำหรับความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย – จีน (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope : MATCH)
2.) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การพลังงานปรมาณูแห่งชาติจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ (Memorandum of Understanding between the Ministry Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the China Atomic Energy Authority for Cooperation in Peaceful Uses of Nuclear Technology) มีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในการใช้พลังงานนิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ การพัฒนาความร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง และกำหนดให้มีการดำเนินการที่สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทั้งสองประเทศ ตลอดจนสนธิสัญญาและพันธกรณีระหว่างประเทศสองฝ่ายเข้าร่วม
“การจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับนี้ สอดดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในการมุ่งพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งการขยายความร่วมมือกับจีนในด้านเทคโนโลยีอวกาศ และด้านพลังงานและเทคโนโลยีนิวเคลียร์จะส่งผลให้ไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้ รวมทั้งเกิดการพัฒนาขีดความสามารถด้านวิจัยและพัฒนากำลังคนในสาขาที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต อีกทั้งการจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย - จีน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลจีน (พ.ศ.2565-2569) ที่มุ่งกระชับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนสอดคล้องกับแผนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการร่วมกันส่งเสริมเส้นทางเศรษฐกิจสายไหม และเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรรษที่ 21 ที่สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือด้านห้องปฏิบัติการร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสนับสนุนความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยของทั้งสองประเทศ” นายคารม ระบุ
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบและอนุมัติตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เสนอ ดังนี้ 1. เห็นชอบต่อร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมกับหน่วยงานของสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ฉบับ ดังนี้
(1) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน เกี่ยวกับอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย - จีน ภายใต้พันธกิจอวกาศยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ หมายเลข 7
(2) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การพลังงานปรมาณูแห่งชาติจีนว่าด้วยความร่วมมือ ด้านการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ
ทั้งนี้ ในกรณีที่ร่างบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ ดังกล่าวข้างต้น มีความจำเป็นต้องปรับปรุงถ้อยคำที่มิใช่สาระสำคัญหรือไม่ขัดต่อผลประโยชน์ของไทย ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมดำเนินการได้โดยการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ และไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอีกครั้ง
นายคารมกล่าวว่า 2.อนุมัติให้ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ ซึ่งร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กับหน่วยงานของสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 2 ฉบับ สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้
1) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับสำนักงานบริหารอวกาศแห่งชาติจีน เกี่ยวกับอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย - จีน ภายใต้พันธกิจอวกาศยานสำรวจดวงจันทร์ฉางเอ๋อ หมายเลข 7 (Memorandum of Understanding between the Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the China National Space Administration Concerming the Flight of the Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope (MATCH) Instrument on the Chang’e-7 Lunar Exploration Mission) มีสาระสำคัญในการวางกรอบข้อตกลงและข้อกำหนดสำหรับความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์สำรวจสภาพอวกาศโดยรอบของดวงจันทร์ไทย – จีน (Moon Aiming Thai-Chinese Hodoscope : MATCH)
2.) ร่างบันทึกความเข้าใจระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งราชอาณาจักรไทยกับองค์การพลังงานปรมาณูแห่งชาติจีนว่าด้วยความร่วมมือด้านการใช้ประโยชน์เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ (Memorandum of Understanding between the Ministry Higher Education, Science, Research and Innovation of the Kingdom of Thailand and the China Atomic Energy Authority for Cooperation in Peaceful Uses of Nuclear Technology) มีสาระสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือในการใช้พลังงานนิวเคลียร์และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติ การพัฒนาความร่วมมือในด้านการวิจัยและพัฒนาที่เกี่ยวข้อง และกำหนดให้มีการดำเนินการที่สอดคล้องกับกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับของทั้งสองประเทศ ตลอดจนสนธิสัญญาและพันธกรณีระหว่างประเทศสองฝ่ายเข้าร่วม
“การจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับนี้ สอดดคล้องกับนโยบายของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ในการมุ่งพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งการขยายความร่วมมือกับจีนในด้านเทคโนโลยีอวกาศ และด้านพลังงานและเทคโนโลยีนิวเคลียร์จะส่งผลให้ไทยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยี และองค์ความรู้ รวมทั้งเกิดการพัฒนาขีดความสามารถด้านวิจัยและพัฒนากำลังคนในสาขาที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคต อีกทั้งการจัดทำบันทึกความเข้าใจฯ ทั้ง 2 ฉบับ สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการร่วมว่าด้วยความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ไทย - จีน ระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลจีน (พ.ศ.2565-2569) ที่มุ่งกระชับความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนสอดคล้องกับแผนความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย กับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่าด้วยการร่วมกันส่งเสริมเส้นทางเศรษฐกิจสายไหม และเส้นทางสายไหมทางทะเลแห่งศตวรรรษที่ 21 ที่สนับสนุนการถ่ายทอดเทคโนโลยีผ่านความร่วมมือด้านห้องปฏิบัติการร่วม การแลกเปลี่ยนนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสนับสนุนความร่วมมือระหว่างสถาบันวิจัยของทั้งสองประเทศ” นายคารม ระบุ