นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยองค์การบริหารส่วนตำบลไพรพัฒนา (อบต.ไพรพัฒนา) ได้ดำเนินโครงการพัฒนาบริเวณจุดชมวิวผาพญากูปรี ท้องที่ตำบลไพร อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ (โครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯ) ซึ่งมีการก่อสร้าง สิ่งปลูกสร้าง เช่น ห้องน้ำ ลานจอดรถ สวนหย่อม ร้านอาหาร เป็นต้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวแก่ชุมชน มาตั้งแต่ปี 2558 แต่อยู่ในพื้นที่สุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติ (23 มิถุนายน 2563) ให้ส่วนราชการที่เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาตยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ประกอบกับ มท.มีแผนพัฒนาโครงการเพิ่มเติม จึงยื่นคำขออนุญาตโดยต้องจัดทำรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Accounting Report: รายงาน EAR) เนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน ซึ่งคณะกรรมการเพื่อพิจารณารายการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้เห็นชอบรายงาน EAR แล้ว แต่โดยที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งว่าเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ มท.ต้องข่อผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2532 ที่ไม่อนุมัติให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ อีกไม่ว่ากรณีใดก่อนดำเนินการต่อไป
นายคารม กล่าว่า อบต.ไพรพัฒนาจะพัฒนาโครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯ เพิ่มเติมในขอบเขตพื้นที่เดิมที่มีการเปิดใช้ประโยชน์แล้ว โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน ดังนี้ โซนแปลง A สำหรับเป็นที่จอดรถ ห้องสุขา อาคารประชาสัมพันธ์ ร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้าชุมชน จำนวน 6 ไร่ 2 งาน โซนแปลง B สำหรับเป็นศาลาที่พัก สวนหย่อมร้านอาหาร และจุดชมวิว (SKY WALK) จำนวน 7 ไร่ 2 งาน และโซน C สำหรับเป็นเส้นทางในการศึกษาธรรมชาติ จำนวน 2 งาน รวมพื้นที่ทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน
ซึ่ง อบต.ไพรพัฒนาได้กำหนดการพัฒนาเพิ่มเติมจากที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ส่วนการพัฒนาด้านสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ (1) จุดชมวิวสกายวอล์ค (Skywalk) หรือสะพานลอยเดินเท้า (2) ปรับปรุงทัศนียภาพภูมิทัศน์โดยรอบและพัฒนาพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพบริเวณจุดชมวิวผาพญากูปรี เช่น ที่จอดรถ ร้านค้า อาคารประชาสัมพันธ์ และห้องน้ำ เป็นต้น 2. ส่วนสวนป่าสมุนไพรหรือแหล่งศึกษาธรรมชาติซึ่งจะพัฒนาและอนุรักษ์พื้นที่สวนป่าสมุนไพรให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ
ทั้งนี้ โครงการได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะบรรเทาผลกระทบจากกิจกรรมจากโครงการ ซึ่งจากรายงาน EAR โครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯของ อบต.ไพรพัฒนาพบว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะอยู่ในระดับต่ำ
16 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11:25
ผ่อนผัน ใช้ประโยชน์ พื้นที่ป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลา
"คารม"เผย ครม.เห็นชอบ ขอยกเว้นมติคณะรัฐมนตรีที่ห้ามใช้ประโยชน์ในเขตป่าที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้รักษาไว้เป็นสมบัติของชาติป่าฝั่งซ้ายห้วยศาลาพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ เพื่อพัฒนาบริเวณจุดชมวิวผาพญากูปรี จ.ศรีสะเกษ
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยองค์การบริหารส่วนตำบลไพรพัฒนา (อบต.ไพรพัฒนา) ได้ดำเนินโครงการพัฒนาบริเวณจุดชมวิวผาพญากูปรี ท้องที่ตำบลไพร อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ (โครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯ) ซึ่งมีการก่อสร้าง สิ่งปลูกสร้าง เช่น ห้องน้ำ ลานจอดรถ สวนหย่อม ร้านอาหาร เป็นต้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวแก่ชุมชน มาตั้งแต่ปี 2558 แต่อยู่ในพื้นที่สุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติ (23 มิถุนายน 2563) ให้ส่วนราชการที่เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาตยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ประกอบกับ มท.มีแผนพัฒนาโครงการเพิ่มเติม จึงยื่นคำขออนุญาตโดยต้องจัดทำรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Accounting Report: รายงาน EAR) เนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน ซึ่งคณะกรรมการเพื่อพิจารณารายการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้เห็นชอบรายงาน EAR แล้ว แต่โดยที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งว่าเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ มท.ต้องข่อผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2532 ที่ไม่อนุมัติให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ อีกไม่ว่ากรณีใดก่อนดำเนินการต่อไป
นายคารม กล่าว่า อบต.ไพรพัฒนาจะพัฒนาโครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯ เพิ่มเติมในขอบเขตพื้นที่เดิมที่มีการเปิดใช้ประโยชน์แล้ว โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน ดังนี้ โซนแปลง A สำหรับเป็นที่จอดรถ ห้องสุขา อาคารประชาสัมพันธ์ ร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้าชุมชน จำนวน 6 ไร่ 2 งาน โซนแปลง B สำหรับเป็นศาลาที่พัก สวนหย่อมร้านอาหาร และจุดชมวิว (SKY WALK) จำนวน 7 ไร่ 2 งาน และโซน C สำหรับเป็นเส้นทางในการศึกษาธรรมชาติ จำนวน 2 งาน รวมพื้นที่ทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน
ซึ่ง อบต.ไพรพัฒนาได้กำหนดการพัฒนาเพิ่มเติมจากที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ส่วนการพัฒนาด้านสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ (1) จุดชมวิวสกายวอล์ค (Skywalk) หรือสะพานลอยเดินเท้า (2) ปรับปรุงทัศนียภาพภูมิทัศน์โดยรอบและพัฒนาพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพบริเวณจุดชมวิวผาพญากูปรี เช่น ที่จอดรถ ร้านค้า อาคารประชาสัมพันธ์ และห้องน้ำ เป็นต้น 2. ส่วนสวนป่าสมุนไพรหรือแหล่งศึกษาธรรมชาติซึ่งจะพัฒนาและอนุรักษ์พื้นที่สวนป่าสมุนไพรให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ
ทั้งนี้ โครงการได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะบรรเทาผลกระทบจากกิจกรรมจากโครงการ ซึ่งจากรายงาน EAR โครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯของ อบต.ไพรพัฒนาพบว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะอยู่ในระดับต่ำ
นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย (มท.) โดยองค์การบริหารส่วนตำบลไพรพัฒนา (อบต.ไพรพัฒนา) ได้ดำเนินโครงการพัฒนาบริเวณจุดชมวิวผาพญากูปรี ท้องที่ตำบลไพร อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ (โครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯ) ซึ่งมีการก่อสร้าง สิ่งปลูกสร้าง เช่น ห้องน้ำ ลานจอดรถ สวนหย่อม ร้านอาหาร เป็นต้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีมาตรฐาน สามารถรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ และสร้างรายได้ด้านการท่องเที่ยวแก่ชุมชน มาตั้งแต่ปี 2558 แต่อยู่ในพื้นที่สุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และยังไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติ (23 มิถุนายน 2563) ให้ส่วนราชการที่เข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาตยื่นคำขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ประกอบกับ มท.มีแผนพัฒนาโครงการเพิ่มเติม จึงยื่นคำขออนุญาตโดยต้องจัดทำรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อม (Environmental Accounting Report: รายงาน EAR) เนื้อที่ 14 ไร่ 2 งาน ซึ่งคณะกรรมการเพื่อพิจารณารายการข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและรายงานข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมได้เห็นชอบรายงาน EAR แล้ว แต่โดยที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แจ้งว่าเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 เอ มท.ต้องข่อผ่อนผันมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2532 ที่ไม่อนุมัติให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ อีกไม่ว่ากรณีใดก่อนดำเนินการต่อไป
นายคารม กล่าว่า อบต.ไพรพัฒนาจะพัฒนาโครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯ เพิ่มเติมในขอบเขตพื้นที่เดิมที่มีการเปิดใช้ประโยชน์แล้ว โดยแบ่งพื้นที่เป็น 3 ส่วน ดังนี้ โซนแปลง A สำหรับเป็นที่จอดรถ ห้องสุขา อาคารประชาสัมพันธ์ ร้านค้าจำหน่ายของที่ระลึกและสินค้าชุมชน จำนวน 6 ไร่ 2 งาน โซนแปลง B สำหรับเป็นศาลาที่พัก สวนหย่อมร้านอาหาร และจุดชมวิว (SKY WALK) จำนวน 7 ไร่ 2 งาน และโซน C สำหรับเป็นเส้นทางในการศึกษาธรรมชาติ จำนวน 2 งาน รวมพื้นที่ทั้งหมด 14 ไร่ 2 งาน
ซึ่ง อบต.ไพรพัฒนาได้กำหนดการพัฒนาเพิ่มเติมจากที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1. ส่วนการพัฒนาด้านสิ่งปลูกสร้าง ได้แก่ (1) จุดชมวิวสกายวอล์ค (Skywalk) หรือสะพานลอยเดินเท้า (2) ปรับปรุงทัศนียภาพภูมิทัศน์โดยรอบและพัฒนาพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มศักยภาพบริเวณจุดชมวิวผาพญากูปรี เช่น ที่จอดรถ ร้านค้า อาคารประชาสัมพันธ์ และห้องน้ำ เป็นต้น 2. ส่วนสวนป่าสมุนไพรหรือแหล่งศึกษาธรรมชาติซึ่งจะพัฒนาและอนุรักษ์พื้นที่สวนป่าสมุนไพรให้เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติ
ทั้งนี้ โครงการได้มีการกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะบรรเทาผลกระทบจากกิจกรรมจากโครงการ ซึ่งจากรายงาน EAR โครงการพัฒนาจุดชมวิวผาพญากูปรีฯของ อบต.ไพรพัฒนาพบว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะอยู่ในระดับต่ำ