อย่าพูดคลุมเครือ  ทำให้คนอื่นเสียหาย

อย่าพูดคลุมเครือ ทำให้คนอื่นเสียหาย

“คารม” โต้ "ธนดล" อย่าพูดคลุมเครือ ทำให้คนอื่นเสียหาย กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา ว่ามีเจตนาอย่างไร วันที่ 16 ก.พ.68 นายคารม พลพรกลาง สมาชิกพรรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า จากกรณีนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำลังทำการตรวจสอบว่ามีการนำที่ดิน สปก.ไปออกโฉนดที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยระบุว่า พื้นที่ที่ตรวจสอบครอบคลุม สนามกอล์ฟนักการเมืองใหญ่ 1 สนาม ซึ่งในการพูดดังกล่าว นายธนดล ฯ ก็ยืนยันว่า เป็นสนามกอล์ฟของนาย อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และนายอนุทิน ฯ ได้อธิบายว่าเป็นธุรกิจ ครอบครัว ไม่ใช่ของนายอนุทินเอง ซึ่งได้มาอย่างถูกต้อง นายคารม กล่าวว่า ประเด็นสำคัญการที่นายธนดล กำลังทำอยู่นั้น คือการตรวจสอบว่าการโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าวออกมาโดยชอบหรือไม่ เอา สปก. มาออกใช่หรือไม่ นอกจากนั้น ตัวนายธนดล ฯ เอง ยังยอมรับว่า แม้แต่ที่ดินที่ออกให้ประชาชนในนิคมสร้างตนเอง ประชาชนที่ถือครองมาแล้ว 5 ปี ก็สามารถออกโฉนดที่ดินได้ “การทำหน้าที่ของนายธนดล ฯ ในการตรวจสอบที่ดิน สปก. ดังกล่าวก็ทำไป แต่ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะไปพูดให้คนสังสัยว่าที่ดินที่ตรวจสอบอยู่นั้น เป็นสนามกอล์ฟ ของนายอนุทินฯ ไม่รู้ลึกไปถึงด้วยซ้ำว่า สนามกอล์ฟดังกล่าว นั้นเป็นของธุรกิจครอบครัวนายอนุทิน ฯ และพูดเองว่าสนามกอล์ฟนั้น มีโฉนดถูกต้อง“ นายคารม ระบุ นายคารม กล่าวต่อว่า กรมที่ดินได้แถลงว่า ที่ดินที่ออกตาม นค. 3 ของนิคมสร้างตนเองนั้น สามารถนำมาออกโฉนดที่ดินได้ ตามประมวลกฎหมายที่ดิน คือโฉนดที่ดินที่ออกตามกระบวนการนี้ ออกมาโดยชอบ แต่การที่นายธนดล ออกมาพูดทั้งเรื่องถูกต้องและไม่ถูกต้องปะปนกันในคราวเดียวกัน และแถลงข่าวให้สังคมเข้าใจสับสนว่าที่ดินของสนามกอล์ฟของนายอนุทิน ฯ ได้ที่ดินมาโดยชอบไหม นายธนดล ฯ ย่อมทราบดีว่าทำให้สังคม สับสน และมองนายอนุทินฯ ในทางเสียหาย แถมยังให้สัมภาษณ์ในรายการหนึ่ง แพร่ไปทั่วประเทศด้วย เพราะฉะนั้นจะ มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ว่านายธนดล ย่อมเล็งเห็นและเป็นการส่อที่จะทำให้นายอนุทินเสียหายทั้งทางส่วนตัว และการเมือง