วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตําบลโคกก่อง อําเภอบึงกาฬ จากกลิ่นเหม็นของโรงงานยาง เป็นปัญหามานานหลายปี ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนเข้ามาจํานวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดํารงชีวิต ที่ต้องทนกับกลิ่นเหม็นจากโรงงานยาง และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง หลายครอบครัวมีอาการแสบจมูก แสบคอ ระคายเคือง แน่นหน้าอก หายใจลําบาก บางคนเป็นผื่นคันตามผิวหนัง บางรายถึงขั้นป่วยมีเลือดกําเดาไหล กระทบต่อสุขภาพประชาชนเป็นอย่างมาก และที่สําคัญกลิ่นเหม็นยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่องทางสร้างรายได้สําคัญให้กับจังหวัดบึงกาฬ โดยเฉพาะตําบลโคกก่อง ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญ เช่น หินสามวาฬ ซึ่งเป็นที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
นายสยาม กล่าวว่า จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขปัญหาทันที คือ 1.ใช้เทคโนโลยีเพื่อควบคุม และลดการปล่อยกลิ่น เช่น ติดตั้งระบบกรองอากาศ ปรับปรุงวิธีการผลิต หรือการใช้สารเติมแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดกลิ่น 2.การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งสําคัญ รวมถึงการตรวจสอบ และรายงานการปล่อยกลิ่นอย่างสม่ำเสมอ 3.การส่งเสริมแนวทางการผลิตที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมการยาง สามารถช่วยบรรเทาปัญหากลิ่นได้ เช่น การนําเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดมาใช้ และการสํารวจการใช้ยางที่เหลือเพื่อใช้ในทางเลือกอื่น
"เป็นเรื่องดีที่มีโรงงานยางมาตั้งที่จังหวัดบึงกาฬ เพราะสะดวกต่อชาวสวนยางในการนำยางไปขาย แต่เรื่องมาตรฐานโรงงาน และสุขภาพก็เป็นสิ่งสําคัญไม่แพ้กัน จึงอยากฝากประธานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม และ อุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ ให้ช่วยตรวจสอบโรงงานยางพาราในตําบลโคกก่อง ทั้ง 2 แห่ง พร้อมแก้ไขปัญหา และรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวบึงกาฬทุกคน" สส.สยามกล่าว

20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 14:03
"สส.สยาม" วอนรัฐ แก้ปัญหากลิ่นเหม็น จากโรงงานยาง กระทบความเป็นอยู่ปชช. และการท่องเที่ยว
แก้ด่วน! "สส.สยาม" วอนภาครัฐ แก้ไขปัญหากลิ่นเหม็นจากโรงงานยาง กระทบความเป็นอยู่ประชาชน และการท่องเที่ยว
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตําบลโคกก่อง อําเภอบึงกาฬ จากกลิ่นเหม็นของโรงงานยาง เป็นปัญหามานานหลายปี ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนเข้ามาจํานวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดํารงชีวิต ที่ต้องทนกับกลิ่นเหม็นจากโรงงานยาง และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง หลายครอบครัวมีอาการแสบจมูก แสบคอ ระคายเคือง แน่นหน้าอก หายใจลําบาก บางคนเป็นผื่นคันตามผิวหนัง บางรายถึงขั้นป่วยมีเลือดกําเดาไหล กระทบต่อสุขภาพประชาชนเป็นอย่างมาก และที่สําคัญกลิ่นเหม็นยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่องทางสร้างรายได้สําคัญให้กับจังหวัดบึงกาฬ โดยเฉพาะตําบลโคกก่อง ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญ เช่น หินสามวาฬ ซึ่งเป็นที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
นายสยาม กล่าวว่า จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขปัญหาทันที คือ 1.ใช้เทคโนโลยีเพื่อควบคุม และลดการปล่อยกลิ่น เช่น ติดตั้งระบบกรองอากาศ ปรับปรุงวิธีการผลิต หรือการใช้สารเติมแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดกลิ่น 2.การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งสําคัญ รวมถึงการตรวจสอบ และรายงานการปล่อยกลิ่นอย่างสม่ำเสมอ 3.การส่งเสริมแนวทางการผลิตที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมการยาง สามารถช่วยบรรเทาปัญหากลิ่นได้ เช่น การนําเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดมาใช้ และการสํารวจการใช้ยางที่เหลือเพื่อใช้ในทางเลือกอื่น
"เป็นเรื่องดีที่มีโรงงานยางมาตั้งที่จังหวัดบึงกาฬ เพราะสะดวกต่อชาวสวนยางในการนำยางไปขาย แต่เรื่องมาตรฐานโรงงาน และสุขภาพก็เป็นสิ่งสําคัญไม่แพ้กัน จึงอยากฝากประธานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม และ อุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ ให้ช่วยตรวจสอบโรงงานยางพาราในตําบลโคกก่อง ทั้ง 2 แห่ง พร้อมแก้ไขปัญหา และรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวบึงกาฬทุกคน" สส.สยามกล่าว
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นายสยาม เพ็งทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบึงกาฬ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ตําบลโคกก่อง อําเภอบึงกาฬ จากกลิ่นเหม็นของโรงงานยาง เป็นปัญหามานานหลายปี ประชาชนในพื้นที่ร้องเรียนเข้ามาจํานวนมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดํารงชีวิต ที่ต้องทนกับกลิ่นเหม็นจากโรงงานยาง และยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง หลายครอบครัวมีอาการแสบจมูก แสบคอ ระคายเคือง แน่นหน้าอก หายใจลําบาก บางคนเป็นผื่นคันตามผิวหนัง บางรายถึงขั้นป่วยมีเลือดกําเดาไหล กระทบต่อสุขภาพประชาชนเป็นอย่างมาก และที่สําคัญกลิ่นเหม็นยังส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นช่องทางสร้างรายได้สําคัญให้กับจังหวัดบึงกาฬ โดยเฉพาะตําบลโคกก่อง ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญ เช่น หินสามวาฬ ซึ่งเป็นที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ
นายสยาม กล่าวว่า จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขปัญหาทันที คือ 1.ใช้เทคโนโลยีเพื่อควบคุม และลดการปล่อยกลิ่น เช่น ติดตั้งระบบกรองอากาศ ปรับปรุงวิธีการผลิต หรือการใช้สารเติมแต่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดกลิ่น 2.การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นสิ่งสําคัญ รวมถึงการตรวจสอบ และรายงานการปล่อยกลิ่นอย่างสม่ำเสมอ 3.การส่งเสริมแนวทางการผลิตที่ยั่งยืนในอุตสาหกรรมการยาง สามารถช่วยบรรเทาปัญหากลิ่นได้ เช่น การนําเทคโนโลยีการผลิตที่สะอาดมาใช้ และการสํารวจการใช้ยางที่เหลือเพื่อใช้ในทางเลือกอื่น
"เป็นเรื่องดีที่มีโรงงานยางมาตั้งที่จังหวัดบึงกาฬ เพราะสะดวกต่อชาวสวนยางในการนำยางไปขาย แต่เรื่องมาตรฐานโรงงาน และสุขภาพก็เป็นสิ่งสําคัญไม่แพ้กัน จึงอยากฝากประธานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม และ อุตสาหกรรมจังหวัดบึงกาฬ ให้ช่วยตรวจสอบโรงงานยางพาราในตําบลโคกก่อง ทั้ง 2 แห่ง พร้อมแก้ไขปัญหา และรายงานสถานการณ์ความคืบหน้าให้ประชาชนรับทราบ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดบึงกาฬ และเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของชาวบึงกาฬทุกคน" สส.สยามกล่าว