วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ เพื่อส่งข้อเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี ดําเนินการต่อไป ว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ในจังหวัดของเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร ชัยนาท อ่างทอง ปราจีนบุรี อุทัยธานี ลพบุรี นครราชสีมา หรืออํานาจเจริญ ได้รับผลกระทบที่หนักหนาสาหัส เช่นเดียวกัน
.
นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า วันนี้มีปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรมาร้องเรียนต่อสภาแห่งนี้ ทุกวันนี้รัฐบาลคือความหวังของพี่น้องชาวนา และพวกเราที่เป็นผู้แทนที่มาพูดแทนพี่น้องเกษตรกร ปัญหาราคาข้าวตกต่ำมีมานานล้ว และพี่น้องชาวนาใช้ความอดทน และถ้าไม่ถึงที่สุดหรือไม่เหลืออดจริงๆ พี่น้องชาวนาจะไม่ออกมาชุมนุม มาตากแดดเพื่อรอคําตอบจากรัฐบาล
.
“ตอนนี้ที่พี่น้องชาวนา ต้องออกมาเร่งรัด เพราะว่าจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว พี่น้องชาวนารออีกต่อไปไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้ต้นทุนการผลิตสูง ทั้งปุ๋ยแพง ทั้งยา ข้าวไม่งามต้องใส่ไปเพิ่มอีก ปีที่แล้วเป็นปีที่โชคดี ดีมานด์สูง และซัพพลายจากประเทศอื่นขาดไป ทําให้ราคาข้าวดี พี่น้องชาวนาไทยแฮปปี้ มีความสุขกันถ้วนหน้า แต่นี่ไม่ใช่นโยบายจากรัฐบาล ในวันนี้ราคาข้าวตกต่ำขนาดนี้ รัฐบาลยังไม่มีนโยบายใดๆ ออกมาช่วยเหลือเกษตรกรเลย สรุปว่าราคาข้าวดีรัฐบาลเฉย ราคาข้าวตกต่ำรัฐบาลยังอยู่เฉยได้อีกหรือ นี่เป็นรัฐบาลที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน เป็นรัฐบาลที่ต้องออกมารับมือกับปัญหานี้ได้แล้ว เพราะเป็นปัญหาที่ช้าไม่ได้ และรอไม่ได้จริงๆ” นางสาวพิมพฤดา กล่าว
.
นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันนี้จนถึงช่วงเดือนเมษายน จะมีพื้นที่เก็บเกี่ยวมากกว่า 300,000 ไร่ ที่กําลังรอเก็บเกี่ยวอยู่ เกษตรกรผู้ทํานาจะได้รับผลกระทบกว่า 29,000 คน และในกลุ่มจังหวัดภาคกลาง น่าจะมีผู้ทํานาได้รับผลกระทบมากกว่า 1 ล้านคน หรือหลายแสนครัวเรือน โดยเฉพาะชาวนาในพื้นที่รับน้ำ ถ้าไม่ได้รอบนี้ก็ไม่รู้จะต้องรอไปถึงตอนไหน
สส.อยุธยา กล่าวว่า ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา พี่น้องชาวนา ยังได้ความช่วยเหลือบ้าง จากนโยบายที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น การพยุงราคาข้าว การพักหนี้ การให้สินเชื่อ ตลอดจนสนับสนุนค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการผลิต เป็นการสนับสนุนทั้งทางตรง และทางอ้อม ซึ่งรู้สึกแปลกใจมากว่าทําไมรัฐบาลยังไม่มีนโยบายออกมาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาอีก ทั้งที่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่พี่น้องชาวนา คาดหวังเหลือเกิน ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาปากท้อง และแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรไทยได้
.
นางสาวพิมพฤดา อภิปรายว่า ทราบดีว่ากระทรวงพาณิชย์ มีการเร่งออก 7 มาตรการด่วนออกมา เป็นการดันราคาข้าวนาปรัง ล้วนเป็นโครงการที่ดี แต่หลายโครงการ มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขในระยะยาว อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ในตอนนี้ ซึ่งต้องถามกลับไปยังกระทรวงว่า โครงการเหล่านี้จะพร้อมเมื่อไหร่ จะทันการณ์หรือไม่ จะเริ่มได้เมื่อไหร่ เพราะอีกไม่กี่วันนี้ชาวนาต้องเกี่ยวข้าวแล้ว เมื่อชาวนาเกี่ยวแล้ว จะทําอะไรต่อไม่ได้แล้ว ต้องขายข้าว การที่รัฐบาลออกมาตรการแบบนี้ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบชาวนาที่กําลังรอฟังคําตอบอยู่
.
“ดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาลมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่สําคัญและเร่งด่วนจริงๆ ของชาวนา และอยากให้รัฐบาลดําเนินการแก้ไข ไม่ใช่แค่เฉพาะหน้า เพราะเราเห็นปัญหานี้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต คิดว่าคงจะเจอปัญหาคล้ายๆ กัน จึงอยากจะให้รัฐบาล ดูแลการแก้ไขปัญหาในระยะยาวที่ยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้วชาวนายังเป็นผู้ผลิตอาหารหลัก ยังเป็นกระดูกสันหลังของชาติไทย เหมือนเดิม” นางสาวพิมพฤดา กล่าว

20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 21:45
"พิมพฤดา" เสนอญัตติด่วน ราคาข้าวตกต่ำ ระบ 7 มาตรการ ก.พาณิชย์ ไม่รู้จะตอบ อะไรกับชาวนา
ชาวนาจะเกี่ยวข้าวแล้ว ! สส.พิมพฤดา เสนอญัตติด่วน ราคาข้าวที่ตกต่ำ ระบุ 7 มาตรการ ของกระทรวงพาณิชย์ ไม่รู้จะตอบอะไรกับชาวนา เพราะไม่ได้แก้ปัญหาอย่างยั่งยืนให้กระดูกสันหลังของชาติ
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ เพื่อส่งข้อเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี ดําเนินการต่อไป ว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ในจังหวัดของเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร ชัยนาท อ่างทอง ปราจีนบุรี อุทัยธานี ลพบุรี นครราชสีมา หรืออํานาจเจริญ ได้รับผลกระทบที่หนักหนาสาหัส เช่นเดียวกัน
.
นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า วันนี้มีปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรมาร้องเรียนต่อสภาแห่งนี้ ทุกวันนี้รัฐบาลคือความหวังของพี่น้องชาวนา และพวกเราที่เป็นผู้แทนที่มาพูดแทนพี่น้องเกษตรกร ปัญหาราคาข้าวตกต่ำมีมานานล้ว และพี่น้องชาวนาใช้ความอดทน และถ้าไม่ถึงที่สุดหรือไม่เหลืออดจริงๆ พี่น้องชาวนาจะไม่ออกมาชุมนุม มาตากแดดเพื่อรอคําตอบจากรัฐบาล
.
“ตอนนี้ที่พี่น้องชาวนา ต้องออกมาเร่งรัด เพราะว่าจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว พี่น้องชาวนารออีกต่อไปไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้ต้นทุนการผลิตสูง ทั้งปุ๋ยแพง ทั้งยา ข้าวไม่งามต้องใส่ไปเพิ่มอีก ปีที่แล้วเป็นปีที่โชคดี ดีมานด์สูง และซัพพลายจากประเทศอื่นขาดไป ทําให้ราคาข้าวดี พี่น้องชาวนาไทยแฮปปี้ มีความสุขกันถ้วนหน้า แต่นี่ไม่ใช่นโยบายจากรัฐบาล ในวันนี้ราคาข้าวตกต่ำขนาดนี้ รัฐบาลยังไม่มีนโยบายใดๆ ออกมาช่วยเหลือเกษตรกรเลย สรุปว่าราคาข้าวดีรัฐบาลเฉย ราคาข้าวตกต่ำรัฐบาลยังอยู่เฉยได้อีกหรือ นี่เป็นรัฐบาลที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน เป็นรัฐบาลที่ต้องออกมารับมือกับปัญหานี้ได้แล้ว เพราะเป็นปัญหาที่ช้าไม่ได้ และรอไม่ได้จริงๆ” นางสาวพิมพฤดา กล่าว
.
นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันนี้จนถึงช่วงเดือนเมษายน จะมีพื้นที่เก็บเกี่ยวมากกว่า 300,000 ไร่ ที่กําลังรอเก็บเกี่ยวอยู่ เกษตรกรผู้ทํานาจะได้รับผลกระทบกว่า 29,000 คน และในกลุ่มจังหวัดภาคกลาง น่าจะมีผู้ทํานาได้รับผลกระทบมากกว่า 1 ล้านคน หรือหลายแสนครัวเรือน โดยเฉพาะชาวนาในพื้นที่รับน้ำ ถ้าไม่ได้รอบนี้ก็ไม่รู้จะต้องรอไปถึงตอนไหน
สส.อยุธยา กล่าวว่า ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา พี่น้องชาวนา ยังได้ความช่วยเหลือบ้าง จากนโยบายที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น การพยุงราคาข้าว การพักหนี้ การให้สินเชื่อ ตลอดจนสนับสนุนค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการผลิต เป็นการสนับสนุนทั้งทางตรง และทางอ้อม ซึ่งรู้สึกแปลกใจมากว่าทําไมรัฐบาลยังไม่มีนโยบายออกมาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาอีก ทั้งที่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่พี่น้องชาวนา คาดหวังเหลือเกิน ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาปากท้อง และแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรไทยได้
.
นางสาวพิมพฤดา อภิปรายว่า ทราบดีว่ากระทรวงพาณิชย์ มีการเร่งออก 7 มาตรการด่วนออกมา เป็นการดันราคาข้าวนาปรัง ล้วนเป็นโครงการที่ดี แต่หลายโครงการ มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขในระยะยาว อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ในตอนนี้ ซึ่งต้องถามกลับไปยังกระทรวงว่า โครงการเหล่านี้จะพร้อมเมื่อไหร่ จะทันการณ์หรือไม่ จะเริ่มได้เมื่อไหร่ เพราะอีกไม่กี่วันนี้ชาวนาต้องเกี่ยวข้าวแล้ว เมื่อชาวนาเกี่ยวแล้ว จะทําอะไรต่อไม่ได้แล้ว ต้องขายข้าว การที่รัฐบาลออกมาตรการแบบนี้ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบชาวนาที่กําลังรอฟังคําตอบอยู่
.
“ดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาลมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่สําคัญและเร่งด่วนจริงๆ ของชาวนา และอยากให้รัฐบาลดําเนินการแก้ไข ไม่ใช่แค่เฉพาะหน้า เพราะเราเห็นปัญหานี้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต คิดว่าคงจะเจอปัญหาคล้ายๆ กัน จึงอยากจะให้รัฐบาล ดูแลการแก้ไขปัญหาในระยะยาวที่ยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้วชาวนายังเป็นผู้ผลิตอาหารหลัก ยังเป็นกระดูกสันหลังของชาติไทย เหมือนเดิม” นางสาวพิมพฤดา กล่าว
วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวพิมพฤดา ตันจรารักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 3 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาต่อสภาผู้แทนราษฎร เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำ เพื่อส่งข้อเสนอให้กับคณะรัฐมนตรี ดําเนินการต่อไป ว่า ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ในจังหวัดของเพื่อนสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดนครสวรรค์ พิจิตร ชัยนาท อ่างทอง ปราจีนบุรี อุทัยธานี ลพบุรี นครราชสีมา หรืออํานาจเจริญ ได้รับผลกระทบที่หนักหนาสาหัส เช่นเดียวกัน
.
นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า วันนี้มีปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรมาร้องเรียนต่อสภาแห่งนี้ ทุกวันนี้รัฐบาลคือความหวังของพี่น้องชาวนา และพวกเราที่เป็นผู้แทนที่มาพูดแทนพี่น้องเกษตรกร ปัญหาราคาข้าวตกต่ำมีมานานล้ว และพี่น้องชาวนาใช้ความอดทน และถ้าไม่ถึงที่สุดหรือไม่เหลืออดจริงๆ พี่น้องชาวนาจะไม่ออกมาชุมนุม มาตากแดดเพื่อรอคําตอบจากรัฐบาล
.
“ตอนนี้ที่พี่น้องชาวนา ต้องออกมาเร่งรัด เพราะว่าจะถึงเวลาเก็บเกี่ยวแล้ว พี่น้องชาวนารออีกต่อไปไม่ได้แล้ว ทุกวันนี้ต้นทุนการผลิตสูง ทั้งปุ๋ยแพง ทั้งยา ข้าวไม่งามต้องใส่ไปเพิ่มอีก ปีที่แล้วเป็นปีที่โชคดี ดีมานด์สูง และซัพพลายจากประเทศอื่นขาดไป ทําให้ราคาข้าวดี พี่น้องชาวนาไทยแฮปปี้ มีความสุขกันถ้วนหน้า แต่นี่ไม่ใช่นโยบายจากรัฐบาล ในวันนี้ราคาข้าวตกต่ำขนาดนี้ รัฐบาลยังไม่มีนโยบายใดๆ ออกมาช่วยเหลือเกษตรกรเลย สรุปว่าราคาข้าวดีรัฐบาลเฉย ราคาข้าวตกต่ำรัฐบาลยังอยู่เฉยได้อีกหรือ นี่เป็นรัฐบาลที่เป็นความหวังของพี่น้องประชาชน เป็นรัฐบาลที่ต้องออกมารับมือกับปัญหานี้ได้แล้ว เพราะเป็นปัญหาที่ช้าไม่ได้ และรอไม่ได้จริงๆ” นางสาวพิมพฤดา กล่าว
.
นางสาวพิมพฤดา กล่าวว่า ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันนี้จนถึงช่วงเดือนเมษายน จะมีพื้นที่เก็บเกี่ยวมากกว่า 300,000 ไร่ ที่กําลังรอเก็บเกี่ยวอยู่ เกษตรกรผู้ทํานาจะได้รับผลกระทบกว่า 29,000 คน และในกลุ่มจังหวัดภาคกลาง น่าจะมีผู้ทํานาได้รับผลกระทบมากกว่า 1 ล้านคน หรือหลายแสนครัวเรือน โดยเฉพาะชาวนาในพื้นที่รับน้ำ ถ้าไม่ได้รอบนี้ก็ไม่รู้จะต้องรอไปถึงตอนไหน
สส.อยุธยา กล่าวว่า ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมา พี่น้องชาวนา ยังได้ความช่วยเหลือบ้าง จากนโยบายที่ออกมา ไม่ว่าจะเป็น การพยุงราคาข้าว การพักหนี้ การให้สินเชื่อ ตลอดจนสนับสนุนค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนการผลิต เป็นการสนับสนุนทั้งทางตรง และทางอ้อม ซึ่งรู้สึกแปลกใจมากว่าทําไมรัฐบาลยังไม่มีนโยบายออกมาช่วยเหลือพี่น้องชาวนาอีก ทั้งที่รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่พี่น้องชาวนา คาดหวังเหลือเกิน ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาปากท้อง และแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรไทยได้
.
นางสาวพิมพฤดา อภิปรายว่า ทราบดีว่ากระทรวงพาณิชย์ มีการเร่งออก 7 มาตรการด่วนออกมา เป็นการดันราคาข้าวนาปรัง ล้วนเป็นโครงการที่ดี แต่หลายโครงการ มุ่งเน้นไปที่การแก้ไขในระยะยาว อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ในตอนนี้ ซึ่งต้องถามกลับไปยังกระทรวงว่า โครงการเหล่านี้จะพร้อมเมื่อไหร่ จะทันการณ์หรือไม่ จะเริ่มได้เมื่อไหร่ เพราะอีกไม่กี่วันนี้ชาวนาต้องเกี่ยวข้าวแล้ว เมื่อชาวนาเกี่ยวแล้ว จะทําอะไรต่อไม่ได้แล้ว ต้องขายข้าว การที่รัฐบาลออกมาตรการแบบนี้ก็ไม่รู้จะเอาอะไรไปตอบชาวนาที่กําลังรอฟังคําตอบอยู่
.
“ดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาลมองว่าปัญหานี้เป็นปัญหาที่สําคัญและเร่งด่วนจริงๆ ของชาวนา และอยากให้รัฐบาลดําเนินการแก้ไข ไม่ใช่แค่เฉพาะหน้า เพราะเราเห็นปัญหานี้มาตลอด ไม่ว่าจะเป็นในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต คิดว่าคงจะเจอปัญหาคล้ายๆ กัน จึงอยากจะให้รัฐบาล ดูแลการแก้ไขปัญหาในระยะยาวที่ยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้วชาวนายังเป็นผู้ผลิตอาหารหลัก ยังเป็นกระดูกสันหลังของชาติไทย เหมือนเดิม” นางสาวพิมพฤดา กล่าว