20 กุมภาพันธ์ 2568 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง ได้มีการแสดงความคิดเห็นต่อญัตติด่วน เรื่องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรจากปัญหาราคาทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรชาวนา ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน และเป็นปัญหาที่มีผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรเป็นจํานวนมาก โดยนายกรวีร์ กล่าวว่า จากที่พี่น้องเกษตรกรได้ออกมาประท้วงในหลายจังหวัด ซึ่งพี่น้องจากจังหวัดอ่างทอง และจังหวัดใกล้เคียงได้มีการรวมตัวกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการปิดถนนเมื่อวานนี้ และได้มีการมาประท้วงกันอยู่ที่หน้าทําเนียบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งตนเป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนที่สภาฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้รับหนังสือร้องเรียนที่สํานักงานของตนเองที่จังหวัดอ่างทอง เนื่องจากว่าราคาสินค้าทางการเกษตร ราคาข้าวเปลือกตกต่ำลงมาอย่างมาก จากหมื่นกว่าบาทลงมาเหลือ 6,000 ปลายบ้าง 7,000 ต้นบ้าง จึงทำให้เกษตรกรได้ออกมาเคลื่อนไหวลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ
.
“ พี่น้องเกษตรกรอยู่ไม่ไหวแล้วครับ ที่แปลกใจมีอย่างเดียวคือวันนี้ทําไมรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจนออกมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างไรเลย และอยากจะฝากถึงทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง ให้ช่วยเร่งรัดในการออกมาตรการต่างๆ ที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในระยะสั้น เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าตรงนี้ “
นายกรวีร์ กล่าวเสนอว่า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลเรื่องของสินค้าทางการเกษตรแล้วก็ต้นทุนทางการผลิต ทั้ง 2 ฝั่ง สินค้าทางการเกษตรวันนี้ เราไม่ใช่เพิ่งจะมารู้ สถานการณ์การส่งออกข้าวของประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง ประเทศอินเดีย ที่ทําให้ supply ล้นอยู่ในตลาดโลก ทําให้ราคาข้าวของเราตกต่ำ เรารู้ปัญหาตรงนี้มาเป็นเดือนแล้ว แล้วเราก็รู้ว่าข้อมูลที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี เรารู้ว่าที่ไหนปลูกข้าวพันธุ์ไหน จํานวนเท่าไหร่ และผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาดเมื่อไหร่ แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ทั้งๆ ที่เรารู้สถานการณ์ของโลก รู้สถานการณ์ภายในประเทศ แต่เราไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่จะทําให้เกิดปัญหาที่รวดเร็วทันใจพี่น้องเกษตรกร หนักว่านั้น ตอนนี้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เดือนหน้าเดือนมีนาคม จะมีผลผลิตทางการเกษตร จะมีข้าวอีกล็อตใหญ่ที่กําลังจะออกสู่ท้องตลาดก็จะยิ่งทําให้ราคาข้าวภายในประเทศมันตกลงอีก ตรงนี้ที่อยากจะฝากถึงทางกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องออกนโยบายอยากเร่งด่วน และคู่กันไปก็คือเรื่องของการลดต้นทุนในการผลิต อยากฝากถึงรัฐบาลในมาตรการ 7 ข้อ และอยากให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนด้วย นายกรวีร์ กล่าว
“ อย่าได้ไปคิดเรื่องตั้งจุดรับซื้อข้าว แล้วก็จะช่วยราคาข้าวอีกตันละ 100-200 บาท อย่าไปมองพี่น้องเกษตรกรเป็นชาวนา เขาไม่ใช่ผู้อนาถาที่จะมารอเงินช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากทางรัฐบาลแบบนี้ “
.
ต่อจากนั้น นายกรวีร์ ได้กล่าวถึงประเด็นที่ 2 ฝากถึงทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะที่ผ่านมาเรารณรงค์ให้ชาวนา ชาวไร่อ้อยงดเผาเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งพี่น้องเกษตรกร จ.อ่างทอง ให้ความร่วมมือกันเต็มที่แทบจะไม่เห็นจุดแดงที่เกิดจากการเผาเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ นอกจากนั้นการที่ไปห้ามเขาแล้วบอกว่าถ้าหากว่าเกษตรกรที่ไปเผาจะถูกตัดการช่วยเหลือจากมาตรการ และนโยบายต่างๆ จากรัฐ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรที่จะต้องทบทวน อย่างไรก็ดี อยากจะให้รัฐบาลมีมาตรการในการส่งเสริมสนับสนุนจูงใจมากกว่าจ้องจะไปจับชาวนา จ้องจะไปลงโทษชาวนา เช่น ถ้าไม่ให้เผาตอซัง จะให้ทําอะไร มีมาตรการในการส่งเสริมจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยตอซังหรือไม่ หรือมีการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาที่จะลดต้นทุนถ้าหากว่าเขาต้องไปไถกลบไหม อยากเห็นนโยบายแบบนี้เพื่อเป็นการจูงใจมากกว่าการจ้องที่จะไปลงโทษ
.
สำหรับประเด็นที่ 3 ฝากถึงกระทรวงการคลัง คือเรื่องภาระหนี้สิน อยากจะเห็นมาตรการในการพักหนี้ พักต้น พักดอก เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ในช่วงที่เราเกิดภาวะทางราคาข้าวเปลือกแบบนี้ จึงอยากฝากผ่านไปยังรัฐบาลทั้ง 3 กระทรวง นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย

20 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 23:16
"กรวีร์" แนะรัฐ ส่งเสริม จูงใจ มากกว่าลงโทษชาวนา พักหนี้-พักต้น-พักดอก ต่อลมหายใจชาวนา !
พักหนี้-พักต้น-พักดอก ต่อลมหายใจชาวนา ! “กรวีร์” แนะ รัฐบาลให้มีมาตรการในการส่งเสริมสนับสนุนจูงใจมากกว่าจ้องจับหรือลงโทษชาวนา
20 กุมภาพันธ์ 2568 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง ได้มีการแสดงความคิดเห็นต่อญัตติด่วน เรื่องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรจากปัญหาราคาทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรชาวนา ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน และเป็นปัญหาที่มีผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรเป็นจํานวนมาก โดยนายกรวีร์ กล่าวว่า จากที่พี่น้องเกษตรกรได้ออกมาประท้วงในหลายจังหวัด ซึ่งพี่น้องจากจังหวัดอ่างทอง และจังหวัดใกล้เคียงได้มีการรวมตัวกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการปิดถนนเมื่อวานนี้ และได้มีการมาประท้วงกันอยู่ที่หน้าทําเนียบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งตนเป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนที่สภาฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้รับหนังสือร้องเรียนที่สํานักงานของตนเองที่จังหวัดอ่างทอง เนื่องจากว่าราคาสินค้าทางการเกษตร ราคาข้าวเปลือกตกต่ำลงมาอย่างมาก จากหมื่นกว่าบาทลงมาเหลือ 6,000 ปลายบ้าง 7,000 ต้นบ้าง จึงทำให้เกษตรกรได้ออกมาเคลื่อนไหวลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ
.
“ พี่น้องเกษตรกรอยู่ไม่ไหวแล้วครับ ที่แปลกใจมีอย่างเดียวคือวันนี้ทําไมรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจนออกมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างไรเลย และอยากจะฝากถึงทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง ให้ช่วยเร่งรัดในการออกมาตรการต่างๆ ที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในระยะสั้น เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าตรงนี้ “
นายกรวีร์ กล่าวเสนอว่า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลเรื่องของสินค้าทางการเกษตรแล้วก็ต้นทุนทางการผลิต ทั้ง 2 ฝั่ง สินค้าทางการเกษตรวันนี้ เราไม่ใช่เพิ่งจะมารู้ สถานการณ์การส่งออกข้าวของประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง ประเทศอินเดีย ที่ทําให้ supply ล้นอยู่ในตลาดโลก ทําให้ราคาข้าวของเราตกต่ำ เรารู้ปัญหาตรงนี้มาเป็นเดือนแล้ว แล้วเราก็รู้ว่าข้อมูลที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี เรารู้ว่าที่ไหนปลูกข้าวพันธุ์ไหน จํานวนเท่าไหร่ และผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาดเมื่อไหร่ แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ทั้งๆ ที่เรารู้สถานการณ์ของโลก รู้สถานการณ์ภายในประเทศ แต่เราไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่จะทําให้เกิดปัญหาที่รวดเร็วทันใจพี่น้องเกษตรกร หนักว่านั้น ตอนนี้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เดือนหน้าเดือนมีนาคม จะมีผลผลิตทางการเกษตร จะมีข้าวอีกล็อตใหญ่ที่กําลังจะออกสู่ท้องตลาดก็จะยิ่งทําให้ราคาข้าวภายในประเทศมันตกลงอีก ตรงนี้ที่อยากจะฝากถึงทางกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องออกนโยบายอยากเร่งด่วน และคู่กันไปก็คือเรื่องของการลดต้นทุนในการผลิต อยากฝากถึงรัฐบาลในมาตรการ 7 ข้อ และอยากให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนด้วย นายกรวีร์ กล่าว
“ อย่าได้ไปคิดเรื่องตั้งจุดรับซื้อข้าว แล้วก็จะช่วยราคาข้าวอีกตันละ 100-200 บาท อย่าไปมองพี่น้องเกษตรกรเป็นชาวนา เขาไม่ใช่ผู้อนาถาที่จะมารอเงินช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากทางรัฐบาลแบบนี้ “
.
ต่อจากนั้น นายกรวีร์ ได้กล่าวถึงประเด็นที่ 2 ฝากถึงทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะที่ผ่านมาเรารณรงค์ให้ชาวนา ชาวไร่อ้อยงดเผาเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งพี่น้องเกษตรกร จ.อ่างทอง ให้ความร่วมมือกันเต็มที่แทบจะไม่เห็นจุดแดงที่เกิดจากการเผาเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ นอกจากนั้นการที่ไปห้ามเขาแล้วบอกว่าถ้าหากว่าเกษตรกรที่ไปเผาจะถูกตัดการช่วยเหลือจากมาตรการ และนโยบายต่างๆ จากรัฐ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรที่จะต้องทบทวน อย่างไรก็ดี อยากจะให้รัฐบาลมีมาตรการในการส่งเสริมสนับสนุนจูงใจมากกว่าจ้องจะไปจับชาวนา จ้องจะไปลงโทษชาวนา เช่น ถ้าไม่ให้เผาตอซัง จะให้ทําอะไร มีมาตรการในการส่งเสริมจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยตอซังหรือไม่ หรือมีการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาที่จะลดต้นทุนถ้าหากว่าเขาต้องไปไถกลบไหม อยากเห็นนโยบายแบบนี้เพื่อเป็นการจูงใจมากกว่าการจ้องที่จะไปลงโทษ
.
สำหรับประเด็นที่ 3 ฝากถึงกระทรวงการคลัง คือเรื่องภาระหนี้สิน อยากจะเห็นมาตรการในการพักหนี้ พักต้น พักดอก เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ในช่วงที่เราเกิดภาวะทางราคาข้าวเปลือกแบบนี้ จึงอยากฝากผ่านไปยังรัฐบาลทั้ง 3 กระทรวง นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย
20 กุมภาพันธ์ 2568 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย จังหวัดอ่างทอง ได้มีการแสดงความคิดเห็นต่อญัตติด่วน เรื่องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรจากปัญหาราคาทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรชาวนา ซึ่งเป็นปัญหาเร่งด่วน และเป็นปัญหาที่มีผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกรเป็นจํานวนมาก โดยนายกรวีร์ กล่าวว่า จากที่พี่น้องเกษตรกรได้ออกมาประท้วงในหลายจังหวัด ซึ่งพี่น้องจากจังหวัดอ่างทอง และจังหวัดใกล้เคียงได้มีการรวมตัวกันที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีการปิดถนนเมื่อวานนี้ และได้มีการมาประท้วงกันอยู่ที่หน้าทําเนียบเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ซึ่งตนเป็นผู้รับหนังสือร้องเรียนที่สภาฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ได้รับหนังสือร้องเรียนที่สํานักงานของตนเองที่จังหวัดอ่างทอง เนื่องจากว่าราคาสินค้าทางการเกษตร ราคาข้าวเปลือกตกต่ำลงมาอย่างมาก จากหมื่นกว่าบาทลงมาเหลือ 6,000 ปลายบ้าง 7,000 ต้นบ้าง จึงทำให้เกษตรกรได้ออกมาเคลื่อนไหวลักษณะเดียวกันทั่วประเทศ
.
“ พี่น้องเกษตรกรอยู่ไม่ไหวแล้วครับ ที่แปลกใจมีอย่างเดียวคือวันนี้ทําไมรัฐบาลโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกระทรวงพาณิชย์ ยังไม่ได้มีมาตรการที่ชัดเจนออกมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างไรเลย และอยากจะฝากถึงทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลัง ให้ช่วยเร่งรัดในการออกมาตรการต่างๆ ที่จะมาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรในระยะสั้น เป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้าตรงนี้ “
นายกรวีร์ กล่าวเสนอว่า กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นเจ้าภาพหลักในการดูแลเรื่องของสินค้าทางการเกษตรแล้วก็ต้นทุนทางการผลิต ทั้ง 2 ฝั่ง สินค้าทางการเกษตรวันนี้ เราไม่ใช่เพิ่งจะมารู้ สถานการณ์การส่งออกข้าวของประเทศยักษ์ใหญ่อย่าง ประเทศอินเดีย ที่ทําให้ supply ล้นอยู่ในตลาดโลก ทําให้ราคาข้าวของเราตกต่ำ เรารู้ปัญหาตรงนี้มาเป็นเดือนแล้ว แล้วเราก็รู้ว่าข้อมูลที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี เรารู้ว่าที่ไหนปลูกข้าวพันธุ์ไหน จํานวนเท่าไหร่ และผลผลิตจะออกสู่ท้องตลาดเมื่อไหร่ แต่ที่น่าแปลกใจ คือ ทั้งๆ ที่เรารู้สถานการณ์ของโลก รู้สถานการณ์ภายในประเทศ แต่เราไม่ได้มีการเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่จะทําให้เกิดปัญหาที่รวดเร็วทันใจพี่น้องเกษตรกร หนักว่านั้น ตอนนี้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เดือนหน้าเดือนมีนาคม จะมีผลผลิตทางการเกษตร จะมีข้าวอีกล็อตใหญ่ที่กําลังจะออกสู่ท้องตลาดก็จะยิ่งทําให้ราคาข้าวภายในประเทศมันตกลงอีก ตรงนี้ที่อยากจะฝากถึงทางกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องออกนโยบายอยากเร่งด่วน และคู่กันไปก็คือเรื่องของการลดต้นทุนในการผลิต อยากฝากถึงรัฐบาลในมาตรการ 7 ข้อ และอยากให้กระทรวงพาณิชย์ทบทวนด้วย นายกรวีร์ กล่าว
“ อย่าได้ไปคิดเรื่องตั้งจุดรับซื้อข้าว แล้วก็จะช่วยราคาข้าวอีกตันละ 100-200 บาท อย่าไปมองพี่น้องเกษตรกรเป็นชาวนา เขาไม่ใช่ผู้อนาถาที่จะมารอเงินช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากทางรัฐบาลแบบนี้ “
.
ต่อจากนั้น นายกรวีร์ ได้กล่าวถึงประเด็นที่ 2 ฝากถึงทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะที่ผ่านมาเรารณรงค์ให้ชาวนา ชาวไร่อ้อยงดเผาเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 ซึ่งพี่น้องเกษตรกร จ.อ่างทอง ให้ความร่วมมือกันเต็มที่แทบจะไม่เห็นจุดแดงที่เกิดจากการเผาเลยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา แต่ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ก็ไม่ได้ลดลงอย่างมีนัยยะสําคัญ นอกจากนั้นการที่ไปห้ามเขาแล้วบอกว่าถ้าหากว่าเกษตรกรที่ไปเผาจะถูกตัดการช่วยเหลือจากมาตรการ และนโยบายต่างๆ จากรัฐ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรที่จะต้องทบทวน อย่างไรก็ดี อยากจะให้รัฐบาลมีมาตรการในการส่งเสริมสนับสนุนจูงใจมากกว่าจ้องจะไปจับชาวนา จ้องจะไปลงโทษชาวนา เช่น ถ้าไม่ให้เผาตอซัง จะให้ทําอะไร มีมาตรการในการส่งเสริมจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยตอซังหรือไม่ หรือมีการช่วยเหลือพี่น้องชาวนาที่จะลดต้นทุนถ้าหากว่าเขาต้องไปไถกลบไหม อยากเห็นนโยบายแบบนี้เพื่อเป็นการจูงใจมากกว่าการจ้องที่จะไปลงโทษ
.
สำหรับประเด็นที่ 3 ฝากถึงกระทรวงการคลัง คือเรื่องภาระหนี้สิน อยากจะเห็นมาตรการในการพักหนี้ พักต้น พักดอก เพื่อช่วยต่อลมหายใจให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา ในช่วงที่เราเกิดภาวะทางราคาข้าวเปลือกแบบนี้ จึงอยากฝากผ่านไปยังรัฐบาลทั้ง 3 กระทรวง นายกรวีร์ กล่าวทิ้งท้าย