วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า จากการผลักดันโครงการถนนสายใหม่ คลองแงะ - บาโรย จังหวัดสตูล ร่วมกับ พิบูลย์ รัชกิจประการ และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล ถนนเส้นนี้ระยะทาง 44 กิโล เป็นการก่อสร้างจากคลองแงะ ถึงบาโรย 19 กิโลเมตร งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท โดยถนนเส้นนี้เชื่อมต่อหว่างด่านวังประจัน จ.สตูล มายังด่านปาดังเบซาร์, ด่านสะเดา จ.สงขลา ด่านประกอบอําเภอนาทวีจ.สงขลา และไปยังด่านเบตง จ.ยะลา เชื่อมต่อไปยังด่านสุไหงโกลก จ.นราธิวาส
"ถนนเส้นนี้จะเป็นถนนยุทธศาสตร์ในอนาคตในการขนส่งในการค้า เพราะฉะนั้นโครงการที่จะเกิดขึ้นอนาคต ผมขอให้กระทรวงคมนาคม เร่งผลักดันโครงการดังกล่าว เพราะถ้าถนนเส้นนี้เกิดขึ้น พี่น้อง จ.สตูล ประมาณ 3.5 ล้านคน พี่น้องสามจังหวัดชายแดนอีกเกือบ 3 ล้านคน รวมทั้งจ.สงขลา 1.5 ล้านคน จะได้ใช้ประโยชน์ ปัจจุบันถนนหลักคือเพชรเกษม จากหาดใหญ่ จะนะ เทพา ไปยังสามจังหวัดชายแดน แค่นี้ไม่พอ ถนนสาย 42 ต้นทางที่คลองแงะผ่านนาทวี ลำไพล โคกโพธิ์โพธิ์ ไปยังสุไหงโกลก ถ้าเราเชื่อมถนนดังกล่าวหว่างฝั่งอันดามันไปยังสามจังหวัดชายแดน ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นมากมาย" สส.ณัฏฐ์ชนน กล่าว

28 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 11:25
"สส.ณัฏฐ์ชนน" เร่ง ผลักดันถนนสายใหม่ เชื่อม 3 จ.ชายแดนใต้ เป็นถนนยุทธศาสตร์ ขนส่ง การค้าในอนาคต
"สส.ณัฏฐ์ชนน" หารือสภาฯ ขอ ก.คมนาคม เร่งผลักดันโครงการถนนสายใหม่ เชื่อม 3 จังหวัดชายแดนใต้ เป็นถนนยุทธศาสตร์สำหรับการขนส่ง และการค้าในอนาคต
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า จากการผลักดันโครงการถนนสายใหม่ คลองแงะ - บาโรย จังหวัดสตูล ร่วมกับ พิบูลย์ รัชกิจประการ และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล ถนนเส้นนี้ระยะทาง 44 กิโล เป็นการก่อสร้างจากคลองแงะ ถึงบาโรย 19 กิโลเมตร งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท โดยถนนเส้นนี้เชื่อมต่อหว่างด่านวังประจัน จ.สตูล มายังด่านปาดังเบซาร์, ด่านสะเดา จ.สงขลา ด่านประกอบอําเภอนาทวีจ.สงขลา และไปยังด่านเบตง จ.ยะลา เชื่อมต่อไปยังด่านสุไหงโกลก จ.นราธิวาส
"ถนนเส้นนี้จะเป็นถนนยุทธศาสตร์ในอนาคตในการขนส่งในการค้า เพราะฉะนั้นโครงการที่จะเกิดขึ้นอนาคต ผมขอให้กระทรวงคมนาคม เร่งผลักดันโครงการดังกล่าว เพราะถ้าถนนเส้นนี้เกิดขึ้น พี่น้อง จ.สตูล ประมาณ 3.5 ล้านคน พี่น้องสามจังหวัดชายแดนอีกเกือบ 3 ล้านคน รวมทั้งจ.สงขลา 1.5 ล้านคน จะได้ใช้ประโยชน์ ปัจจุบันถนนหลักคือเพชรเกษม จากหาดใหญ่ จะนะ เทพา ไปยังสามจังหวัดชายแดน แค่นี้ไม่พอ ถนนสาย 42 ต้นทางที่คลองแงะผ่านนาทวี ลำไพล โคกโพธิ์โพธิ์ ไปยังสุไหงโกลก ถ้าเราเชื่อมถนนดังกล่าวหว่างฝั่งอันดามันไปยังสามจังหวัดชายแดน ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นมากมาย" สส.ณัฏฐ์ชนน กล่าว
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต 7 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า จากการผลักดันโครงการถนนสายใหม่ คลองแงะ - บาโรย จังหวัดสตูล ร่วมกับ พิบูลย์ รัชกิจประการ และ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สส.สตูล ถนนเส้นนี้ระยะทาง 44 กิโล เป็นการก่อสร้างจากคลองแงะ ถึงบาโรย 19 กิโลเมตร งบประมาณกว่า 6,000 ล้านบาท โดยถนนเส้นนี้เชื่อมต่อหว่างด่านวังประจัน จ.สตูล มายังด่านปาดังเบซาร์, ด่านสะเดา จ.สงขลา ด่านประกอบอําเภอนาทวีจ.สงขลา และไปยังด่านเบตง จ.ยะลา เชื่อมต่อไปยังด่านสุไหงโกลก จ.นราธิวาส
"ถนนเส้นนี้จะเป็นถนนยุทธศาสตร์ในอนาคตในการขนส่งในการค้า เพราะฉะนั้นโครงการที่จะเกิดขึ้นอนาคต ผมขอให้กระทรวงคมนาคม เร่งผลักดันโครงการดังกล่าว เพราะถ้าถนนเส้นนี้เกิดขึ้น พี่น้อง จ.สตูล ประมาณ 3.5 ล้านคน พี่น้องสามจังหวัดชายแดนอีกเกือบ 3 ล้านคน รวมทั้งจ.สงขลา 1.5 ล้านคน จะได้ใช้ประโยชน์ ปัจจุบันถนนหลักคือเพชรเกษม จากหาดใหญ่ จะนะ เทพา ไปยังสามจังหวัดชายแดน แค่นี้ไม่พอ ถนนสาย 42 ต้นทางที่คลองแงะผ่านนาทวี ลำไพล โคกโพธิ์โพธิ์ ไปยังสุไหงโกลก ถ้าเราเชื่อมถนนดังกล่าวหว่างฝั่งอันดามันไปยังสามจังหวัดชายแดน ประโยชน์ก็จะเกิดขึ้นมากมาย" สส.ณัฏฐ์ชนน กล่าว