วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2568 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกรัฐสภา และ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งคำถามและต้องการคําอธิบายที่ชัดเจนก่อนจะลงมติว่า ประเทศไทย และประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน ได้ประโยชน์อะไรจากความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (AFSRF) รวมทั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
.
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า อาเซียนเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอันดับต้นๆ ของโลก แต่ยังคงประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหาร ทั้งในด้านความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการที่ยังไม่เพียงพอ ดัชนีความมั่นคงทางอาหารโลก หรือ global food security index(GFSI) ของนิตยสาร Economist ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของระดับความปลอดภัยทางอาหารในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนที่สํารวจในปี 2559 จาก 113 ประเทศ พบว่า สิงคโปร์อยู่ในลําดับที่ 3 มาเลเซียลําดับที่ 35 ไทยลําดับที่ 57 เมียนมาลําดับที่ 80 กัมพูชาลําดับที่ 89 ลาวลําดับที่ 103
.
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า จะได้เห็นว่ากลุ่มประเทศอาเซียนยังให้ความสําคัญในเรื่องความปลอดภัยทางอาหารค่อนข้างน้อย จากรายงานขององค์กรความร่วมมือของประเทศเยอรมัน ได้ศึกษาเรื่องความปลอดภัยทางอาหารของกัมพูชา ลาว และเมียนมา ปรากฏว่าผู้บริโภคมีความกังวลเรื่อง การใช้สารเคมีทางการเกษตรในปริมาณสูง การขาดแคลนผู้ตรวจสอบอาหาร โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ และการปฏิบัติการด้านสุขอนามัยไม่ดี
ประเทศกลุ่มอาเซียนจึงจําเป็นต้องมีข้อตกลงฉบับนี้ ในการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2558 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหารของอาเซียน ประเทศไทยได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีเมื่อปลายปี พ.ศ.2567 และได้ส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันนี้ ปัจจุบันมีประเทศที่ยื่นข้อตกลงสมบูรณ์แบบแล้ว 2 ประเทศ คือเมียนมาและมาเลเซีย วันนี้ไทยก็จะเป็นประเทศที่ 3 ถ้ารัฐสภาแห่งนี้เห็นชอบก็จะยื่นให้กับเลขาอาเซียน
.
"ผมขอสนับสนุนกรอบข้อตกลงฉบับนี้ 1.เพื่อความปลอดภัยทางอาหารของคนไทย 2.เพื่อความปลอดภัยทางอาหารของกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ 3.เพื่อความปลอดภัยของคนทั้งโลกที่บริโภคสินค้าจากกลุ่มอาเซียน หวังว่าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาจะเห็นชอบกับกรอบข้อตกลงความปลอดภัยอาเซียน เพื่อประโยชน์ทางการค้า การลงทุน ที่จะไม่ถูกกีดกันจากข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร" นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

5 มีนาคม 2568 เวลา 14:04
"ณัฏฐ์ชนน" หนุน ข้อตกลง AFSRF เพื่อความปลอดภัย ทางอาหารของคนไทย และอาเซียน
"ณัฏฐ์ชนน" อภิปราย สนับสนุนข้อตกลง AFSRF เพื่อความปลอดภัยทางอาหารของคนไทยและอาเซียน พร้อมป้องกันการกีดกันทางการค้าจากประเทศนอกภูมิภาค
วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2568 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกรัฐสภา และ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งคำถามและต้องการคําอธิบายที่ชัดเจนก่อนจะลงมติว่า ประเทศไทย และประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน ได้ประโยชน์อะไรจากความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (AFSRF) รวมทั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
.
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า อาเซียนเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอันดับต้นๆ ของโลก แต่ยังคงประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหาร ทั้งในด้านความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการที่ยังไม่เพียงพอ ดัชนีความมั่นคงทางอาหารโลก หรือ global food security index(GFSI) ของนิตยสาร Economist ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของระดับความปลอดภัยทางอาหารในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนที่สํารวจในปี 2559 จาก 113 ประเทศ พบว่า สิงคโปร์อยู่ในลําดับที่ 3 มาเลเซียลําดับที่ 35 ไทยลําดับที่ 57 เมียนมาลําดับที่ 80 กัมพูชาลําดับที่ 89 ลาวลําดับที่ 103
.
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า จะได้เห็นว่ากลุ่มประเทศอาเซียนยังให้ความสําคัญในเรื่องความปลอดภัยทางอาหารค่อนข้างน้อย จากรายงานขององค์กรความร่วมมือของประเทศเยอรมัน ได้ศึกษาเรื่องความปลอดภัยทางอาหารของกัมพูชา ลาว และเมียนมา ปรากฏว่าผู้บริโภคมีความกังวลเรื่อง การใช้สารเคมีทางการเกษตรในปริมาณสูง การขาดแคลนผู้ตรวจสอบอาหาร โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ และการปฏิบัติการด้านสุขอนามัยไม่ดี
ประเทศกลุ่มอาเซียนจึงจําเป็นต้องมีข้อตกลงฉบับนี้ ในการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2558 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหารของอาเซียน ประเทศไทยได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีเมื่อปลายปี พ.ศ.2567 และได้ส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันนี้ ปัจจุบันมีประเทศที่ยื่นข้อตกลงสมบูรณ์แบบแล้ว 2 ประเทศ คือเมียนมาและมาเลเซีย วันนี้ไทยก็จะเป็นประเทศที่ 3 ถ้ารัฐสภาแห่งนี้เห็นชอบก็จะยื่นให้กับเลขาอาเซียน
.
"ผมขอสนับสนุนกรอบข้อตกลงฉบับนี้ 1.เพื่อความปลอดภัยทางอาหารของคนไทย 2.เพื่อความปลอดภัยทางอาหารของกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ 3.เพื่อความปลอดภัยของคนทั้งโลกที่บริโภคสินค้าจากกลุ่มอาเซียน หวังว่าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาจะเห็นชอบกับกรอบข้อตกลงความปลอดภัยอาเซียน เพื่อประโยชน์ทางการค้า การลงทุน ที่จะไม่ถูกกีดกันจากข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร" นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2568 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกรัฐสภา และ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งคำถามและต้องการคําอธิบายที่ชัดเจนก่อนจะลงมติว่า ประเทศไทย และประเทศสมาชิกกลุ่มอาเซียน ได้ประโยชน์อะไรจากความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน (AFSRF) รวมทั้งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างไร
.
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า อาเซียนเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรอันดับต้นๆ ของโลก แต่ยังคงประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหาร ทั้งในด้านความปลอดภัยและคุณค่าทางโภชนาการที่ยังไม่เพียงพอ ดัชนีความมั่นคงทางอาหารโลก หรือ global food security index(GFSI) ของนิตยสาร Economist ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างของระดับความปลอดภัยทางอาหารในแต่ละประเทศสมาชิกอาเซียนที่สํารวจในปี 2559 จาก 113 ประเทศ พบว่า สิงคโปร์อยู่ในลําดับที่ 3 มาเลเซียลําดับที่ 35 ไทยลําดับที่ 57 เมียนมาลําดับที่ 80 กัมพูชาลําดับที่ 89 ลาวลําดับที่ 103
.
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวอีกว่า จะได้เห็นว่ากลุ่มประเทศอาเซียนยังให้ความสําคัญในเรื่องความปลอดภัยทางอาหารค่อนข้างน้อย จากรายงานขององค์กรความร่วมมือของประเทศเยอรมัน ได้ศึกษาเรื่องความปลอดภัยทางอาหารของกัมพูชา ลาว และเมียนมา ปรากฏว่าผู้บริโภคมีความกังวลเรื่อง การใช้สารเคมีทางการเกษตรในปริมาณสูง การขาดแคลนผู้ตรวจสอบอาหาร โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่เพียงพอ และการปฏิบัติการด้านสุขอนามัยไม่ดี
ประเทศกลุ่มอาเซียนจึงจําเป็นต้องมีข้อตกลงฉบับนี้ ในการประชุมสุดยอดผู้นําอาเซียน เมื่อวันที่ 27 พ.ย.2558 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างความมั่นคง ความปลอดภัยในห่วงโซ่อาหารของอาเซียน ประเทศไทยได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีเมื่อปลายปี พ.ศ.2567 และได้ส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันนี้ ปัจจุบันมีประเทศที่ยื่นข้อตกลงสมบูรณ์แบบแล้ว 2 ประเทศ คือเมียนมาและมาเลเซีย วันนี้ไทยก็จะเป็นประเทศที่ 3 ถ้ารัฐสภาแห่งนี้เห็นชอบก็จะยื่นให้กับเลขาอาเซียน
.
"ผมขอสนับสนุนกรอบข้อตกลงฉบับนี้ 1.เพื่อความปลอดภัยทางอาหารของคนไทย 2.เพื่อความปลอดภัยทางอาหารของกลุ่มประเทศอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ 3.เพื่อความปลอดภัยของคนทั้งโลกที่บริโภคสินค้าจากกลุ่มอาเซียน หวังว่าเพื่อนสมาชิกรัฐสภาจะเห็นชอบกับกรอบข้อตกลงความปลอดภัยอาเซียน เพื่อประโยชน์ทางการค้า การลงทุน ที่จะไม่ถูกกีดกันจากข้ออ้างเรื่องความปลอดภัยทางอาหาร" นายณัฏฐ์ชนน กล่าว