"ปทิดา" หนุน ความตกลง AFSRF เชื่อสร้างประโยชน์ ต่อภาคเกษตร และเศรษฐกิจไทย ยกระดับสู่เวทีการค้าโลก

"ปทิดา" หนุน ความตกลง AFSRF เชื่อสร้างประโยชน์ ต่อภาคเกษตร และเศรษฐกิจไทย ยกระดับสู่เวทีการค้าโลก

"ปทิดา" หนุนความตกลง AFSRF เชื่อสร้างประโยชน์มหาศาลต่อภาคเกษตรและเศรษฐกิจไทย ยกระดับการแข่งขันสู่เวทีการค้าโลก วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ.2568 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน ความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยอาหารอาเซียน นางปทิดา ตันติรัตนานนท์ สมาชิกรัฐสภา สส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนความตกลงว่าด้วยกรอบข้อบังคับด้านความปลอดภัยของอาหารอาเซียน หรือ (AFSRF) ซึ่งมั่นใจว่าความตกลงฉบับนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อเกษตรกรไทยและเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะในด้านการส่งออกสินค้าเกษตร เช่น ข้าว และข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นผลผลิตสำคัญของประเทศไทย และเมื่อมีมาตรฐานกลางในด้านความปลอดภัยอาหารจะทำให้การส่งออกและการขยายไปสู่ตลาดใหม่ง่ายขึ้น และจะช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการของภาคเกษตรและผู้ส่งออก เนื่องจากไม่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่แตกต่างกันของแต่ละประเทศ นางปทิดา กล่าวอีกว่า มาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าในต่างประเทศ ลดภาระทางด้านเวลา ค่าใช้จ่าย ความตกลง AFSRF จึงเปรียบเสมือนใบเบิกทางให้สินค้าเกษตรไทย สามารถแข่งขันและเข้าถึงตลาดโลกได้อย่างกว้างขวางและมากยิ่งขึ้น และช่วยลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบที่ยุ่งยากซับซ้อนในการค้าชายแดน เนื่องจากทุกประเทศจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน ทําให้ไม่เกิดความสับสนหรือความล่าช้าในการตรวจสอบสินค้าระหว่างกันและกัน การค้าขายชายแดนจะได้รับการอำนวยความสะดวกมากขึ้น และสินค้าเกษตรของไทยจะสามารถส่งข้ามแดนได้อย่างรวดเร็ว มาตรฐานความปลอดภัยอาหารร่วมกันจะช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนในสินค้าเกษตร และยกระดับมาตรฐานผลผลิตของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับอาเซียน ผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ จะเกิดความมั่นใจในผลผลิตการเกษตรของไทยว่าสะอาดปลอดภัยตามมาตรฐาน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชน ความตกลง AFSRF จึงเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาภาคการเกษตรของไทยเราอย่างแท้จริง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทยในเวทีการค้าโลก "ดิฉันจึงขอสนับสนุนการให้ความตกลง AFSRF ฉบับนี้ เพื่อร่วมกันเปิดประตูแห่งโอกาสให้กับภาคเกษตรกรไทย ให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการค้าภายในอาเซียน และตลาดโลกที่กําลังรอคอยสินค้าไทยด้วยความเชื่อมั่น และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า สมาชิกรัฐสภาจะเห็นคุณค่าและประโยชน์ของข้อตกลงนี้ และลงมติให้ความตกลง AFSRF เพื่อให้ภาคการเกษตรไทยเข้มแข็งในประชาคมอาเซียน" นางปทิดา กล่าว