จากกรณีครูทำอนาจารเด็กนักเรียนในห้องเรียนของโรงเรียนในจ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 8 ราย พร้อมทั้งถ่ายภาพและคลิปวิดีโอและนำมาโพสต์ในโซเชียล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจแล้วนั้น
วันที่ 7 มี.ค. 2568 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม กล่าวว่า พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้คุรุสภาดำเนินการเอาผิดขั้นเด็ดขาดกับครูรายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด โดยไม่มีการลดโทษ และได้ตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของครูที่ตกเป็นข่าวดังกล่าว
ผศ.ดร.อมลวรรณ ระบุว่า ครูที่ตกเป็นข่าวเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 16 พ.ค. 2569 และครูรายนี้ไม่เคยได้รับรางวัลจากคุรุสภา และได้รับเรื่องดังกล่าวเข้ากระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะเสนอกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนฯ และพักใช้ใบอนุญาตไว้ก่อน โดยไม่ต้องรอผลการสอบสวน ซึ่งจะทำให้ครูรายดังกล่าวไม่สามารถประกอบวิชาชีพครูได้
นอกจากนี้ การกระทำที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง และมีโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หากผู้ที่ถูกกล่าวหาประพฤติผิดจริงก็จะต้องถูกดำเนินการตามข้อเท็จจริง ซึ่งคุรุสภาจะพิจารณาอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด
กรณีครูกระทำผิดกับเด็กนักเรียนโดยเฉพาะกรณีการล่วงละเมิดทางเพศเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับได้ แม้เพียงเล็กน้อยก็มีผลกระทบต่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว ผู้ที่เป็นครูไม่สมควรที่จะประพฤติตนเช่นนี้โดยเด็ดขาด โทษสถานหนักถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ คุรุสภาในฐานะสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา เน้นย้ำให้ครูทุกคนจำเป็นที่จะต้องประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพให้สมกับเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู และเป็นที่เคารพนับถือของคนในสังคม ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554-2568 หรือตลอด 13 ปี คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา มีการรับดำเนินการจรรยาบรรณของวิชาชีพแล้ว 1,091 เรื่อง โดยมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว 110 ราย
7 มีนาคม 2568 เวลา 14:58
รมว.ศึกษา สั่งลงดาบเด็ดขาด! ครูอนาจารนักเรียน จ.ประจวบคีรีขันธ์
ฟันไม่เลี้ยง! รมว.ศึกษา สั่งลงดาบเด็ดขาดครูอนาจารนักเรียน จ.ประจวบคีรีขันธ์ คุรุสภา รับลูก ตั้งคณะอนุกรรมการสอบ-พักใช้ใบอนุญาตไว้ก่อน
จากกรณีครูทำอนาจารเด็กนักเรียนในห้องเรียนของโรงเรียนในจ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 8 ราย พร้อมทั้งถ่ายภาพและคลิปวิดีโอและนำมาโพสต์ในโซเชียล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจแล้วนั้น
วันที่ 7 มี.ค. 2568 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม กล่าวว่า พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้คุรุสภาดำเนินการเอาผิดขั้นเด็ดขาดกับครูรายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด โดยไม่มีการลดโทษ และได้ตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของครูที่ตกเป็นข่าวดังกล่าว
ผศ.ดร.อมลวรรณ ระบุว่า ครูที่ตกเป็นข่าวเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 16 พ.ค. 2569 และครูรายนี้ไม่เคยได้รับรางวัลจากคุรุสภา และได้รับเรื่องดังกล่าวเข้ากระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะเสนอกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนฯ และพักใช้ใบอนุญาตไว้ก่อน โดยไม่ต้องรอผลการสอบสวน ซึ่งจะทำให้ครูรายดังกล่าวไม่สามารถประกอบวิชาชีพครูได้
นอกจากนี้ การกระทำที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง และมีโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หากผู้ที่ถูกกล่าวหาประพฤติผิดจริงก็จะต้องถูกดำเนินการตามข้อเท็จจริง ซึ่งคุรุสภาจะพิจารณาอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด
กรณีครูกระทำผิดกับเด็กนักเรียนโดยเฉพาะกรณีการล่วงละเมิดทางเพศเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับได้ แม้เพียงเล็กน้อยก็มีผลกระทบต่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว ผู้ที่เป็นครูไม่สมควรที่จะประพฤติตนเช่นนี้โดยเด็ดขาด โทษสถานหนักถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ คุรุสภาในฐานะสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา เน้นย้ำให้ครูทุกคนจำเป็นที่จะต้องประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพให้สมกับเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู และเป็นที่เคารพนับถือของคนในสังคม ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554-2568 หรือตลอด 13 ปี คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา มีการรับดำเนินการจรรยาบรรณของวิชาชีพแล้ว 1,091 เรื่อง โดยมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว 110 ราย
จากกรณีครูทำอนาจารเด็กนักเรียนในห้องเรียนของโรงเรียนในจ.ประจวบคีรีขันธ์ จำนวน 8 ราย พร้อมทั้งถ่ายภาพและคลิปวิดีโอและนำมาโพสต์ในโซเชียล ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเชิญตัวมาสอบปากคำที่สถานีตำรวจแล้วนั้น
วันที่ 7 มี.ค. 2568 ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม กล่าวว่า พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้คุรุสภาดำเนินการเอาผิดขั้นเด็ดขาดกับครูรายดังกล่าวโดยเร็วที่สุด โดยไม่มีการลดโทษ และได้ตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาของครูที่ตกเป็นข่าวดังกล่าว
ผศ.ดร.อมลวรรณ ระบุว่า ครูที่ตกเป็นข่าวเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ซึ่งจะหมดอายุในวันที่ 16 พ.ค. 2569 และครูรายนี้ไม่เคยได้รับรางวัลจากคุรุสภา และได้รับเรื่องดังกล่าวเข้ากระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพตามข้อบังคับคุรุสภาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะเสนอกรรมการมาตรฐานวิชาชีพ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนฯ และพักใช้ใบอนุญาตไว้ก่อน โดยไม่ต้องรอผลการสอบสวน ซึ่งจะทำให้ครูรายดังกล่าวไม่สามารถประกอบวิชาชีพครูได้
นอกจากนี้ การกระทำที่ปรากฏเป็นข่าว เป็นการกระทำผิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรง และมีโทษถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หากผู้ที่ถูกกล่าวหาประพฤติผิดจริงก็จะต้องถูกดำเนินการตามข้อเท็จจริง ซึ่งคุรุสภาจะพิจารณาอย่างถูกต้องและรวดเร็วที่สุด
กรณีครูกระทำผิดกับเด็กนักเรียนโดยเฉพาะกรณีการล่วงละเมิดทางเพศเป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับได้ แม้เพียงเล็กน้อยก็มีผลกระทบต่อเด็ก เยาวชนและครอบครัว ผู้ที่เป็นครูไม่สมควรที่จะประพฤติตนเช่นนี้โดยเด็ดขาด โทษสถานหนักถึงขั้นเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ คุรุสภาในฐานะสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา เน้นย้ำให้ครูทุกคนจำเป็นที่จะต้องประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณของวิชาชีพให้สมกับเป็นผู้ประกอบวิชาชีพครู และเป็นที่เคารพนับถือของคนในสังคม ผศ.ดร.อมลวรรณ กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2554-2568 หรือตลอด 13 ปี คณะกรรมการมาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา มีการรับดำเนินการจรรยาบรรณของวิชาชีพแล้ว 1,091 เรื่อง โดยมีการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแล้ว 110 ราย