ให้มันจบในรัฐบาลนี้ ! "อาสพลธ์" ถาม "ประเสริฐ" One Map หากทำจบ ชาวบ้าน มีที่ทำกิน หมดปัญหา เรื่องที่ดินทับซ้อน

ให้มันจบในรัฐบาลนี้ ! "อาสพลธ์" ถาม "ประเสริฐ" One Map หากทำจบ ชาวบ้าน มีที่ทำกิน หมดปัญหา เรื่องที่ดินทับซ้อน

ให้มันจบในรัฐบาลนี้ ! “อาสพลธ์” ถาม “ประเสริฐ” โครงการที่ดิน 1 : 4000 One Map วันนี้ทำอะไรไม่ได้? แนะ ถ้าหากทำจบ ชาวบ้านมีที่ทำกิน และออกโฉนดได้ หมดปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อน เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งกระทู้ถามนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ เรื่องขอทราบผลการดําเนินโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4000 หรือ One Map ซึ่งนายอาสพลธ์ กล่าวอธิบายถึงโครงการแผนที่ 1 : 4000 หรือ One Map ว่า เริ่มต้นจากตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2558 เห็นชอบให้ดําเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4000 หรือ One Map เพื่อให้ประเทศไทยมีแนวเขตที่ดินของรัฐที่ถูกต้อง ทันสมัยอยู่บนมาตราแผนที่มาตราส่วน 1 : 4000 เพื่อแนวเขตที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินของรัฐ หรือว่าที่ดินของเอกชนจะได้เชื่อมต่อกันได้สนิทไม่ทับซ้อนกัน และสามารถนําไปใช้ในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาท เรื่องที่ดินระหว่างหน่วยงานของรัฐด้วยกันเอง รวมทั้งระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินในที่ป่าไม้ อุทยาน ที่สปก. นิคมสร้างตนเองราชพัสดุที่ทางหลวงและที่แม่น้ำได้ . โดยในวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2561 คณะอนุกรรมการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 : 4000 One Map และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งถูกแต่งตั้งขึ้นภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้นําผลการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการเสนอคณะรัฐมนตรี โดยได้มีการพิจารณาผลการดําเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบ่งออกเป็นทั้งหมด 7 กลุ่ม กลุ่มละ 11 จังหวัด ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบไปแล้วหลายกลุ่ม โดยนายอาสพลธ์ ได้มีการยกตัวอย่าง 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่หนึ่ง ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2565 เห็นชอบผลการดําเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐ One Map กลุ่มที่หนึ่งจํานวน 11 จังหวัด ประกอบด้วย นนทบุรี นครปฐม อ่างทอง สิงห์บุรี สมุทรสงคราม กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรสาคร และสุพรรณบุรี เมื่อดําเนินการเสร็จแล้วสามารถลดพื้นที่ทับซ้อนระหว่างหน่วยงานของรัฐกันเอง และหน่วยงานระหว่างรัฐกับเอกชนได้มากถึง 14.82 ล้านไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 33.73 ล้านไร่ใน 11 จังหวัดนี้ . กลุ่มที่ 2 ครม. ได้มีมติเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 เห็นชอบผลการดําเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐจํานวน 11 จังหวัดของกลุ่มที่ 2 ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดจันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ชัยนาท ตราด นครนายก นครสวรรค์ ระยอง ลพบุรี ศรีสะเกษ และสระบุรี ส่งผลให้พื้นที่ทับซ้อนลดลงมากถึง 16.91 ล้านไร่จากพื้นที่รวม 35.86 ล้านไร่ คิดเป็น 47.15% ที่ลดพื้นที่ทับซ้อนได้ . กลุ่มที่ 3 คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 เห็นชอบแผนที่ One Map 11 จังหวัด ซึ่งประกอบด้วยจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ สระแก้ว สุรินทร์ อุบลราชธานี เพชรบูรณ์ และ เลย ยกเว้นอุทยานแห่งชาติ เขาใหญ่จังหวัดนครราชสีมา และ ปราจีนบุรี ส่งผลให้พื้นที่ทับซ้อนในกลุ่มที่ 3 นี้ลดลงไปมากถึง 48.76 ล้านไร่ จากพื้นที่รวม 89.95 ล้านไร่ . นายอาสพลธ์ กล่าวเพิ่มอีกว่า ได้ใช้งบประมาณในการทําโครงการแผนที่ One Map 1 : 4000 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ถึง 2566 เป็นจํานวนเงิน 3,176,580,000 บาท ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่คือ ค่าสถานีรับสัญญาณดาวเทียมถาวร เครื่องรับสัญญาณดาวเทียมแบบเคลื่อนที่ ค่าปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาแนวเขตพื้นที่ป่าต่างๆ ค่าสํารวจตรวจสอบแผนที่ป่าตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นชอบผลการดําเนินการปรับปรุงแผนที่แล้ว หน่วยงานที่ดินของรัฐที่อยู่ในความรับผิดชอบต้องปรับปรุงแก้ไขให้แล้วเสร็จภายใน 360 วัน และหากไม่แล้วเสร็จ สามารถขยายได้อีกครั้งละไม่เกิน 180 วัน แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่า ทั้งพื้นที่กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 คณะรัฐมนตรี ได้เห็นชอบตั้งแต่ปี 2565 และ 2566 ผ่านมาเป็นระยะเวลา 2 ถึง 3 ปีแล้ว แต่พื้นที่กลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 ก็ยังดําเนินการไม่แล้วเสร็จ ไม่สามารถประกาศแผนที่แนบท้ายได้ โดยกลุ่มที่หนึ่ง ขยายระยะเวลามาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง กลุ่มที่ 2 และกลุ่มที่ 3 ขยายระยะเวลามาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ครั้ง ทั้งนี้ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้ให้เหตุผลว่ามีข้อจํากัดหลายด้านรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565 ที่กําหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทําแผนที่แนบท้ายกฎหมาย โดยต้องแจ้งเวียนให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและรับรองอีกครั้งหนึ่ง . นายอาสพลธ์ ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งนี้เป็นการทํางานที่ซ้ำซ้อนหรือไม่ เพราะวันนี้เรามีแผนที่ One Map ที่ครม. รับรองแล้ว 3 กลุ่ม 33 จังหวัด ซึ่งการที่จะทําแผนที่ One Mapได้ ต้องมีการเชิญหน่วยงานที่มีที่ดินของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมป่าไม้ กรมอุทยาน กรมที่ดิน สปก. และอีกหลายหน่วยงานมาประชุมร่วมกัน ลงพื้นที่ร่วมกัน และแก้ไขปัญหาเรื่องการทับซ้อนของที่ดิน ขณะนี้ทําจบไปหมดแล้ว จนกระทั่งเราได้แผนที่ One Map ครม. รับรองแล้ว แต่เนื่องจากติดมติครม. เมื่อปี 2555 กับ ปี 2565 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องทําหนังสือแจ้งเวียนทุกหน่วยงานอีก ซึ่งเป็นการทำงานที่ซ้ำซ้อนไปมา อย่างไรก็ตาม ได้มีการสอบถามไปยังผู้อํานวยการสํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) เมื่อคราวประชุมกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ 2568 ปีที่แล้วว่า จะทําอย่างไร เพราะพื้นที่ไม่เฉพาะจังหวัดศรีสะเกษเท่านั้น แต่เป็น 33 จังหวัด แทนที่ชาวบ้านจะได้ใช้ประโยชน์จากที่ดิน วันนี้ลงทุนไป 3,000 กว่าล้าน ยังไม่มีความคืบหน้า เพราะติดมติครม. เมื่อปี 2555 และปี 2565 ขณะที่ เลขาธิการสํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้แจ้งในที่ประชุมพิจารณางบประมาณ 2568 ว่า เรื่องนี้คณะกรรมการสํานักงานเลขาธิการกฤษฎีกา ได้ประสานกับ สคทช. ว่าให้มาปรึกษา หากไม่รู้ว่าจะพิมพ์อย่างไร หรือไม่รู้ว่าจะทําหนังสืออย่างไร ให้มาที่เลขากฤษฎีกาได้ เพราะมีเจ้าหน้าที่เขาจะได้ทําให้ . ทั้งนี้ นายอาสพลธ์ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า ทาง สคทช. ได้มีการประสานกับกฤษฎีกาหรือยัง ได้ทําหนังสือขอยกเว้นมติครม. ที่มีปัญหา 2 ครั้งนี้หรือยัง นอกจากนี้ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ก็ยังได้แจ้งว่า ในการทําแผนที่ One Map เป็นแผนที่ดิจิทัล แต่ในการทําแผนที่ประกาศแนบท้ายต้องทําเป็นกระดาษ ก็ติดอุปสรรคอีก ซึ่งท่านเลขากฤษฎีกา บอกว่า วันนี้ประเทศไทยมีพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2565 มาตรา 17 และมาตรา 18 ระบุว่า หน่วยงานรัฐสามารถทําเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ได้ ดังนั้นข้อจํากัดที่ ผอ.สคทช. ได้แจ้งในที่ประชุมกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ 2568 จึงเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จึงมาสู่คําถามว่า ปัจจุบัน สํานักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ได้ดําเนินการขอยกเว้นการดําเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2565 ไปแล้วหรือไม่ โดยอยู่ในขั้นตอนใด และหากยังไม่ได้ทําหรือกําลังทําอยู่ จะทําเสร็จเมื่อไหร่ . ต่อจากนั้น นายอาสพลธ์ ได้กล่าวขอบคุณ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ ที่ได้ตอบคำถาม ต่อข้อซักถาม และได้กล่าวด้วยว่า ขณะนี้เรื่องจ่อเข้า ครม. แล้ว ขอให้เข้าโดยเร็ว เพราะตนเห็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน เวลาที่ไม่มีที่ดินทํากินเป็นที่ว่างเปล่า เรามีโครงการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดิน ของกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย รู้ว่าที่ตรงนี้ เป็นที่ทํากินมาตั้งแต่ปู่ย่าตายาย แต่ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินได้ ยกตัวอย่างที่ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากติดการประกาศเขตสปก. ครอบคลุมทั้งตำบล ทั้งอำเภอ ทําให้ในพื้นที่เหล่านี้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินได้ ชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา อยากจะมีโฉนดก็ไม่มี วันดีคืนดีกลัวนายทุนจะมาเอาที่ดินไป ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ถามว่า สคทช. เมื่อไหร่จะเดินหน้าทําเรื่องให้จบเสียที นายอาสพลธ์ กล่าวในท้ายที่สุด . "หากทำเรื่องแผนที่ 1:4000 One map สําเร็จ จะไม่มีปัญหาเรื่องที่ดินทับซ้อน เพราะเราจะรู้ว่าที่ตรงนี้ของใครรับผิดชอบ หากเป็นที่ว่างเปล่าที่ชาวบ้านทำกินแน่แล้ว ชาวบ้านก็ไปออกโฉนดได้ มีโฉนดก็ไปวางเป็นหลักค้ำกู้ยืมเงินได้ ... แต่วันนี้ทำอะไรไม่ได้ ... เขาไม่ได้อยากให้ รบ. มาแจกเงิน แค่ทำ 1:4000 ได้ เขาก็มีความสุขแล้ว ถือว่าเป็นการช่วยชาวบ้านไปในตัว "