19 มีนาคม 2568 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสภาว่า ทางพรรคภูมิใจไทย ได้รับเรื่องจากสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านกลุ่มสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ที่มีความกังวล อีกทั้งสมาคมการท่องเที่ยวนักดําน้ำด้วย โดยกล่าวสรุป 2 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก คือ จากทางสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ หรือประมงอื่นๆ ที่ทํากันในเรื่องของ พ.ร.บ.กฎหมายประมง มีความจําเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้องศึกษาทบทวน เพราะว่ามีความทับซ้อนแล้วก็มีผลกระทบในในส่วนของต่างประเทศด้วย (IUU) ทางพรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา 66 วรรค 2 ที่ให้คงไว้ในกรณีที่สัตว์น้ำ ตามวรรค 1 ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแล้วติดเรือ หรือว่าเครื่องมือทําการประมงของผู้ใด ถ้าผู้นั้นปล่อยสัตว์น้ำดังกล่าวกลับสู่ธรรมชาติโดยเร็ว ผู้นั้นไม่มีความผิด ถ้าในกรณีตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันจึงอยากฝากประเด็นนี้ด้วย เนื่องจากว่ามีเหตุผลหลายประการในการที่จะไปเอาผิดชาวประมงโดยไม่ตั้งใจอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการขัดต่อหลักข้อเท็จจริงในทางกฎหมายในเรื่องของเจตนา
.
สำหรับประเด็นที่ 2 ในการแก้ไขมาตรา 69 ทางพรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยต้องคงไว้ในเรื่องของการสงวนในเรื่องของสัตว์น้ำในการใช้เครื่องมืออวนตาถี่ ในเรื่องของปลากระตักในเวลากลางคืน ถือเป็นการเอาเปรียบวิถีชีวิตของสัตว์น้ำในโดยการเอาไฟไปล่อในเขตนอกเหนือจาก 12 ไมล์ทะเล ซึ่งปลาเหล่านี้ พอเห็นแสงสว่างในเวลากลางคืนก็จะรวมฝูงกันมา ตาถี่ของอวนมีความยาวหลายหลายกิโลเมตร เพราะฉะนั้นความเสียหายแต่ละพื้นที่ก็จะเกิดขึ้นมาก สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถที่จะประมาณความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นในความเห็นในมาตรา 69 นี้ ก็ยังเห็นด้วยว่า ในเวลากลางวันและกลางคืน 12 ไมล์ทะเลออกไปแล้วต้องมีการทบทวนให้ดี
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวอีกว่า อยากจะฝากศึกษาว่าสภาพท้องทะเลในฝั่งอันดามัน และในส่วนของฝั่งอ่าวไทย อาจจะมีความแตกต่างกันทางภูมิศาสตร์ และก็ทางกายภาพในเรื่องของฟิสิกส์ทางทะเลได้ เพราะฉะนั้นควรที่จะศึกษาทบทวนในเรื่องของเรือ ในส่วนของฝั่งอ่าวไทย และอันดามันนั้น เราจะกําหนดพื้นที่อย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของอ่าวไทยอาจจะไม่มีนักท่องเที่ยวเหมือนกับฝั่งอันดามัน เพราะฉะนั้นอันดามันมีทั้งนักประดาน้ำ มีทั้งปะการัง มีเกาะ และในความที่เป็นเกาะแก่งในการนับอาณาเขต 12 ไมล์ทะเล ก็เป็นส่วนทับซ้อนกันด้วย สิ่งเหล่านี้ก็คงจะได้มีการพูดคุยกันในพี่น้องชาวภาคใต้เช่นกัน ซึ่งทุกพรรค ทุกจังหวัด ในส่วนของภาคใต้ก็จะมีสมาคมของชาวประมงทั้งพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ได้มายื่นหนังสือแล้วก็ได้มาฝากข้อสังเกตเรื่องนี้ไว้ด้วย นอกจากนี้ ถ้าหากมีการตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาในมาตรา 69 ขอฝากไว้ว่าต้องมีความเคร่งครัดในการพิจารณา เพราะจะมีความเสียหายอย่างมาก และมาตรา 66 คงจะต้องยึดหลักในเจตนา นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

19 มีนาคม 2568 เวลา 17:10
"สฤษฏ์พงษ์" ชี้ ร่างกฎหมายประมง หากตั้งกมธ.ร่วม ม.69 ต้องพิจารณารอบดอบ มีผลกระทบต่อ IUU
“สฤษฏ์พงษ์” ชี้ พ.ร.บ.กม.ประมง หากมีการตั้งคณะกรรมการร่วม ม. 69 ต้องมีความเคร่งครัดในการพิจารณาทบทวนให้รอบคอบ ความทับซ้อนมีผลกระทบต่อ IUU ด้วย
19 มีนาคม 2568 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสภาว่า ทางพรรคภูมิใจไทย ได้รับเรื่องจากสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านกลุ่มสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ที่มีความกังวล อีกทั้งสมาคมการท่องเที่ยวนักดําน้ำด้วย โดยกล่าวสรุป 2 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก คือ จากทางสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ หรือประมงอื่นๆ ที่ทํากันในเรื่องของ พ.ร.บ.กฎหมายประมง มีความจําเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้องศึกษาทบทวน เพราะว่ามีความทับซ้อนแล้วก็มีผลกระทบในในส่วนของต่างประเทศด้วย (IUU) ทางพรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา 66 วรรค 2 ที่ให้คงไว้ในกรณีที่สัตว์น้ำ ตามวรรค 1 ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแล้วติดเรือ หรือว่าเครื่องมือทําการประมงของผู้ใด ถ้าผู้นั้นปล่อยสัตว์น้ำดังกล่าวกลับสู่ธรรมชาติโดยเร็ว ผู้นั้นไม่มีความผิด ถ้าในกรณีตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันจึงอยากฝากประเด็นนี้ด้วย เนื่องจากว่ามีเหตุผลหลายประการในการที่จะไปเอาผิดชาวประมงโดยไม่ตั้งใจอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการขัดต่อหลักข้อเท็จจริงในทางกฎหมายในเรื่องของเจตนา
.
สำหรับประเด็นที่ 2 ในการแก้ไขมาตรา 69 ทางพรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยต้องคงไว้ในเรื่องของการสงวนในเรื่องของสัตว์น้ำในการใช้เครื่องมืออวนตาถี่ ในเรื่องของปลากระตักในเวลากลางคืน ถือเป็นการเอาเปรียบวิถีชีวิตของสัตว์น้ำในโดยการเอาไฟไปล่อในเขตนอกเหนือจาก 12 ไมล์ทะเล ซึ่งปลาเหล่านี้ พอเห็นแสงสว่างในเวลากลางคืนก็จะรวมฝูงกันมา ตาถี่ของอวนมีความยาวหลายหลายกิโลเมตร เพราะฉะนั้นความเสียหายแต่ละพื้นที่ก็จะเกิดขึ้นมาก สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถที่จะประมาณความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นในความเห็นในมาตรา 69 นี้ ก็ยังเห็นด้วยว่า ในเวลากลางวันและกลางคืน 12 ไมล์ทะเลออกไปแล้วต้องมีการทบทวนให้ดี
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวอีกว่า อยากจะฝากศึกษาว่าสภาพท้องทะเลในฝั่งอันดามัน และในส่วนของฝั่งอ่าวไทย อาจจะมีความแตกต่างกันทางภูมิศาสตร์ และก็ทางกายภาพในเรื่องของฟิสิกส์ทางทะเลได้ เพราะฉะนั้นควรที่จะศึกษาทบทวนในเรื่องของเรือ ในส่วนของฝั่งอ่าวไทย และอันดามันนั้น เราจะกําหนดพื้นที่อย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของอ่าวไทยอาจจะไม่มีนักท่องเที่ยวเหมือนกับฝั่งอันดามัน เพราะฉะนั้นอันดามันมีทั้งนักประดาน้ำ มีทั้งปะการัง มีเกาะ และในความที่เป็นเกาะแก่งในการนับอาณาเขต 12 ไมล์ทะเล ก็เป็นส่วนทับซ้อนกันด้วย สิ่งเหล่านี้ก็คงจะได้มีการพูดคุยกันในพี่น้องชาวภาคใต้เช่นกัน ซึ่งทุกพรรค ทุกจังหวัด ในส่วนของภาคใต้ก็จะมีสมาคมของชาวประมงทั้งพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ได้มายื่นหนังสือแล้วก็ได้มาฝากข้อสังเกตเรื่องนี้ไว้ด้วย นอกจากนี้ ถ้าหากมีการตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาในมาตรา 69 ขอฝากไว้ว่าต้องมีความเคร่งครัดในการพิจารณา เพราะจะมีความเสียหายอย่างมาก และมาตรา 66 คงจะต้องยึดหลักในเจตนา นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวทิ้งท้าย
19 มีนาคม 2568 นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ ได้กล่าวอภิปรายในที่ประชุมสภาว่า ทางพรรคภูมิใจไทย ได้รับเรื่องจากสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านกลุ่มสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ที่มีความกังวล อีกทั้งสมาคมการท่องเที่ยวนักดําน้ำด้วย โดยกล่าวสรุป 2 ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรก คือ จากทางสมาพันธ์ประมงพื้นบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ประมงพาณิชย์ หรือประมงอื่นๆ ที่ทํากันในเรื่องของ พ.ร.บ.กฎหมายประมง มีความจําเป็นอย่างยิ่งในการที่จะต้องศึกษาทบทวน เพราะว่ามีความทับซ้อนแล้วก็มีผลกระทบในในส่วนของต่างประเทศด้วย (IUU) ทางพรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมาธิการสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา 66 วรรค 2 ที่ให้คงไว้ในกรณีที่สัตว์น้ำ ตามวรรค 1 ที่เลี้ยงลูกด้วยนมแล้วติดเรือ หรือว่าเครื่องมือทําการประมงของผู้ใด ถ้าผู้นั้นปล่อยสัตว์น้ำดังกล่าวกลับสู่ธรรมชาติโดยเร็ว ผู้นั้นไม่มีความผิด ถ้าในกรณีตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกันจึงอยากฝากประเด็นนี้ด้วย เนื่องจากว่ามีเหตุผลหลายประการในการที่จะไปเอาผิดชาวประมงโดยไม่ตั้งใจอย่างนี้ก็ถือว่าเป็นการขัดต่อหลักข้อเท็จจริงในทางกฎหมายในเรื่องของเจตนา
.
สำหรับประเด็นที่ 2 ในการแก้ไขมาตรา 69 ทางพรรคภูมิใจไทย เห็นด้วยต้องคงไว้ในเรื่องของการสงวนในเรื่องของสัตว์น้ำในการใช้เครื่องมืออวนตาถี่ ในเรื่องของปลากระตักในเวลากลางคืน ถือเป็นการเอาเปรียบวิถีชีวิตของสัตว์น้ำในโดยการเอาไฟไปล่อในเขตนอกเหนือจาก 12 ไมล์ทะเล ซึ่งปลาเหล่านี้ พอเห็นแสงสว่างในเวลากลางคืนก็จะรวมฝูงกันมา ตาถี่ของอวนมีความยาวหลายหลายกิโลเมตร เพราะฉะนั้นความเสียหายแต่ละพื้นที่ก็จะเกิดขึ้นมาก สิ่งเหล่านี้เราไม่สามารถที่จะประมาณความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นในความเห็นในมาตรา 69 นี้ ก็ยังเห็นด้วยว่า ในเวลากลางวันและกลางคืน 12 ไมล์ทะเลออกไปแล้วต้องมีการทบทวนให้ดี
.
นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวอีกว่า อยากจะฝากศึกษาว่าสภาพท้องทะเลในฝั่งอันดามัน และในส่วนของฝั่งอ่าวไทย อาจจะมีความแตกต่างกันทางภูมิศาสตร์ และก็ทางกายภาพในเรื่องของฟิสิกส์ทางทะเลได้ เพราะฉะนั้นควรที่จะศึกษาทบทวนในเรื่องของเรือ ในส่วนของฝั่งอ่าวไทย และอันดามันนั้น เราจะกําหนดพื้นที่อย่างไร โดยเฉพาะในส่วนของอ่าวไทยอาจจะไม่มีนักท่องเที่ยวเหมือนกับฝั่งอันดามัน เพราะฉะนั้นอันดามันมีทั้งนักประดาน้ำ มีทั้งปะการัง มีเกาะ และในความที่เป็นเกาะแก่งในการนับอาณาเขต 12 ไมล์ทะเล ก็เป็นส่วนทับซ้อนกันด้วย สิ่งเหล่านี้ก็คงจะได้มีการพูดคุยกันในพี่น้องชาวภาคใต้เช่นกัน ซึ่งทุกพรรค ทุกจังหวัด ในส่วนของภาคใต้ก็จะมีสมาคมของชาวประมงทั้งพื้นบ้าน และประมงพาณิชย์ ได้มายื่นหนังสือแล้วก็ได้มาฝากข้อสังเกตเรื่องนี้ไว้ด้วย นอกจากนี้ ถ้าหากมีการตั้งคณะกรรมการร่วมศึกษาในมาตรา 69 ขอฝากไว้ว่าต้องมีความเคร่งครัดในการพิจารณา เพราะจะมีความเสียหายอย่างมาก และมาตรา 66 คงจะต้องยึดหลักในเจตนา นายสฤษฏ์พงษ์ กล่าวทิ้งท้าย