"สส.ษฐา" จี้ มท. แก้ปัญหาขยะล้นเมือง ในจ.นครศรีธรรมราช เร่งเพิกถอนสภาพที่ดิน แปลง "ดอนหัวเล"

"สส.ษฐา" จี้ มท. แก้ปัญหาขยะล้นเมือง ในจ.นครศรีธรรมราช เร่งเพิกถอนสภาพที่ดิน แปลง "ดอนหัวเล"

"สส.ษฐา" จี้ มหาดไทย แก้ไขปัญหาขยะล้นเมือง 2.4 แสนตันในจ.นครศรีธรรมราช โดยเร่งให้เพิกถอนสภาพที่ดินแปลง “ดอนหัวเล” วันที่ 20 มีนาคม 2568 นายษฐา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยจังหวัดนครศรีธรรมราชมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน 185 แห่ง แบ่งกลุ่มกำจัดขยะออกเป็น 6 คลัสเตอร์ กลุ่มที่ 1 ดำเนินการโดยเทศบาลนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี 2540 ตั้งอยู่ในที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน สำหรับพลเมือง ใช้ร่วมกันแปลง “ดอนหัวเล” เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำขยะมาทิ้งจำนวน50 แห่ง มีขยะสะสมอยู่ประมาณ 2 ล้าน 4 แสนตัน . ต่อมาเทศบาลนครศรีธรรมราช ได้ดำเนินโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากขยะมูลฝอย โดยได้ขอถอนสภาพที่ดินต่อกระทรวงมหาดไทย เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ในระหว่างนั้นมีประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณรอบบ่อขยะได้ยื่นฟ้องเทศบาลนครศรีธรรมราช พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่น และน้ำเสียจากบ่อขยะ . นายษฐา กล่าวว่า ต่อมาศาลปกครองนครศรีธรรมราช ได้มีคำพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีนำขยะมูลฝอย ที่มีอยู่ในส่วนที่เกินกว่าประสิทธิภาพของการกำจัดขยะของระบบที่มีอยู่ออกจากบ่อขยะ ทั้งกำจัดขยะที่เหลือ ตามหลักสุขาภิบาลและห้ามนำขยะมูลฝอยไปทิ้งที่บ่อขยะเพิ่มขึ้นอีก จากผลของคำพิพากษาเทศบาลนครศรีธรรมราช ได้ออกประกาศงดรับขยะจากนอกพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 คงไว้เพียงสามแห่ง ส่วนที่เหลือไปใช้พื้นที่เอกชน 5 แห่ง ใช้พื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี 28 แห่ง ต้องบริหารจัดการเอง 14 แห่ง จึงทำให้เกิดปัญหาในการบริหารจัดการขยะเป็นจำนวนมากและจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น . “เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาขยะในจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างยั่งยืน ซึ่งขอกราบเรียนท่านประธาน ได้แจ้งกระทรวงมหาดไทยให้นำเรื่องการขอเพิกถอนสภาพที่ดินแปลง “ดอนหัวเล” เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเป็นกรณีเร่งด่วนด้วย”นายษฐา กล่าว