"ณัฏฐ์ชนน" อัดยับ ระบบแจ้งแผ่นดินไหว ล้มเหลว อย่าขวาง การใช้งบประมาณ เครื่องมือแจ้งเหตุ

"ณัฏฐ์ชนน" อัดยับ ระบบแจ้งแผ่นดินไหว ล้มเหลว อย่าขวาง การใช้งบประมาณ เครื่องมือแจ้งเหตุ

สร้างความเชื่อมั่นให้มากกว่าหมอผี ! “ณัฏฐ์ชนน” ขอเป็นกำลังใจ ผู้ประสบเหตุแผ่นดินไหว อัดยับ ระบบแจ้งเตือนเหตุแผ่นดินไหว ล้มเหลว วอนหน่วยงานตรวจสอบ อย่าขวางการใช้งบประมาณ การจัดหาเครื่องมือแจ้งเหตุ ระบุ ประเทศไทยใช้งบปีละกว่า แสนล้าน สู้กับภัยพิบัติ นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.สงขลา พรรคภูมิใจไทย อภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา พิจารณาเหตุการณ์แผ่นดินไหว เมื่อวันที่ 28 มี.ค.68 ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทย และรวมถึงเหตุที่ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ถล่ม ว่า สนับสนุนญัตติด่วนของ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตเปรียบเทียบการทํางานของกรมอุตุนิยมวิทยาในอดีต และปัจจุบัน การพยากรณ์อากาศในอดีต เราย้อนไปเมื่อ 30 ปีที่แล้ว คนส่วนใหญ่ฟังจากวิทยุ หลังเคารพธงชาติ เวลา 08:00 ประโยคที่ได้ยินบ่อยมากที่สุดคือ พยากรณ์อากาศจังหวัดสงขลา ฝั่งอ่าวไทย คลื่นสูง 1 ถึง 2 เมตร เรือเล็กห้ามออกจากฝั่ง มีฝนตกในพื้นที่เป็นหย่อมๆ เป็นการพยากรณ์แบบนี้ทุกวัน ซ้ำแล้วซ้ำอีก ลองนึกภาพดูสิว่าเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ถ้าพี่น้องประชาชนตามกรมอุตุนิยมวิทยา เรือเล็กไม่ต้องออกจากฝั่งทุกวัน แล้วจะทํามาหากินกันอย่างไร แต่ปัจจุบันการทํางานของกรมอุตุนิยมวิทยา การพยากรณ์อากาศแม่นยํามาก วัน เวลา พื้นที่ และปริมาณ น้ำฝน แสดงว่ากรมอุตุวิทยาได้พัฒนาตัวเองจนเป็นที่ยอมรับของประชาชน เพราะได้รับเทคโนโลยีที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาล ณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 มีคําถามมากมาย ทําไมระบบแจ้งเตือน ไม่ทํางาน ใครเป็นเจ้าภาพหลักระบบแจ้งเตือน มีการถามว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(DE) ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีคําถามว่า เมื่อไหร่ระบบเตือนภัยจะใช้งานแบบสมบูรณ์ วันนี้คนไทย เชื่อคําพยากรณ์ภัยพิบัติ จากหน่วยงานของรัฐน้อยมาก แต่คนไทยไปเชื่ออะไร คนไทยไปเชื่อหมอดู คนไทยไปเชื่ออะไร ไปเชื่อคําทํานายของผู้นําทางจิตวิญญาณ เพราะฉะนั้นการเชื่อบุคคลที่ไม่มีฐานความรู้จริง แต่โดนจริตของชาวบ้าน . “หน่วยงานของรัฐต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนมากกว่าหมอผี ผมขอยกตัวอย่างการแจ้งเตือนช่วงน้ำท่วม วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 เกิดน้ำท่วมหนัก ในจังหวัดสงขลา ตนได้นำทั้ง 4 อําเภอ จะนะ เทพา นาทวี สะบ้าย้อย เตรียมการเพื่อที่จะแจ้งเตือน ปรากฏว่าเช้าวันที่ 28 พฤศจิกายน น้ำท่วมใน 4 อําเภอ ในพื้นที่ลุ่มน้ำเทพา ลุ่มน้ำนาทวี แต่เราได้เตรียมการในเรื่องของการแจ้งเตือน เลยลดการเสียชีวิตประชากร ในพื้นที่ 4 อําเภอ ไว้มาก ลดการสูญเสียเรื่องของทรัพยากร และทรัพย์สินของประชาชน” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว . นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ในแต่ละปีประเทศไทย เสียงบประมาณไม่ต่ำกว่าปีละ 100,000 ล้านบาท ในการสู้กับภัยพิบัติ 1. เป็นงบกลางที่คณะรัฐมนตรี หรือรัฐบาล ขออนุมัติกรอบ 2.เป็นงบประมาณราชการส่วนภูมิภาค จังหวัดต่างๆ 3.เป็นงบประมาณองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ใช้เยียวยาช่วยเหลือในเบื้องต้น 4.เป็นงบของภาคเอกชน และสุดท้าย 5.เป็นงบประมาณของพี่น้องประชาชนร่วมกัน บริจาคเหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม ที่ผ่านมา ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ยังงง เกี่ยวกับระบบแจ้งเตือน คณะรัฐมนตรียังสับสนว่า ระบบแจ้งเตือนมันเกิดอะไรขึ้น แล้วประชาชนจะเหลืออะไร จะสับสนขนาดไหน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่โทษใครคนใดคนหนึ่ง . “ขอให้ประชาชนได้เข้าใจระบบงบประมาณของประเทศ วันนี้หน่วยรับงบประมาณ เพื่อจะของบภัยพิบัติยากมากในการซื้อระบบเตือนภัย เพราะมีการมองว่าเป็นเรื่องอนาคตเป็นการมองว่า เป็นเรื่องที่ยังไม่เกิดเป็นการมองว่า ไม่เชื่อว่างบประมาณจะคุ้มกับการลงทุนที่สําคัญ งบประมาณค่อนข้างสูง เป็นเรื่องการป้องกันภัยพิบัติ มีหน่วยงานตรวจสอบในการใช้งบประมาณค่อนข้างเยอะมองว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ขอเป็นกําลังใจให้กับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวทุกๆ ท่าน ด้วยความปรารถนาดีนะครับ จากพรรคภูมิใจไทย การเตือนภัยคือหัวใจหลักของการต่อสู้กับภัยพิบัติ” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว