28 พ.ค. 2568 – น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ว่าแม้พรรคสนับสนุนภาพรวมของงบ แต่กังวลเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีวงเงินกว่าแสนล้านบาท เน้นโครงการขนาดใหญ่ ไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริง พื้นที่แล้งก็แล้งซ้ำซาก พื้นที่ที่เสี่ยงท่วมก็ท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำอย่างอุบลราชธานี ซึ่งมักรับมวลน้ำสุดท้ายจากแม่น้ำชี มูล และโขง
.
สส.แนน ระบุว่า แผนที่วางไว้ส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมปัญหาระยะสั้น เช่น คู คลองสายย่อยที่น้ำท่วมก่อนสายใหญ่ อีกทั้งยังมีความซ้ำซ้อนในการดูแลจากหลายหน่วยงาน เช่น กรมเจ้าท่า อปท. และกรมชลประทาน ยกตัวอย่างโครงการขุดลอกซึ่งหลาย อปท. งบไม่เพียงพอ หรือไม่กล้าทำ เพราะกังวลเรื่องข้อกฎหมายในการเคลื่อนย้ายดิน
.
งบ 107,000 ล้านบาทในส่วนของการบริหารทรัพยากรน้ำ โครงการศึกษา ออกแบบ ใช้เวลานาน ขณะที่การขุดลอกเพื่อเป็นทางระบาย หรือเพื่อกักเก็บน้ำในพื้นที่ชุมชนยังมีน้อย เช่น งบกรมเจ้าท่ามีแค่ 700 ล้านบาท สส.แนน ชี้ว่าหน่วยงานรัฐไม่ควรทำงานตามกรอบเดิมๆ ต้องเร่งปรับแนวทางให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่รวมถึงภัยพิบัติที่เกิดบ่อย และรวดเร็วขึ้น
สส.แนน ย้ำว่า ประชาชนในพื้นที่รู้ทางน้ำดีกว่าทฤษฎีจากส่วนกลาง รัฐไม่ควรพยายามควบคุมน้ำให้ไปตามแผนที่วางไว้โดยไม่ฟังชุมชน พร้อมเสนอว่าการบริหารจัดการน้ำควรมุ่งให้ประชาชนอยู่กับภัยพิบัติให้ได้ในระยะเวลาสั้นที่สุด เพื่อลดความเสียหายระยะยาว
อีกข้อกังวลในเรื่องงบประมาณคือ การกระจายงบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่เป็นธรรม แม้งบรวมจะดูมาก ประมาณ 380,000 ล้านบาท แต่แท้จริงแล้วแฝงด้วยของนโยบายส่วนกลาง ทำให้ท้องถิ่นมีงบพัฒนาพื้นที่จริงน้อยมาก จึงขอให้รัฐรับฟังเสียงจากภูมิภาคอย่างจริงจัง ไม่ใช่คิดแทนจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว

29 พฤษภาคม 2568 เวลา 00:40
รู้เท่าทันภัยพิบัติ! แนน บุณย์ธิดา ห่วงแผนจัดการน้ำ งบปี 69 เน้นโครงการใหญ่ ไม่ตอบโจทย์ปัญหาระยะสั้น
28 พ.ค. 2568 – น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณปี 2569 ว่าแม้พรรคสนับสนุนภาพรวมของงบ แต่กังวลเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีวงเงินกว่าแสนล้านบาท เน้นโครงการขนาดใหญ่ ไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริง พื้นที่แล้งก็แล้งซ้ำซาก พื้นที่ที่เสี่ยงท่วมก็ท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำอย่างอุบลราชธานี ซึ่งมักรับมวลน้ำสุดท้ายจากแม่น้ำชี มูล และโขง
.
สส.แนน ระบุว่า แผนที่วางไว้ส่วนใหญ่ไม่ครอบคลุมปัญหาระยะสั้น เช่น คู คลองสายย่อยที่น้ำท่วมก่อนสายใหญ่ อีกทั้งยังมีความซ้ำซ้อนในการดูแลจากหลายหน่วยงาน เช่น กรมเจ้าท่า อปท. และกรมชลประทาน ยกตัวอย่างโครงการขุดลอกซึ่งหลาย อปท. งบไม่เพียงพอ หรือไม่กล้าทำ เพราะกังวลเรื่องข้อกฎหมายในการเคลื่อนย้ายดิน
.
งบ 107,000 ล้านบาทในส่วนของการบริหารทรัพยากรน้ำ โครงการศึกษา ออกแบบ ใช้เวลานาน ขณะที่การขุดลอกเพื่อเป็นทางระบาย หรือเพื่อกักเก็บน้ำในพื้นที่ชุมชนยังมีน้อย เช่น งบกรมเจ้าท่ามีแค่ 700 ล้านบาท สส.แนน ชี้ว่าหน่วยงานรัฐไม่ควรทำงานตามกรอบเดิมๆ ต้องเร่งปรับแนวทางให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ แต่รวมถึงภัยพิบัติที่เกิดบ่อย และรวดเร็วขึ้น
สส.แนน ย้ำว่า ประชาชนในพื้นที่รู้ทางน้ำดีกว่าทฤษฎีจากส่วนกลาง รัฐไม่ควรพยายามควบคุมน้ำให้ไปตามแผนที่วางไว้โดยไม่ฟังชุมชน พร้อมเสนอว่าการบริหารจัดการน้ำควรมุ่งให้ประชาชนอยู่กับภัยพิบัติให้ได้ในระยะเวลาสั้นที่สุด เพื่อลดความเสียหายระยะยาว
อีกข้อกังวลในเรื่องงบประมาณคือ การกระจายงบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่เป็นธรรม แม้งบรวมจะดูมาก ประมาณ 380,000 ล้านบาท แต่แท้จริงแล้วแฝงด้วยของนโยบายส่วนกลาง ทำให้ท้องถิ่นมีงบพัฒนาพื้นที่จริงน้อยมาก จึงขอให้รัฐรับฟังเสียงจากภูมิภาคอย่างจริงจัง ไม่ใช่คิดแทนจากส่วนกลางเพียงฝ่ายเดียว