"คงกฤษ" แนะจัดสรรงบ สู้ภัยพิบัติ สึนามิ น้ำท่วม ภัยแล้ง ให้เป็นระบบ นำ สสน. ร่วมบูรณาการทุกหน่วยงาน ทวงงบ 69 แก้ปัญหา ให้ประชาชนชาว จ.ระนอง

"คงกฤษ" แนะจัดสรรงบ สู้ภัยพิบัติ สึนามิ น้ำท่วม ภัยแล้ง ให้เป็นระบบ นำ สสน. ร่วมบูรณาการทุกหน่วยงาน ทวงงบ 69 แก้ปัญหา ให้ประชาชนชาว จ.ระนอง

"สส.คงกฤษ" อภิปรายงบ 69 แนะจัดสรรงบสู้ภัยพิบัติ สึนามิ น้ำท่วม ภัยแล้ง ให้เป็นระบบ แนะ นำ สสน. ร่วมบูรณาการทุกหน่วยงานแก้ปัญหา ทวงงบ 69 กลางสภา เพื่อแก้ปัญหาท่วมซ้ำซาก น้ำกัดเซาะชายฝั่ง สร้างอ่างเก็บน้ำ หรือฝายน้ำล้น ให้ประชาชนชาว จ.ระนอง วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ.2569 จํานวนเงิน 3,780,600 ล้านบาท ว่า รัฐบาลได้ให้ความสําคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสร้างโอกาสทางด้านเศรษฐกิจ และเสมอภาคทางสังคมดูแลคุณภาพชีวิต สิ่งแวดล้อม และความมั่นคงของประชาชน ผ่านการดําเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนแม่บทต่างต่าง แต่ถึงอย่างไร จากที่ได้ดูรายละเอียดงบประมาณรายจ่าย ตาม 6 ยุทธศาสตร์ หนึ่งรายการ จะเห็นได้ว่าเราได้มุ่งเน้นพัฒนาด้านต่างๆ แต่คงจะหลงลืมประเด็นสําคัญต่างๆ . “ปัจจุบันโลกของเราได้เผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนทวีความรุนแรงขึ้นในทุกปี สําหรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือ Climate change ไม่ได้เป็นปัญหาประเด็นในด้านสิ่งแวดล้อมที่มีผลกระทบเท่านั้น แต่ยังเป็นวิกฤตที่มีผลกระทบต่อการดํารงชีวิต ของพี่น้องประชาชน ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ และปัญหาด้านสังคม และความมั่นคงของประชาชน จุดนี้ที่จะทําให้ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติต่างๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายๆ เรื่อง เราไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงหรือเอาชนะภัยพิบัติธรรมชาติเหล่านี้ได้ แต่ถึงอย่างไร ควรที่จะมีการตั้งรับวางแผนคิดระบบ หรือการสร้างโครงสร้าง เตรียมความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติ ที่จะเกิดขึ้นเหล่านี้ได้ ในอนาคต” นายคงกฤษ กล่าว . นายคงกฤษ กล่าวว่า ขอยกตัวอย่างยุทธศาสตร์ที่สําคัญ 2 ยุทธศาสตร์ 1.ด้านความมั่นคง มีการจัดสรรงบประมาณไว้อยู่ที่ 400,000 กว่าล้านบาท คิดเป็น 11% ของบประมาณทั้งหมด เป็นงบประมาณที่มีระบบการพัฒนาเตรียมความพร้อมแห่งชาติ และระบบบริหารจัดการภัยพิบัติเพียงแค่ 26,000 กว่าล้านบาท ประธานสิ่งนี้ครับ เป็นสิ่งที่สําคัญ เป็นสิ่งที่จะต้องมีการเพิ่มขีดความสามารถในการที่จะปฏิบัติงานภัยพิบัติฉุกเฉิน เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนป้องกันบรรเทาสาธารณภัย หรือภัยพิบัติต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น จัดหาคุรุภัณฑ์ หรือสิ่งต่างๆ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องในยามที่เกิดภัยพิบัติ งบประมาณเพียงเท่านี้ ไม่น่าจะเพียงพอ ประเทศเราได้สูญเสีย ในเรื่องภัยพิบัติ ใช้งบประมาณในการเยียวยาฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติมากกว่า ที่จะไปตั้งงบประมาณในการป้องกัน ล่าสุดเมื่อ 28 มีนาคม 2568 เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศเมียนมาร์ สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร . “ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีการนําเทคโนโลยี Cell Broadcast มาใช้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถ ที่จะควบคุมได้ทุกพื้นที่ จึงอยากจะฝาก ควรจะต้องมีการเร่งติดตามติดตั้งตัวเซ็นเซอร์ เรียกว่า ไซโมมิเตอร์ หรืออีกอย่างหนึ่ง ก็คือติดตั้งตามจุดต่างๆ ที่มีความ เสี่ยง หรือ อุปกรณ์ภัยพิบัติ ที่มีความทันสมัยทุกรูปแบบ เพื่อที่จะนํางบประมาณในส่วนนี้ มาดูแล ครอบคลุมในการติดตาม หรือดูความเคลื่อนไหว ในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง” นายคงกฤษ กล่าว . สส.ระนอง กล่าวอีกว่า ยังมีอีกเรื่อง นั่นคือ เรื่อง เกี่ยวกับ เหตุการณ์สึนามิ เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ที่สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินครัวเรือนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคใต้ นั่นคือ จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ สตูล ตรัง รวม ถึง จังหวัดระนอง แต่ตรงนี้ เราได้มีการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการดูแลบํารุงรักษา อุปกรณ์ เครื่องเตือนสัญญาณของสึนามิหรือเปล่า หรือมีการจัดหาอุปกรณ์ ที่มีความทันสมัยที่สามารถที่จะ เตือนภัยในการเกิดเหตุการณ์สึนามิ . “ปัจจุบันจังหวัดระนอง ชุมพร พังงา สุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่เสี่ยง ยังอยู่ในกลุ่มรอยเลื่อนของระนอง คลองมะรุ่ย และเป็นกลุ่มรอยเลื่อนที่ยังมีพลังอยู่ มันสามารถที่จะเกิดแผ่นดินไหวในอนาคตได้ ผมจึงมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนชาวภาคใต้ และพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนองของผม โชคดีวันนี้ จังหวัดระนอง และก็ยังมีจังหวัดที่มีความเสี่ยง ได้มีการเตรียมแผนเผชิญเหตุการณ์ต่างๆ ภัยพิบัติต่างๆ โดยการนํา ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กําชับ กํากับดูแล ผู้ว่าราชการจังหวัด เกือบทุกจังหวัด ตามนโยบายที่ได้ กํากับ และ กําชับ ไว้ว่าเมื่อเกิดเหตุอุทกภัย หรือภัยพิบัติต่างๆ ควรที่ต้องเร่งดําเนินการบูรณาการร่วมกับ กระทรวงมหาดไทย ทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อท่านทราบ ท่านจะลงพื้นที่เอง และกํากับดูแลเอง และยังมี นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่มีความตื่นตัว และให้ความสําคัญกับเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติในวันนี้” สส.ระนอง กล่าว . นายคงกฤษ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ที่ 2 มีความสําคัญ เป็นเรื่องของยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการสร้างการเติบโต บนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม งบประมาณนี้ได้ตั้งไว้อยู่ที่ 147,000 กว่า ล้านบาท โดยมีเรื่องของการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และเสริมสร้างประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอยู่ที่งบประมาณ 100,000 กว่าล้านบาท งบประมาณนี้ดูเยอะ แต่ใจจริงตรงนี้ยังมีหน่วยงานที่พร้อมที่จะดูแล และบูรณาการร่วมกัน ในการที่จะพัฒนา และดูแลแหล่งน้ำได้ คือ สสน. หรือเรียกว่าสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร ที่จะมาช่วยวางแผนพัฒนาแหล่งน้ำ และรวบรวมข้อมูลและประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ . นายคงกฤษ กล่าวว่า วันนี้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดระนอง เมืองฝน 8 แดด 4 ปีนี้ฝนมาเร็วมาก แต่เมื่อถึงเวลาฤดูแล้ง ก็แล้งแรง อ่างเก็บน้ำของจังหวัดเพียงอ่างเดียว นั่นคือ อ่างเก็บน้ำคลองหาดส้มแป้น แต่อําเภออื่นไม่สามารถมีอ่างเก็บน้ำ หรือชะลอน้ำได้ หรือสามารถที่จะเก็บน้ำได้ วันนี้รัฐบาลควรให้ความสําคัญกับอ่างเก็บน้ำหรือฝายน้ำล้น หรือตลอดจนจะทําอะไรก็ได้ที่สามารถที่จะช่วยชะลอน้ำได้ จังหวัดระนอง ยังไม่มีในส่วนนี้ เมื่อถึงฤดูฝน ไม่มีอ่างกักเก็บน้ำ เวลาฝนตก เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ทําให้บ้านเรือนเสียหาย ประกอบกับว่าน้ำท่วม และก็ประกอบกับน้ำทะเลหนุนขึ้นมา จะทําให้น้ำท่วมทุกอําเภอของจังหวัดระนอง . “โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่ท่วมซ้ำซากมากก็คือพื้นที่บ้านสองแพรก ต.ลำเลียง อ.กระบุรี จ.ระนอง เทศบาลตําบลน้ำจืด อําเภอกระบุรี จังหวัดระนอง และก็ยังมีพื้นที่บางส่วน ของจังหวัดระนอง นอกจากนั้นยังมีปัญหาเกี่ยวกับน้ำกัดเซาะชายฝั่งของอําเภอสุขสําราญ หาดประพาส ถนนที่เห็นอยู่เป็นถนนของท้องถิ่น งบประมาณของท้องถิ่นที่ ที่วันนี้พังทลายลง เพราะด้วยภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่ก็ยังไม่ได้รับการเหลียวแล ดูแลแก้ไข เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของพี่น้องชาวมุสลิม เพราะพี่น้องชาวมุสลิมอยู่ที่อําเภอสําราญ เป็นส่วนใหญ่ และจะพาลูกพาหลานท่องเที่ยว มาพักผ่อนหย่อนใจ แต่วันนี้พื้นที่นี้ได้หายไปแล้ว ต้องฝากถึงท่านนายกฯด้วย” นายคงกฤษ กล่าว . นายคงกฤษ กล่าวว่า เรื่องของฝายน้ำล้นคลองบางริ้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อ เดือนธันวาคมปี 2564 ฝายน้ำล้น เป็นฝายที่มีอยู่แล้ว แต่ว่าได้พังทลายลง ตนเคยหารือ เคยอภิปรายในสภามาโดยตลอดจน คิดว่าความหวังฝ่ายน้ำล้น คงได้เกิดขึ้น ได้มีการสร้าง เพราะฝายน้ำล้น เป็นหัวใจสําคัญของพี่น้องประชาชนในจังหวัดระนอง จริงๆ เพราะว่าเป็นที่สามารถที่จะนําน้ำไปผลิตเป็นน้ำประปา ให้กับคนในอําเภอเมืองระนอง และเมืองบางริ้น แต่วันนี้ยังไม่ได้รับการดูแลและแก้ไข เข้าใจว่าสมัยที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ไป ครม. สัญจร จังหวัดระนอง ได้นําเรื่องนี้เข้าสู่ ครม. ในการประชุม แต่ไม่ทราบว่าทําไมเรื่องนี้ถึงไม่มีอยู่ในแผน และทําไมเรื่องนี้ถึงไม่มีอยู่ในร่างงบประมาณรายจ่ายประจําปีของจังหวัดระนอง ปี 2569 มันมียุทธศาสตร์สําคัญ . นายคงกฤษ กล่าวว่า ที่อยากจะอภิปรายโดยเฉพาะยิ่งยุทธศาสตร์ที่ 2 ที่ได้นําเรียนว่าการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ยุทธศาสตร์นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของเอสอีซี เรื่องของอีอีซี เอสอีซี จังหวัดระนองชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ทําไมถึงไม่อภิปรายเรื่องนี้ เพราะ เรื่องนี้มีโครงการแลนด์บริดจ์ อยู่ด้วย เกี่ยวกับ เอสอีซี แต่ยังมองไม่เห็นว่า การขับเคลื่อนของยุทธศาสตร์ จะสามารถขับเคลื่อนได้มีประสิทธิภาพแค่ไหน หรือจะพัฒนาภาคใต้ได้อย่างไร เพราะทุกวันนี้ได้นําเรียนถึงปัญหาของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอุทกภัยก็ดี ปัญหาภัยพิบัติก็ดี หรือปัญหาของ ฝายน้ำล้นของบ้านผม ยังไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว โครงการแลนด์บริดจ์ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร วันนี้ พยายามให้ความสําคัญในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และอยากให้พี่น้องประชาชนได้ทราบหลายๆอย่าง ที่พวกเราได้ทํา พวกเราได้อภิปราย เราทําเพื่อพี่น้องประชาชนจริงๆ จึงขอฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านแพทองธาร ชินวัตร โปรดให้ความสําคัญในเรื่องเกี่ยวกับงบประมาณ ในการจัดเรียงลําดับความสําคัญ และความจําเป็นอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องเกี่ยวกับโครงการต่างๆ ของจังหวัดระนอง หรือโครงการต่างๆ ที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับภัยพิบัติตามธรรมชาติต่างๆ เพื่อให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนอง และพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ได้มีความอุ่นใจ และความมั่นคงในชีวิต