"สัมฤทธิ์" หนุนงบปี 69 ห่วงงบกลางลด กระทบ รับมือภัยธรรมชาติ หนี้ครัวเรือนสูง จี้ลดดอกเบี้ย ช่วยประชาชน หนุนกระจายงบท้องถิ่น เกิน 30%

"สัมฤทธิ์" หนุนงบปี 69 ห่วงงบกลางลด กระทบ รับมือภัยธรรมชาติ หนี้ครัวเรือนสูง จี้ลดดอกเบี้ย ช่วยประชาชน หนุนกระจายงบท้องถิ่น เกิน 30%

"สัมฤทธิ์" หนุนงบปี 69 ห่วงงบกลางลด กระทบรับมือภัยธรรมชาติ กังวลเกิดน้ำท่วมใหญ่-หนี้ครัวเรือนสูง จี้รัฐลดดอกเบี้ยช่วยประชาชน หนุนกระจายงบท้องถิ่นเกิน 30% วันที่ 30 พ.ค.68 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วาระแรก อภิปรายการจัดทำงบประมาณของรัฐบาล โดยระบุว่า แม้จะเป็นปีที่ได้ร่วมพิจารณางบประมาณติดต่อกันเป็นปีที่ 6 แล้ว แต่ตลอด 6 ปีนั้นยังไม่เคยเห็นงบประมาณแบบสมดุลหรือเกินดุลเลย มีเพียงการจัดทำงบประมาณแบบขาดดุลทั้งสิ้น นายสัมฤทธิ์ กล่าวว่า ปีงบประมาณ 2569 รัฐบาลตั้งงบประมาณรายจ่ายสูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท และต้องกู้ชดเชยรายได้ถึง 860,000 ล้านบาท แม้จะกู้น้อยกว่าปีก่อนเพียง 5,700 ล้านบาท แต่ก็ยังถือเป็นจำนวนที่สูงมาก ขณะเดียวกันได้แสดงความชื่นชมต่อการลดงบประจำ และงบกลางที่ลดลงกว่า 2 แสนล้านบาท เหลือ 630,000 ล้านบาท แต่กังวลว่า งบกลางที่ลดลงอาจกระทบต่อการรับมือกับภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำท่วมใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นในปีนี้ พร้อมขอให้รัฐบาลเตรียมการอย่างเพียงพอและจัดสำรองงบประมาณไว้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้น "ในฐานะอดีตนายกเทศมนตรีที่มีประสบการณ์กว่า 18 ปี ต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่จัดสรรงบประมาณให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นเป็น 29.43% และเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกระจายอำนาจที่รัฐบาลประกาศไว้ควรจะจัดสรรงบประมาณในปีถัดไปให้เพิ่มขึ้นไม่ควรจะน้อยกว่า 30% เพราะทราบกันดีว่าการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นการทํางานของภาครัฐที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด" นายสัมฤทธิ์ กล่าว นายสัมฤทธิ์ ยังกล่าวถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงเกิน 16 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 90% ต่อ GDP ติดต่อกันหลายปี โดยชี้ว่าต้นเหตุสำคัญมาจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงเกินไป ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากหลายเท่าตัว โดยบางประเภทสูงถึง 25% ต่อปี พร้อมแสดงสไลด์ผลประกอบการธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง ที่มีกำไรมหาศาลกว่า 250,000 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 7.22% และอีกกว่า 68,000 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปีนี้ "นี่คือตัวเลขที่บ่งบอกว่าประชาชนลดรายจ่ายได้ยากมาก ขอฝากทีมเศรษฐกิจรัฐบาล พิจารณาหาแนวทางลดดอกเบี้ยให้กับพี่น้องประชาชน อาจจะเป็นการตอบโจทย์การลดจ่ายที่แท้จริงให้ประชาชน หน้าที่ของรัฐบาลคือการแก้ปัญหาความเดือดร้อนและสร้างความยุติธรรมให้กับประชาชน" นายสัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับงบประมาณ 130,111 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 7,500 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นในกรมชลประทาน แต่ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามโครงการให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง พร้อมเร่งรัดการชดเชยแก่ประชาชนที่ถูกเวนคืนที่ดินในโครงการสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรตําบล และพัฒนาศักยภาพในการทํางานในสํานักงานเกษตรอําเภอ เพื่อให้ดูแลเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น "ผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2569 แม้จะเป็นงบขาดดุล เพราะถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และขอฝากนายกรัฐมนตรีให้กำชับการใช้จ่ายงบประมาณให้รอบคอบ คุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ"