"สส.กรวีร์" ท้วงงบ ก.ศึกษาถูกหั่น สวนทางนโยบาย "ทันโลก ทันสมัย ทันที" จี้ถามนม ร.ร.ล่าช้า

"สส.กรวีร์" ท้วงงบ ก.ศึกษาถูกหั่น สวนทางนโยบาย "ทันโลก ทันสมัย ทันที" จี้ถามนม ร.ร.ล่าช้า

"สส.กรวีร์" ท้วง งบ ก.ศึกษาฯ ถูกสำนักงบฯ หั่น ทั้งที่นโยบายอยากให้การศึกษาไทย “ทันโลก ทันสมัย ทันที” จี้ถาม ก.เกษตรฯ นมโรงเรียนแจกเด็ก ไม่ทันเปิดเทอม ทั้งที่เงินไปรอแล้ว แต่ส่งมอบไม่ได้อีก 2 หมื่นแห่ง ชมนำเด็กไทยกลับเข้าระบบการศึกษาได้ 400,000 คน จาก 760,000 กว่าคน นายกรวีร์ ปริศนานัทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ซึ่งในปีนี้ตั้งงบประมาณเอาไว้สูงถึง 3.78 ล้านล้านบาท ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับงบประมาณสูงเป็นลําดับที่ 3 ของประเทศ แต่ในงบประมาณที่ดูสูงนั้น ไปดูตัวเลขไส้ใน ทางกระทรวงศึกษาธิการของบประมาณไป 439,000 กว่าล้านบาท แต่ทางสํานักงบประมาณจัดสรรลงมาอยู่ที่ 355,000 ล้านบาท ถูกปรับลดไป 84,000 ล้านบาท แน่นอนตัวเลขดูเหมือนเยอะ และดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 4% หรือเพิ่มขึ้น 14,000 กว่าล้านบาท ไปดูว่าได้รับเงินเพิ่มมาไปทําอะไร ปรากฏว่า 8,000 ล้านบาท เป็นงบบุคลากร อีก 4,500 ล้านบาท เป็นเงินอุดหนุน ที่จะเอาไปให้เด็กนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ แล้วที่เหลือเป็นงบเงินลงทุนเพียงแค่ 1,600 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนั้น พอไปดูไส้ในงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ดูเหมือนว่า จะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นมา งบลงทุนรวมกับงบดําเนินงานรวมกันแล้ว 7% . “เงิน 100 บาท เอาเงินไปลงทุนกับเรื่องของการยกระดับและพัฒนาการศึกษาแค่ 7 บาทเท่านั้น คําถามจึงเกิดขึ้นว่าการจัดสรรงบประมาณแบบนี้ ที่เราอยากจะเห็นสิ่งใหม่ที่มันเกิดขึ้นจากกระทรวงศึกษาธิการด้วย การจัดสรรงบประมาณแบบนี้ ที่เราจะไปฝากความหวังไว้ที่กระทรวงศึกษาธิการว่าคุณต้องสร้างการศึกษาให้กับลูกหลานของพวกเรา ที่ทันโลก ทันสมัย ทันที แต่อยากได้ทันโลก ทันสมัย ทันที แต่เงินงบประมาณ ไม่ได้ไปเพิ่มให้เขา เขาทําตามนโยบายของรัฐบาล เราอยากเห็นกรอบการคิดการศึกษาแบบใหม่ อยากเห็นหลักสูตรใหม่ที่ทันโลก อยากเห็น AI อยากเห็นคอนเทนต์ ทางการศึกษาใหม่ๆ อยากเห็นอุปกรณ์ แท็บเล็ต ทางด้านการศึกษาใหม่ ๆ อยากเห็นกรอบความคิด ในการสร้าง โอกาส สร้างศักยภาพ ให้กับลูกหลาน ให้กับอนาคตของประเทศไทยแบบใหม่ แต่น่าเสียดายที่กรอบการจัดสรรงบประมาณ เรายังยืนอยู่บนกรอบเดิมๆ จัดกรอบเพดานแบบเดิม ผมอยากจะยกตัวอย่างสั้นๆ ไปดูในประเทศจีนที่จริงจังกับเรื่องการศึกษาทุกปี จัดสรรงบประมาณให้กับกระทรวงศึกษาเพิ่มขึ้นทุกปีอย่างน้อย 7% นี่คือความจริงจัง กับการแก้ไขปัญหาปัญหาการศึกษา” นายกรวีร์ กล่าว . นายกรวีร์ กล่าวว่า อยากจะขอขอบคุณ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้การนําของ ฯพณฯ แพทองธาร ชินวัตร ที่ได้แก้ปัญหาที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ นั่นคือปัญหาที่เด็ก ต้องออกจากระบบการศึกษา หลุดออกจากระบบการศึกษา ตัวเลขในปีล่าสุดมีลูกหลานคนไทยที่อายุ 6 - 15 ปี ต้องถูกคัดออกจากระบบการศึกษา 760,000 กว่าคน ซึ่งต้องชื่นชม เราสามารถดึงเด็กนักเรียนที่จะกลับเข้ามาสู่ในระบบการศึกษาได้มากกว่า 400,000 คน ตามนโยบายพาน้องกลับมาเรียน รัฐมนตรีว่าการ รัฐมนตรีช่วย อยู่ตรงนี้ด้วย ถ้าจะกรุณาอยากให้ท่านอธิบายว่าทําอย่างไร บนภาวะของข้อจํากัดของงบประมาณที่จัดไปให้กระทรวงศึกษา เรามีความหวังอย่างไร และที่สําคัญในปี 2569 เราจะพอมีความหวังที่จะทําให้นักเรียนที่หลุดจากการศึกษาหลายแสน ให้กลายเป็นศูนย์ ตามนโยบายของ ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ . นายกรวีร์ กล่าวว่า เรื่องนมโรงเรียน ได้รับคําร้องเรียนจำนวนมาก จากนักเรียน ผู้ปกครอง หลายจังหวัดทั่วประเทศ ไม่น่าเชื่อ วันนี้สิ้นเดือนพฤษภาคม เราเปิดเทอมตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม จนถึงวันนี้นักเรียนหลายแห่งทั่วประเทศไทย ยังไม่ได้กินนมโรงเรียนเลย . “คําถามทําให้ผมแปลกใจ แล้วกลับไปย้อนดูข้อมูลย้อนหลัง เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลย ตั้งแต่ปี 64 -68 จำนวน 5 - 6 ปีติดต่อกัน ไม่เคยมีแม้แต่ปีเดียวที่ลูกหลานของพวกเราที่อยู่ตามโรงเรียนต่างจังหวัดจะได้กินนมในวันเปิดเทอมประจําปีการศึกษา มันเกิดอะไรขึ้น ปีนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โยกจากกรมปศุสัตว์ไปอยู่ที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ แล้วบอกว่าเราจะได้กินนมทันการเปิดภาคเรียนการศึกษา จนถึงวันนี้สอบถามไปที่กระทรวงได้รับข้อมูลว่ามีเพียง 3,000 กว่าโรงเรียนจาก 30,000 กว่าโรงเรียนทั่วประเทศที่เด็กนักเรียนได้กินนมในวันที่เปิดภาคเรียน ยังเหลืออีก 20,000 กว่าโรงเรียน ที่ยังรอนมโรงเรียนอยู่ ปัญหาตรงนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร” . นายกรวีร์ กล่าวว่า เงินงบประมาณที่จะเอาไปซื้อนมให้กับโรงเรียนเพื่อที่จะไปให้ลูกหลาน ตอนแรกคิดว่าน่าจะติดขัดในเรื่องงบประมาณ แต่ไม่ใช่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ได้ย้ำว่าเรื่องนี้อย่าให้เกิดปัญหาขึ้นเด็ดขาด ท่านได้จัดสรรงบประมาณ แล้วส่งไปที่ท้องถิ่น เตรียมเอาไว้แล้ว ทุกท้องถิ่นเตรียมที่จะซื้อนม แต่ซื้อไม่ได้ เพราะประกาศของคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชนยังไม่ประกาศความชัดเจนออกมา จึงเกิดคําถามไปยังกระทรวงศึกษาฯ กระทรวงเกษตรและสกรณ์ ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงอยากฝากไปยังทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นโต้โผหลัก และเชื่อมือ ภายใต้การนําในของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในยุคนี้ เราเห็นความกล้าทำมากมายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝากสักเรื่อง อยากให้เข้าไปกล้ารื้อระบบ กล้าที่จะเข้าไปแก้ปัญหา กล้าที่จะนําเอานมตรงนี้ ส่งไปถึงปากถึงท้องของลูกหลานของพวกเราทั่วประเทศ ให้ทันกับปีการศึกษาที่จะเปิดภาคเทอมในปีหน้าได้หรือไม่ และฝากถึงรัฐมนตรีทั้ง 2 ท่าน ช่วยกรุณาติดตามเรื่องนี้ และแก้ไขปัญหาในปีการศึกษาหน้า เพื่อให้แน่ใจว่าลูกหลานของพวกเราทั่วประเทศจะได้รับนมโรงเรียนทันก่อนเปิดเทอม