"รมว.เพิ่มพูน" เปิดคลิปแจงผลงาน ยอมรับงบปี 69 เป็นรายจ่ายประจำ วอนสภาจัดสรรเพิ่ม เพื่อพัฒนาการศึกษาดีขึ้น

"รมว.เพิ่มพูน" เปิดคลิปแจงผลงาน ยอมรับงบปี 69 เป็นรายจ่ายประจำ วอนสภาจัดสรรเพิ่ม เพื่อพัฒนาการศึกษาดีขึ้น

"รมว.เพิ่มพูน" เปิดคลิปกลางสภา แจงผลงาน ลดภาระครู-นักเรียน -ผู้ปกครอง ยอมรับงบปี 69 เป็นรายจ่ายประจำ งบลงทุนมีน้อย วอนสภาจัดสรรเพิ่ม เพื่อพัฒนาการศึกษาดีขึ้น ยกผลศึกษาเปรียบเทียบงบการศึกษาในเอเชีย ไทยอยู่ในกลุ่มรั้งท้าย ประกาศเดินหน้า การเรียนรู้ แบบ 3 บวก 1 ภาษาไทย-อังกฤษ-จีน และ เอไอ พลตํารวจเอกเพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการอภิปราย พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้นํานโยบายของรัฐบาลภายใต้การนําของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปดําเนินการขับเคลื่อนโดยประกาศนโยบายการศึกษาเรียนดี มีความสุข เพื่อลดภาระครูและบุคลากรการศึกษา ลดภาระนักเรียน และผู้ปกครอง มุ่งสู่การฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทําภายใต้แนวทางการทํางาน จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน ซึ่งการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ เชื่อว่าได้ดําเนินการประสบความสําเร็จในระดับหนึ่ง ต้องถือว่าได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสภา แต่ยังมีสิ่งที่กระทรวงศึกษาจะต้องดําเนินการเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 . พลตํารวจเอกเพิ่มพูน ชี้แจงว่า งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับจัดสรร 6 ปี ย้อนหลัง สังเกตได้ว่างบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ 3 ปีนี้คือ 2567-2569 ได้รับการจัดสรรเพิ่มขึ้น ต้องขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน แต่โครงสร้างปี 2569 จํานวนสามแสนห้าหมื่นกว่าล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นงบบุคลากร ส่วนที่เหลือเป็นงบอุดหนุน งบดําเนินการ งบลงทุน งบรายจ่ายอื่น หากเจาะลึกลงไป จะพบว่างบประมาณที่รับจัดสรรเพิ่มขึ้นจากงบประมาณ 2568 จํานวน 4.21% ในงบที่เพิ่มมา เป็นงบบุคลากรถึง 75% มีงบที่จะพัฒนาผู้เรียนได้อยู่ประมาณ 25% เท่านั้น พลตํารวจเอก เพิ่มพูน กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการ ได้เสนอคําของบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2569 ประมาณ สี่แสนสี่หมื่นกว่าล้านบาท แต่ได้รับจัดสรรเพียง สามแสนห้าหมื่นล้านบาทเศษ โดยงบดำเนินงานถูกปรับลดลงมากกว่า 52% งบลงทุนถูกปรับลดลงมากกว่า 74% และงบรายจ่ายอื่นถูกปรับลดลงกว่า 39% ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้ หากได้รับการพิจารณาจัดสรรเพิ่มเติม กระทรวงศึกษาคิดว่าจะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาได้ดีขึ้น . โดย พลตํารวจเอก เพิ่มพูน ได้เปิดคลิปในการประชุมสภา มีเนื้อหาว่า ตั้งแต่ปี 2567 กระทรวงศึกษาธิการประกาศนโยบายการศึกษาเรียนดี มีความสุข จนถึงปัจจุบัน และปีงบประมาณ 2568 ยังคงมุ่งสานต่อนโยบายให้เกิดผลสําเร็จ ต่อผู้เรียน เป็นที่ประจักษ์ ภายใต้หลักการ การศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ และการศึกษาเพื่อความมั่นคงของชีวิต ที่มีผลการขับเคลื่อนงานที่สําคัญ เช่น . 1.ลดภาระครูและบุคลากร . ปรับวิธีการประเมินวิทยฐานะครู ด้วยระบบดิจิทัล ประหยัดงบประมาณได้กว่า 10 เท่า ใช้เวลาเร็วสุด 17 วัน ไม่เกิน 3 เดือน ตัดปัญหาการเรียกรับเงิน . ครูคืนถิ่น ด้วยระบบการย้ายข้าราชการครู ยื่นคําร้องขอย้ายผ่านออนไลน์ ลดภาระงานเอกสาร ลดระยะเวลา เพิ่มความโปร่งใส . แก้ปัญหาหนี้สินครู ผ่านสถานีแก้หนี้ จํานวนครูที่ถูกฟ้องลดลง พร้อมเพิ่มสภาพคล่องให้ความรู้เชิง ป้องกัน ลดได้จริง ลดไปแล้วกว่า สี่พันล้านบาท . ปรับลดภาระงานครู ลดการประเมิน และตัวชี้วัด ที่ซ้ำซ้อน ให้ครูมีเวลาในห้องเรียนมากขึ้น และยังคงเดินหน้าลดภาระต่อไป . ยกเลิกครูเวร ให้ครูมีความปลอดภัยในชีวิต . จัดหานักการภารโรง ให้โรงเรียนที่ขาดแคลน . บรรจุครูผู้ช่วย กรณีพิเศษ . 2. ลดภาระนักเรียน และผู้ปกครอง . หนึ่งอําเภอ หนึ่งโรงเรียน คุณภาพ ทั่วไทย ทันสมัย เป็น เครือข่าย พร้อม ไปพัฒนาโรงเรียนขนาดเล็ก จัดระบบ แนะแนว การเรียน วัดแววความถนัด ของผู้เรียนทุกระดับ . จัดทําระบบการวัดผลรองรับมาตรฐานวิชาชีพ เชื่อมโยงหลักสูตรอาชีวศึกษา กับกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ครบทุกหลักสูตร . จัดทําระบบการวัดผลเทียบระดับการศึกษาและธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ มีรายได้ระหว่างเรียนจบแล้วมีงานทํา . ครั้งแรกของนโยบายอาหารกลางวันที่เพิ่มเติมให้จนถึงนักเรียนมัธยมต้นในโรงเรียนขยายโอกาสทุกคนทุกสังกัด . สุขาดี มีความสุข ห้องน้ำครู และนักเรียน มีมาตรฐานเดียวกัน สะอาด สะดวก ถูกสุขลักษณะ . นําเอไอ มาช่วยในการเรียนการสอน ทั้งการพัฒนาสมรรถนะครู และผู้เรียนให้ทันสมัยพร้อมก้าวไปในโลกยุคดิจิทัล . Zero Dropout พาน้องกลับมาเรียน นําการเรียนไปให้น้องทุกทุกจังหวัด สามารถค้นหาเด็กตกหล่นให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ครบทุกคน . สร้างความปลอดภัยให้ผู้เรียนทั้งภัยจากธรรมชาติ การใช้ความรุนแรง อุบัติเหตุการใช้สารเสพติดเพื่อให้ทุกหน่วยงานและการศึกษาเป็นสีขาว . นอกจากนี้ยังเพิ่มคุณภาพการศึกษาด้วยการประกาศใช้หลักสูตรใหม่ปฐมวัยถึงประถมต้น . จัดการสอบเทียบระบบดิจิทัล วัดระดับความรู้การศึกษาขั้นพื้นฐาน พร้อมพัฒนาบริการเพื่อประชาชน เพื่อให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกอาชีพและทําประโยชน์ แก่สังคมด้วยจิตอาสาอาชีวะ และพลังลูกเสือช่วยเหลือประชาชนในช่วงเทศกาลสําคัญ พร้อมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของไทย . ด้วยแนวทางการทํางาน จับมือไว้แล้วไปด้วยกัน กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมเดินหน้าพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยให้ฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทำ คืนศักยภาพและความพร้อม สนับสนุนการพัฒนาประเทศ สร้างโอกาสทางการศึกษาสร้างผู้เรียนเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ ทั้งในโลกปัจจุบัน และทุกคำท้าทายในอนาคต” . พลตํารวจเอกเพิ่มพูน ชี้แจงต่อว่า ในการจัดระดับตัวชี้วัดงบประมาณ ด้านการศึกษา ต่อจํานวนประชากรในปี 2023 หรือ ไอเอ็มดี 2023 ประเทศไทยอยู่ลําดับที่ 57 ของประเทศที่เข้ารับการจัดอันดับ ในจํานวน 67 ประเทศ และหากเปรียบเทียบกับกลุ่มภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิค ประเทศไทยอยู่ลําดับที่ 10 ของกลุ่ม จากจํานวน 14 ประเทศ ซึ่งถือว่าประเทศไทยได้รับการสนับสนุนงบประมาณด้านการศึกษายังน้อยอยู่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น . ขอให้มีความเชื่อมั่นว่ากระทรวงศึกษาธิการ จะมุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาภายใต้งบประมาณที่ได้รับจัดสรรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด และจะเดินหน้าขับเคลื่อนการเรียนรู้ แบบ 3 บวก 1 คือเรียนรู้ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และเพิ่มทักษะดิจิทัล หรือเอไอ การส่งเสริมพัฒนาเด็กปฐมวัย ส่งเสริม การพัฒนาการศึกษาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และยกระดับคุณภาพการศึกษา จึงขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุณารับร่างงบประมาณ เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและอนาคตของลูกหลานของพวกเราให้มีความฉลาดรู้ ฉลาดคิด ฉลาดทํา