นายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มท. (มท.3) กล่าวว่า การทำงานร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็น ต้องบูรณาการการทำงานให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ภาครัฐต้องเป็นผู้สนับสนุนทั้งข้อมูล ช่องทาง งบประมาณ การฝึกอบรม ภาคเอกชนต้องรู้เท่าทันเทคโนโลยี สร้างช่องทางจำหน่ายใหม่เข้าถึงคนทุกวัย ให้การสนับสนุนผู้ผลิตสินค้าให้เจริญเติบโตไปด้วยกัน “กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว” ความสำเร็จก็เช่นกัน ต้องทุ่มเท ผ่านการลองทำผิดถูก ต่อยอดจากผู้สำเร็จให้ดีและพัฒนายิ่งๆ ขึ้นไป ทั้งนี้ หากล้มเหลวก็ยังมีกำไรที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน เกิดประสบการณ์ สังคมเปลี่ยนทุกวัน จึงควรรู้เท่าทันโลก รู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ ช่องทางจำหน่ายสินค้า OTOP เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ของกระบวนการ “ขายใคร ขายที่ไหน ขายอย่างไร?” วันนี้ที่ได้มารับผิดชอบหน่วยงานสำคัญในกระทรวงมหาดไทย รวมถึงภาคีเครือข่ายหน่วยภาคราชการ ก็จะใช้หน่วยงานดังกล่าวนี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดในการเข้ามาเป็นอีกช่องทางจำหน่ายที่สำคัญ เช่น องค์การตลาด (อต.) กระทรวงมหาดไทย , กระทรวงสาธารณสุข หรือตลาดของโรงเรียน เป็นต้น จะทำให้เพิ่มมูลค่าของการจำหน่ายสินค้า OTOP ได้ในอนาคต ซึ่งโอทอปเทรดเดอร์เป็นกลไกสำคัญที่ต้องส่งเสริม และบูรณาการทุกภาคส่วนไปสู่เป้าหมายความสำเร็จที่กรมการพัฒนาชุมชน ตั้งไว้ คือ “กินอิ่ม หนี้ลด นอนอุ่น หมดจน”
จากนั้น รมช.มท. (มท.3) ได้เดินเยี่ยมชมตลาดหัวปลี พุแค พบปะกับผู้ค้าในตลาด รวมกว่า 100 ร้านค้า บนพื้นที่ 15 ไร่ หากนับรวมพื้นที่ทั้งหมดของโครงการทั้งสิ้นกว่า 60 ไร่ ถือเป็นการร่วมกันบริหารจัดการของชุมชนที่เข้มแข็ง สร้างรายได้หมุนเวียน กว่า 10 ล้านบาทต่อเดือน อันเป็นความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่เป็นตัวอย่างของการบูรณาการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในระดับฐานรากได้อย่างแท้จริง.
