นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ถึง งบกลาง ได้ยินครั้งแรก ประมาณปี 2547 เกิดวิกฤตการณ์ สึนามิ แล้วรัฐบาลในสมัยนั้น ได้เอาเงินงบกลางมาเยียวยา แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา งบกลางก็ถูกเพิ่มเติมขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะวัตถุประสงค์ เอาไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นภัยความมั่นคง ภัยทางเศรษฐกิจ หรือว่าภัยจากโรคระบาด แต่สิ่งที่สําคัญคือการใช้จ่ายในส่วนของภัยธรรมชาติ วันนี้เราปฏิเสธ ไม่ได้ว่า สถานการณ์ ในประเทศของเรา เรื่องภัยธรรมชาติ เป็น เรื่องปกติ นอกจากที่ประเทศไทย ของเราพึ่งผ่านพ้นเอลินโญ ไปแล้ว ตอนนี้เรากําลังเจอกับ ลานีญา
.
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า วันนี้งบกลางที่บอกว่าใช้ง่าย ใช้คล่อง ไม่จริง ใช้ไม่ง่าย แล้วใช้ไม่คล่อง ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ กระทรวงศึกษาธิการ ส่งคําขอ ในเรื่องของอาคารเรียน เกิดภัยน้ำท่วม จากจังหวัดเชียงรายตรวจแล้ว ตรวจอีก สุดท้ายไม่ได้ อันนี้เห็นได้ชัด อุทัยธานีก็มี เกิดวาตภัย ลมพายุพัดหลังคาเรียนโบ๋ นักเรียนต้องเรียนกลางแจ้ง แต่พวกเราไม่รอ พวกเรามีกําลัง พวกเราเข้าไปแก้ไขได้ แต่สถานการณ์นี้ ถ้ามันเกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ถ้ามันเกิด ทั่วประเทศ มันจะเกิดอะไรขึ้น
.
“กระทั่งพี่น้องเกษตรกรชาวนาวันนี้ เกิดภัยธรรมชาติ ยืนรอเงินเยียวยา ถ้ายืนรอก็คงจะแห้งตาย อย่าว่าแต่ข้าวเลย เพราะมันไม่ใช่ 3 เดือนตามระเบียบ มัน 4 ถึง 5 เดือนได้ ก็ได้ช้าได้ช้า แล้วก็ได้ไปครบ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นฝากไปยังรัฐบาล ผมเชื่อมั่นนะครับว่าหลังจากนี้เราจะตั้งกรรมาธิการนะครับ แล้วผมเชื่อว่าเพื่อสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ช่วยกันรีด ไขมันส่วนเกินออก ในส่วนของงบประมาณต่างๆ กรมต่างๆ กระทรวงต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะเอาไปอยู่ในงบกลาง ที่ลดลงมาในปีนี้ แล้วขอความมั่นใจไปยังรัฐบาลว่าเมื่อท่านได้งบประมาณก้อนนี้ไปแล้ว ท่านจะใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด”นายเจเศรษฐ์ กล่าว
.
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่มีรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำท่วม น้ำแล้ง เกิดเป็นประจําทุกปี มันทุกปีแน่ ถ้าแก้ไขแบบนี้ ทุกปีแน่นอน มันเป็นสิ่งที่พื้นที่อย่าง จังหวัดอุทัยธานี ที่ได้รับเหตุประจํา ฟังแล้วก็สะอึกในหัวใจ ว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทนด้วยหรือ น้ำท่วมทุกปีแล้วเราต้องทนหรือ ไม่ใช่รัฐต้องเข้าไปแก้ไขให้ยั่งยืน วันนี้งบภัยแล้งกว่าท่านจะส่งคําขอ กว่าจะเข้าพิจารณา กว่าจะ e-biding เซ็นสัญญา น้ำมาแล้วยังไม่เสร็จเลย งบภัยแล้งไปดูได้ อย่าว่าแต่ไม่ตรงจุดเลย ตรงจุดก็แก้ไขไม่ทัน เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาถึงเรื่องภัยน้ำท่วม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้จ่ายงบประมาณจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว แล้วเข้าถึงประชาชน และแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน

31 พฤษภาคม 2568 เวลา 17:12
"สส.เจเศรษฐ์" เรียกร้องให้รีดไขมัน งบ 69 เพื่อมาโปะ งบกลาง ไว้ช่วยเหลือ ประชาชน กรณีเกิด ภัยพิบัติที่รุนแรง
มีสะอึกในหัวใจ ! "สส.เจเศรษฐ์" อภิปรายงบ’69 เรียกร้องให้ รีดไขมัน เพื่อนำมาโปะงบกลาง ไว้ช่วยเหลือประชาชนกรณีเกิดภัยพิบัติ ที่คาดว่าจะรุนแรงมากขึ้น จี้ รื้อวิธีทำงาน เพื่อนำงบกลาง มาใช้แก้ปัญหาให้กับประชาชนได้ทันเวลา ขอ งบแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำมาแล้วยังไม่เสร็จเลย
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ถึง งบกลาง ได้ยินครั้งแรก ประมาณปี 2547 เกิดวิกฤตการณ์ สึนามิ แล้วรัฐบาลในสมัยนั้น ได้เอาเงินงบกลางมาเยียวยา แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา งบกลางก็ถูกเพิ่มเติมขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะวัตถุประสงค์ เอาไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นภัยความมั่นคง ภัยทางเศรษฐกิจ หรือว่าภัยจากโรคระบาด แต่สิ่งที่สําคัญคือการใช้จ่ายในส่วนของภัยธรรมชาติ วันนี้เราปฏิเสธ ไม่ได้ว่า สถานการณ์ ในประเทศของเรา เรื่องภัยธรรมชาติ เป็น เรื่องปกติ นอกจากที่ประเทศไทย ของเราพึ่งผ่านพ้นเอลินโญ ไปแล้ว ตอนนี้เรากําลังเจอกับ ลานีญา
.
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า วันนี้งบกลางที่บอกว่าใช้ง่าย ใช้คล่อง ไม่จริง ใช้ไม่ง่าย แล้วใช้ไม่คล่อง ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ กระทรวงศึกษาธิการ ส่งคําขอ ในเรื่องของอาคารเรียน เกิดภัยน้ำท่วม จากจังหวัดเชียงรายตรวจแล้ว ตรวจอีก สุดท้ายไม่ได้ อันนี้เห็นได้ชัด อุทัยธานีก็มี เกิดวาตภัย ลมพายุพัดหลังคาเรียนโบ๋ นักเรียนต้องเรียนกลางแจ้ง แต่พวกเราไม่รอ พวกเรามีกําลัง พวกเราเข้าไปแก้ไขได้ แต่สถานการณ์นี้ ถ้ามันเกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ถ้ามันเกิด ทั่วประเทศ มันจะเกิดอะไรขึ้น
.
“กระทั่งพี่น้องเกษตรกรชาวนาวันนี้ เกิดภัยธรรมชาติ ยืนรอเงินเยียวยา ถ้ายืนรอก็คงจะแห้งตาย อย่าว่าแต่ข้าวเลย เพราะมันไม่ใช่ 3 เดือนตามระเบียบ มัน 4 ถึง 5 เดือนได้ ก็ได้ช้าได้ช้า แล้วก็ได้ไปครบ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นฝากไปยังรัฐบาล ผมเชื่อมั่นนะครับว่าหลังจากนี้เราจะตั้งกรรมาธิการนะครับ แล้วผมเชื่อว่าเพื่อสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ช่วยกันรีด ไขมันส่วนเกินออก ในส่วนของงบประมาณต่างๆ กรมต่างๆ กระทรวงต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะเอาไปอยู่ในงบกลาง ที่ลดลงมาในปีนี้ แล้วขอความมั่นใจไปยังรัฐบาลว่าเมื่อท่านได้งบประมาณก้อนนี้ไปแล้ว ท่านจะใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด”นายเจเศรษฐ์ กล่าว
.
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่มีรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำท่วม น้ำแล้ง เกิดเป็นประจําทุกปี มันทุกปีแน่ ถ้าแก้ไขแบบนี้ ทุกปีแน่นอน มันเป็นสิ่งที่พื้นที่อย่าง จังหวัดอุทัยธานี ที่ได้รับเหตุประจํา ฟังแล้วก็สะอึกในหัวใจ ว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทนด้วยหรือ น้ำท่วมทุกปีแล้วเราต้องทนหรือ ไม่ใช่รัฐต้องเข้าไปแก้ไขให้ยั่งยืน วันนี้งบภัยแล้งกว่าท่านจะส่งคําขอ กว่าจะเข้าพิจารณา กว่าจะ e-biding เซ็นสัญญา น้ำมาแล้วยังไม่เสร็จเลย งบภัยแล้งไปดูได้ อย่าว่าแต่ไม่ตรงจุดเลย ตรงจุดก็แก้ไขไม่ทัน เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาถึงเรื่องภัยน้ำท่วม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้จ่ายงบประมาณจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว แล้วเข้าถึงประชาชน และแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ถึง งบกลาง ได้ยินครั้งแรก ประมาณปี 2547 เกิดวิกฤตการณ์ สึนามิ แล้วรัฐบาลในสมัยนั้น ได้เอาเงินงบกลางมาเยียวยา แล้วตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา งบกลางก็ถูกเพิ่มเติมขึ้นมาเรื่อย ๆ เพราะวัตถุประสงค์ เอาไว้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นภัยความมั่นคง ภัยทางเศรษฐกิจ หรือว่าภัยจากโรคระบาด แต่สิ่งที่สําคัญคือการใช้จ่ายในส่วนของภัยธรรมชาติ วันนี้เราปฏิเสธ ไม่ได้ว่า สถานการณ์ ในประเทศของเรา เรื่องภัยธรรมชาติ เป็น เรื่องปกติ นอกจากที่ประเทศไทย ของเราพึ่งผ่านพ้นเอลินโญ ไปแล้ว ตอนนี้เรากําลังเจอกับ ลานีญา
.
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า วันนี้งบกลางที่บอกว่าใช้ง่าย ใช้คล่อง ไม่จริง ใช้ไม่ง่าย แล้วใช้ไม่คล่อง ขอยกตัวอย่างง่าย ๆ กระทรวงศึกษาธิการ ส่งคําขอ ในเรื่องของอาคารเรียน เกิดภัยน้ำท่วม จากจังหวัดเชียงรายตรวจแล้ว ตรวจอีก สุดท้ายไม่ได้ อันนี้เห็นได้ชัด อุทัยธานีก็มี เกิดวาตภัย ลมพายุพัดหลังคาเรียนโบ๋ นักเรียนต้องเรียนกลางแจ้ง แต่พวกเราไม่รอ พวกเรามีกําลัง พวกเราเข้าไปแก้ไขได้ แต่สถานการณ์นี้ ถ้ามันเกิดขึ้นในพื้นที่อื่น ถ้ามันเกิด ทั่วประเทศ มันจะเกิดอะไรขึ้น
.
“กระทั่งพี่น้องเกษตรกรชาวนาวันนี้ เกิดภัยธรรมชาติ ยืนรอเงินเยียวยา ถ้ายืนรอก็คงจะแห้งตาย อย่าว่าแต่ข้าวเลย เพราะมันไม่ใช่ 3 เดือนตามระเบียบ มัน 4 ถึง 5 เดือนได้ ก็ได้ช้าได้ช้า แล้วก็ได้ไปครบ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นฝากไปยังรัฐบาล ผมเชื่อมั่นนะครับว่าหลังจากนี้เราจะตั้งกรรมาธิการนะครับ แล้วผมเชื่อว่าเพื่อสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ช่วยกันรีด ไขมันส่วนเกินออก ในส่วนของงบประมาณต่างๆ กรมต่างๆ กระทรวงต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อจะเอาไปอยู่ในงบกลาง ที่ลดลงมาในปีนี้ แล้วขอความมั่นใจไปยังรัฐบาลว่าเมื่อท่านได้งบประมาณก้อนนี้ไปแล้ว ท่านจะใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด”นายเจเศรษฐ์ กล่าว
.
นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่มีรัฐมนตรีลุกขึ้นชี้แจงว่า สถานการณ์น้ำท่วม น้ำแล้ง เกิดเป็นประจําทุกปี มันทุกปีแน่ ถ้าแก้ไขแบบนี้ ทุกปีแน่นอน มันเป็นสิ่งที่พื้นที่อย่าง จังหวัดอุทัยธานี ที่ได้รับเหตุประจํา ฟังแล้วก็สะอึกในหัวใจ ว่าสิ่งเหล่านี้ต้องทนด้วยหรือ น้ำท่วมทุกปีแล้วเราต้องทนหรือ ไม่ใช่รัฐต้องเข้าไปแก้ไขให้ยั่งยืน วันนี้งบภัยแล้งกว่าท่านจะส่งคําขอ กว่าจะเข้าพิจารณา กว่าจะ e-biding เซ็นสัญญา น้ำมาแล้วยังไม่เสร็จเลย งบภัยแล้งไปดูได้ อย่าว่าแต่ไม่ตรงจุดเลย ตรงจุดก็แก้ไขไม่ทัน เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาถึงเรื่องภัยน้ำท่วม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการใช้จ่ายงบประมาณจะเป็นไปด้วยความรวดเร็ว แล้วเข้าถึงประชาชน และแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน